
ละมุนลิ้นเนื้อไทย 'เดอะ แกรนด์ บาร์บีคิว'
19 เม.ย. 2558
ชวนชิม : ละมุนลิ้นเนื้อไทย 'เดอะ แกรนด์ บาร์บีคิว'
รู้กันวงในว่าเดี๋ยวนี้ถ้าจะกินเนื้อ (วัว) ให้อร่อยละมุนลิ้นของไทยเราก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าเนื้ออิมพอร์ตเลย ดีไม่ดีคุณภาพเต็มปากเต็มคำยิ่งกว่าด้วยซํ้า แต่ก็ไม่อาจการันตีว่าทุกร้านที่เสี่ยงดวงเข้าไปลิ้มรสตามเสียงลือจะสมราคาเสมอไป ของแบบนี้อยู่ที่ความจริงใจกับลูกค้า ถ้าเด็ดจริงรับรองได้ใจไปเต็มๆ จึงเป็นโจทย์ให้ร้านจำพวกปิ้งย่างทำการบ้านหนัก เหมือนอย่างร้าน “เดอะ แกรนด์ บาร์บีคิว (The Grand BBQ)” ที่จะพาไปพิสูจน์วันนี้ ว่ากันว่าตัวจริงเสียงจริงเรื่องเนื้อมาคุมด้วยตัวเอง
ร้านใหม่แกะกล่องเพิ่งเปิดเตาให้เข้าไปคีบเนื้อลงปิ้งได้เพียง 2 เดือนกว่าๆ 3 หุ้นส่วนใหญ่ “โบ๊ท” วสุวัต ว่องไวเวชไพบูลย์ “อั๋น” ธนบดี รัชนา และ “หนึ่ง” ภานุวัฒน์ วิศิษฎ์เมธากุล ที่ช่วยกันลงขันเล่าว่าคลุกคลีอยู่กับแผนกเนื้อสารพัดเกรดที่ห้างหรูมาร่วม 10 ปี เก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้ที่ จึงขยับขยายมาเข้าครัวหั่นเนื้อแล้วเชื้อเชิญคอปิ้งย่างมาร่วมอร่อยด้วยอยากให้คนไทยได้รับประทานเนื้อแต่ละส่วนอย่างถูกต้องเพื่ออรรถรสที่แท้จริง โดยวางคอนเซ็ปต์ง่ายๆ คนจนคนรวยสามารถเอื้อมถึงเนื้อไทยคุณภาพจากวัวสายพันธุ์ชาโรเลย์ส ถิ่นกำเนิดที่ฝรั่งเศส ผสมผสานเนื้อไทยวากิวที่เลี้ยงระบบปิดในภาคอีสานบ้านเฮา ลงทุนบินไปจองถึงโรงเชือดแหล่งใหญ่ที่มุกดาหารทีเดียว
แต่ละส่วนนำมาปรุงให้เหมาะกับชนิดเนื้อ อย่างสันใน สันนอก ริบอาย สำหรับทำสเต๊ก ส่วนสะโพก ลูกมะพร้าวเหมาะผัดฉ่าร้อนๆ ขณะที่ส่วนที่เหนียวหน่อยและติดมันก็เอาไปตุ๋น เป็นเกร็ดความรู้ที่ “เชฟอั๋น” บอกขณะเชื้อเชิญให้ชมชาร์ทขนาดใหญ่ที่ติดไว้เหนือตู้แช่เนื้อเพื่อให้ลูกค้าได้ศึกษาก่อนจะนั่งกางเมนูสั่งของอร่อยมาพิสูจน์ ซึ่งมีให้เลือกเป็นเซตเมนู อาทิ ชุดแกรนด์ มิกซ์ มีเนื้อแดงคัดพิเศษ เนื้อติดมัน หมูสามชั้น, ชุดพรีเมี่ยม บีฟ มีสันคอคัดพิเศษ กล้ามขาเกรดเอ ท้องวัว และสันนอก เป็นต้น แต่ถ้าไม่ชอบให้ทางร้านครอบงำความคิด ก็เลือกสั่งเป็นจานๆ จะมิกซ์แอนด์แมทช์ให้หนำใจ อ้อ...สำหรับคนไม่สนเนื้อก็มีชุดหมูไว้เป็นทางเลือกด้วยนะ ที่แน่ๆ ไม่ต้องห่วงว่ากินเนื้อเน้นๆ จะเลี่ยน ทุกชุดเสิร์ฟผักออแกนิกไว้แกล้มชามใหญ่จุใจ
เอาล่ะ คราวนี้มานั่งหน้าเตาย่างที่มีระบบดูดอากาศข้างล่างแบบไม่ต้องกังวลเรื่องควันโขมงเสียบรรยากาศ เริ่มไต่ระดับความละมุนลิ้นตามแบบฉบับกูรูเนื้อจาก “เนื้อใบบัว” หรือส่วนน่องลายสวยๆ มีมันแทรก คีบเนื้อลงย่างในเตาถ่านไฟแรงเพื่อเบิร์นให้นํ้าในเนื้อค่อยๆ ซึมออกมา แนะนำว่าถ้าอยากลิ้มรสความหวานนุ่มชุ่มลิ้นให้ใช้เวลาเดี๋ยวเดียว พอเนื้อเปลี่ยนเป็นสีนํ้าตาลแซมนํ้าที่ซึมออกมาก็กลับเพียงรอบเดียว จุ่มน้ำจิ้มสูตรพิเศษของทางร้าน ที่มีส่วนผสมของนํ้าแอปเปิ้ลเปรี้ยวเค็มหวานปะแล่มๆ เติมพริกซอยและกระเทียมสับเพิ่มความหอม ตามด้วย “เนื้อใบพาย หรือ คาตาบาระ” เป็นส่วนกล้ามน่องขาติดมัน แล้วก็ “ริบอาย” ส่วนสันหลังติดมันหั่นมาชิ้นหนาเกือบนิ้ว เพื่อย่างแบบสเต็ก ไฟแรงๆ ช่วยให้หน้าเนื้อ แห้งและไขมันละลายอยู่ภายใน เคี้ยวคำแรกเข้าใจเลยว่าอาการเนื้อแทบละลายในปากเป็นอย่างไร แล้วก็มาถึงระดับสูงสุดของคอเนื้อ นั่นคือ “สันใน” มีไขมันแทรกน้อยที่สุดแต่นุ่มที่สุดเช่นกัน ทางร้านจัดมาเป็นชิ้นกลมๆ หนาๆ ย่างเป็นสเต็กแบบมีเดียมให้นํ้าชุ่มเนื้อใช้กรรไกรตัดพอคำจุ่มนํ้าจิ้ม 4 แบบ จะเป็นซอสแม็กกี้, มาสตาร์ด, วาซาบิ และโชยุ ก็เลือกเอา แต่บอกเลยถึงไม่จิ้มอะไร
ก็หวานชุ่มลิ้นอยู่แล้วนอกจากเนื้อคัดพิเศษ ยังมีเนื้อส่วนอื่นที่อาจไม่คุ้นหูและหาทานยากแนะนำกันด้วย อย่างเสือร้องให้สไตลด์บางๆ, แก้มหมูที่เวลาเคี้ยวสู้ฟันหนึบๆ หรือจะเป็นร่องซี่โครงหมู รวมถึงเนื้อบ่มแห้ง 24-30 วันเพื่อให้เกิดความแห้งด้วยเอ็นไซด์ของมันเอง เวลาย่างจะหอมหวนชวนกิน และอย่าลืมสั่ง “ซุปน่องแบบไทย” ร้อนๆ ที่ใช้เนื้อส่วนน่องตุ๋น 2-3 ชม.ใส่มะเขือเทศ มันฝรั่ง หอมใหญ่ ขึ้นช่าย และหอมเจียว รสชาติกลมกล่อมคล้ายๆ ต้มยำ เด็ดไม้แพ้ “ซุปหางวัวแบบญี่ปุ่น” ที่เคี่ยวถึง 6 ชม.จนเปื่อยแล้วตุ๋นในนํ้าต้มเอ็นข้อวัวขาวข้นปรุงรสให้มีลักษณะเหมือนครีมอร่อยมาก ต้องลอง



