
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : วันนี้เป็นวันสงกรานต์
19 เม.ย. 2558
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : วันนี้ เป็นวันสงกรานต์ : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
"วันนี้ เป็นวันสงกรานต์ หนุ่มสาวชาวบ้าน เบิกบานจิตใจจริงเอย..."
ถึงเทศกาลสงกรานต์ทุกปี ใครๆ ต่างขยับเขยื้อนเคลื่อนที่ ในช่วงเทศกาล 7-10 วัน ถูกเรียกขานขนานนามว่าเป็นวันอันตราย ให้ต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มแข็งเข้มงวดเข้มข้น และปีนี้จะเพิ่มความเฉียบขาด โดยอำนาจ “พิเศษ” ก็คอยดูกันว่าจะ “วิเศษ” และ “ศักดิ์สิทธิ์” แค่ไหน “เมาแล้วขับ” มีค่าเท่ากับ “ฆาตกร” “จับ ปรับ” แล้ว “ขัง” ทันที น่าจะทำให้จำนวนครั้งอุบัติเหตุ ยอดเจ็บ ยอดตายในช่วงสงกรานต์ปีนี้ลดลง
“วันนี้ เป็นวันสงกรานต์ หนุ่มสาวชาวบ้าน เบิกบานจิตใจจริงเอย ตอนเช้าทำบุญ ทำบุญตักบาตร ทำบุญร่วมชาติ ตักบาตรร่วมขันกันเอย
เข้าวัดแต่งตัว แต่งตัวสวยสะ ไปสรงน้ำพระ ณ วันสงกรานต์กันเลย
ตอนบ่ายเราเริงกีฬา เล่นมอญซ่อนผ้า เล่นสะบ้ากันเอย
ทำบุญ ทำทานสนุกสนานกันแล้ว ขอเชิญน้องแก้วรำวงกันเอย”
เพลง ประจำเทศกาลสงกรานต์ มีหลายเพลง ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน เพลงของ “สุนทราภรณ์” เวอร์ชั่นเดิม ยังได้รับความนิยม
รำวงวันสงกรานต์, รำวงเริงสงกรานต์, รำวงสงกรานต์หวานใจ, ตลุงสุขสงกรานต์, วิมานสงกรานต์, สื่อสงกรานต์, รำวงปิดทองพระ
“วันนี้วันปิดทองพระ สาวเอวสวยสะ จะปิดทองพระตรงไหนเล่าเอย.."
“ฟ้าใหม่แล้วละนะน้อง สงกรานต์เร้าร้อง ทำนองเพลงโทน โน่นไงจ๊ะโทนป๊ะโท่นโทน ทั้งโยกทั้งโยน เย้ายวนยั่วใจ
วันตรุษหยุดการหยุดงาน สังคมชาวบ้านสิคร้านครึกครื้น เริงสงกรานต์กันพอขวัญชิ้นๆ ฉลองวันคืนจนครื้นเครงคลาน ดอกเอ๋ยมะเมือ แหม..ตัวเนื้อมันเต้น เชิญน้องมาเล่นสงกรานต์”
ช่างเร้าใจจริงทั้งจังหวะ ทำนอง ดนตรี (เอื้อสุนทรสนาน) และคำร้องที่สวยงามได้ความได้อารมณ์ (ศรีสวัสดิ์ พิจิตรวการ)
เสียงร้องอันคุ้นชิน เลิศ ประสมทรัพย์, ศรีสุดา รัชตะวัน, วินัย จุลบุษปะ ,สัมศักดิ์ เทพานนท์, บุษยา รังสี ,วรนุช อารีย์ ในนามที่ประชาชนชาวไทยรู้จัก “ชาวคณะสุนทราภรณ์”
คนไทยเติบโตมากับเสียงเพลง นิสัยประจำชาติช่างร้อง ช่างเล่น ช่างรำ “เพลงสุนทรภรณ์” เป็นส่วนหนึ่งของธาตุสุนทรีย์ในสายเลือด ด้วยจำนวนเพลงหลายพันเพลง ด้วยลีลา เนื้อหาหลากหลาย ด้วยชั้นเชิงทางดนตรีที่พราวพราย รับใช้สังคมครบทุกมิติ การบ้าน การเมือง ทางโลก ทางธรรม
เพลงชุดเทศกาลสงกรานต์ “ออริจินอล” ยังอยู่ยืนยงคงกระพัน เปิดกันสนั่นตามสถานีวิทยุ โทรทัศน์ ตามวัด ตามบ้าน หน่วยงานราชการ ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป ท้ายุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง
“เดือนห้าฟ้าพราย เทพนิยายกรายโพ้นยอดตาล แต่ช้าแต่ แห่องค์นงคราญ ศรีสงกรานต์โอฬารสล้าง
ตรุษไทยแล้ว ตรุษไทยแล้วแพร้วพรายพรพร่าง แต่ แต่ แห่กันไปพลางแหงนตาค้างชมนางสงกรานต์ มาละเหวยมาละวา นางสงกรานต์สุดโสภา ล่องลอยฟ้ามาจากวิมาน...”
“คำร้อง” อันละเมียดละไม สัมผัสนอก สัมผัสใน แพรวพราว มีคำเก่าๆ ลีลาแบบกลอนโบราณ ซึ่งแปลกหูสำหรับคนรุ่นใหม่ น้อยคนนักจะร้องตามลำเนื้อได้ทุกคำ แต่ด้วยจังหวะ ทำนอง และลีลา ภาคดนตรีที่ถึงอารมณ์เพลง ก็ทำให้เพลงชุดสงกรานต์ของชาวคณะสุนทราภรณ์ยังคงดำรงรักษาตำแหน่งเพลงประจำเทศกาลอยู่ต่อไป
เทศกาลสงกรานต์ในชนบท ชาวบ้านยังคงไปรวมตัวกันที่วัด ผู้เฒ่าผู้แก่ยังทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ หนุ่มสาวและเด็กๆ ยังเล่นสาดน้ำกันสนุกสนาน มีเลยเถิดทะเลาะวิวาทกันบ้าง ตามถนนหนทางมีอิสรเสรี ยึดพื้นที่ปิดถนน กักด่านสาดน้ำ ป้ายแป้ง มีลามปามล้วงควักบ้าง มีแก๊งมอเตอร์ไซค์ ตระเวนไปตามถนนหลวง มีรถกระบะบรรทุกแกลลอน มีมือปืน (ฉีดน้ำ) อาวุธครบมือ มีเจ้าหน้าที่ตั้งจุดตรวจ ตามจุดอันตราย จุดเสี่ยง ทั้งจุดใหญ่ จุดเล็ก จุดย่อย มีปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ ชะแง้คอยลูกหลานจะเดินทางมาถึงโดยปลอดภัย
เสียงเพลงเทศกาล สงกรานต์เพลงเดิม ยังคงบรรเลง ขณะที่บริบทสังคมเปลี่ยนไป สุขสันต์วันสงกรานต์ครับ



