
ประพันธ์สาส์น-ธ.กรุงเทพสานอักษรสัญจร
19 เม.ย. 2558
อมหมึก-เคี้ยวกระดาษ : ประพันธ์สาส์น-ธ.กรุงเทพ สานอักษรสัญจร โครงการ อ่าน เขียน เรียนรู้ : [email protected]
เหล่าหนอนน้อยนักเขียนอิ่มอกอิ่มใจกันถ้วนหน้า เข้าค่าย “วิจารณ์วรรณกรรม” ตลอดทั้ง 3 วัน 2 คืน กับโครงการ “อ่าน เขียน เรียนรู้ : ค่ายวิจารณ์วรรณกรรม” ณ อาศรมวงศ์สนิท จ.นครนายก โดยหวังให้ความรู้ แนวทาง หลักคิดในการจับประเด็นการวิจารณ์ แก่น้องๆ ผู้ผ่านเข้ารอบ 30 คนสุดท้าย
งานนี้ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผลิตภัณฑ์แอร์โรว์ และบริษัทสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด ที่ให้โอกาสและส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้ พัฒนา ทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน เพื่อสร้างนิสัยรักการอ่านของน้องๆ เยาวชนไทยให้มีรากฐานที่แข็งแรง
ทางด้าน อาทร เตชะธาดา กรรมการผู้จัดการสำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการ บอกว่า การจัดค่ายครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากโครงการ “อ่าน เขียน เรียนรู้ : ชิงทุนการศึกษาธนาคารกรุงเทพ ผ่านงานวิจารณ์วรรณกรรม” ซึ่งเริ่มโครงการมาตั้งแต่ 1 กันยายน 2557 และสิ้นสุด 31 มีนาคม 2558 เป็นโครงการที่ทางธนาคารกรุงเทพฯ มอบทุนการศึกษาให้นักเรียน-นักศึกษา รวมมูลค่าสูงถึง 2 ล้านบาท ให้ผู้ที่ผ่านเข้ารอบ 30 คน แบ่งเป็นทุนการศึกษา 30 ทุน
น้องๆ ผู้ผ่านเข้ารอบ 30 คนสุดท้าย มีทั้งระดับมัธยมศึกษาจนถึงระดับปริญญาตรี โดยคัดเลือกจากผู้ที่ส่งบทสรุปใจความสำคัญจำนวนกว่า 600 คน ซึ่งน่าภูมิใจมาก ที่น้องๆ มีความตั้งใจ และมุ่งมั่นที่จะเข้ามาในโครงการนี้ด้วยตนเอง โดยได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครอง และครู
สำหรับการวิจารณ์นั้นแตกต่างจากการเขียนเพื่อนำเสนอเนื้อหาโดยทั่วไป ซึ่งในค่ายวิจารณ์วรรณกรรมได้เชิญอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิผู้เชี่ยวชาญศาสตร์และศิลป์ที่หลากหลาย นำโดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, ดร.สิริกร มณีรินทร์, นิเวศน์ กันไทยราษฎร์, ชมัยภร (บางคมบาง) แสงกระจ่าง, พญ.ชัญวลี ศรีสุขโข, วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง มาให้ความรู้เกี่ยวกับหลักการวิจารณ์ หลักคิดง่ายๆ ในหัวข้อ “ความสำคัญของการอ่านต่อชีวิต”
“การวิจารณ์ที่ดีจำเป็นต้องมีการศึกษาขั้นพื้นฐานที่แข็งแรง"
กล่าวเฉพาะเรื่องของ “การอ่าน” ที่ถือเป็นต้นทางของการเรียนรู้ศาสตร์และศิลป์ต่างๆ ซึ่งแล้วจะต้องตีความให้แตก และต้องเข้าใจถึงแก่นเรื่องราวของหนังสือที่สำคัญ ก่อนการวิจารณ์นั้นจะต้องรู้จัก จำแนก แยกแยะ วิเคราะห์ให้ได้ว่าภาษาสวยหรือไม่ โครงสร้างแข็งแรงหรือไม่ เนื้อหาแน่นและกระชับหรือไม่ หลักคิดนี้จะทำให้น้องๆ เติบโตเป็นนักวิจารณ์ที่ดีได้
นอกจากนี้ยังติวเข้มในเรื่อง “หลักการวิจารณ์และการเขียนบทวิจารณ์” โดยแบ่งกลุ่มเขียนบทวิจารณ์งานประเภทสารคดี และประเภทนิยาย โดยมีอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิให้ข้อแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมตรวจบทวิจารณ์ด้วย
สิ่งที่ได้รับจากโครงการนี้ เชื่อว่าน้องๆ จะเข้าใจและสามารถนำความรู้หลักการวิจารณ์นำไปต่อยอดได้ในงานต่างๆ เมื่อเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ ก็จะสามารถจับประเด็นในการวิจารณ์ไปใช้ในสายงานวิชาชีพที่ตนเองเลือก ทั้งพัฒนาให้เป็นผู้นำในด้านต่างๆ ต่อไปได้
เช่น สามารถนำความรู้มาทำอาชีพบรรณาธิการ โดยเป็นเสมือนกระจกเงาที่ปลอดอคติ ในการอ่านงานของนักเขียน ติชมเพื่อให้ปรับงานเขียน ไม่ว่าจะเป็นโครงเรื่อง ตัวละคร ตัดส่วนที่เกิน เพิ่มส่วนที่ขาด นำเข้าสู่ดุลยภาพหรือความเหมาะสม
"ทางคณะผู้จัดโครงการ ขอเอาใจช่วยในการสร้างสรรค์เยาวชนไทยรุ่นใหม่ สู่นักวิจารณ์ไฟแรง นำไปสู่การสร้างทรัพยากรทางปัญญาที่หลากหลาย และทรงคุณภาพสำหรับบรรณพิภพต่อไป" อาทร กล่าวก่อนยิ้มหวานส่งกำลังใจไปถึงน้องๆ
นอกจากความสนุกสนานเพลิดเพลินที่ได้รับแล้ว กิจกรรมต่างๆ ยังช่วยให้เกิดความรู้ และสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เข้าใจ และเปิดใจยอมรับเพื่อนใหม่มากขึ้น
ชาวค่ายได้ร่ำลาจากค่ำคืนวันสุดท้ายด้วยการเปิดใจบอกความรู้สึก และร่วมกันขับร้องเพลงภาษาอังกฤษ ชื่อ step เพื่อเป็นการหลอมรวมมิตรภาพที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ...
นับจากวินาทีแรกจนถึงวันที่ "หนอนวรรณกรรม" เติบโตทางด้านความคิด...แล้วพบกันใหม่!



