เมื่อความ'แก่'(จะ)มาเยือน....กลัวมั้ย????
13 เม.ย. 2558
เมื่อความ "แก่" (จะ)มาเยือน....กลัวมั้ย???? : คอลัมน์ โซไซตี้
เมื่อถือกำเนิดขึ้นจวบจวนเข้าสู่ “วัยเยาว์” รายไหนรายนั้นต่างก็เฝ้าเร่งให้โตวันโตคืน เพราะอยากจะเข้าสู่ "วัยหนุ่ม-สาว" ครั้นพอวันเวลาล่วงเลยผ่านเหยียบย่างเข้าสู่ "วัยชรา" ซึ่งต่างทราบดีว่านี่คือ “วัฏจักรชีวิต” ที่ทุกคนต้องเผชิญ (หากไม่บังเอิญลาลับจากโลกซะก่อนวัยอันควร) ทว่า “ความแก่” กลับเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ต้องการ แต่เมื่อต่างก็ “หนี...แก่” กันไม่ได้ คนกลุ่มนี้เขาและเธอเลือกเผชิญกับความแก่กันอย่างไร ถึงจะเรียกว่า “แก่ไม่ไร้ค่า ชราไม่ไร้คุณภาพ”...มาฟังความคิด หนุ่ม(รุ่น)และสาว(เหลือ)น้อย ดูปะไร!!!
เริ่มจากมือกรรไกรคนดัง “แดง” ดร.สมศักดิ์ ชลาชล ที่ได้ยินประโยคคำถามถึงกับร้องออกมาดังว่า “ว้า...ถามเรื่องแก่ได้ไงกัน” แต่แล้วเจ้าตัวก็บอกว่าความแก่อยู่ได้ไม่ยาก และทุกคนต้องอยู่กับความแก่ แต่เมื่อแก่แล้วเราก็ต้องมีความสุขร่างกายกับใจไม่แก่ก็สุขที่สุดแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำเสมอคือให้เวลากับร่างกาย ตอบแทนคืนสู่ร่างกาย เจ็บป่วยต้องรีบไปหาหมอ มีเวลาว่างก็ออกกำลังกาย ใช้เขามาเยอะแล้วก็ต้องดูแลเขา อย่าขี้เหนียวกับร่างกายเด็ดขาด
อีกเรื่องสำคัญคือใจต้อง “สุข” ไม่มีใครหนีความแก่ได้ดังนั้นเราต้องทำใจให้สุข ส่วนตัวทำเสมอคือ “การให้” ให้ในสิ่งที่เราให้ได้แต่ไม่ใช่ให้จนหมดตัว ให้ความรู้คน ให้เงินเพื่อประโยชน์ความเป็นอยู่ ให้โอกาสเพื่อเติมการศึกษา ให้แล้วใจสุข อายุเพิ่มเท่าไหร่ก็ไม่แก่เพราะใจสุขแล้ว” ดร.สมศักดิ์เผยแง่คิดของตัวเอง
ส่วน “แพร” พัชรพิมล ยังประภากร เจ้าแม่หนังจระเข้จากสวนสามพราน บอกว่าไม่กลัวความแก่เลย เพราะทุกคนก็ต้องแก่เหมือนกันหมด แก่ไม่แก่เป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น เราอยู่กับวันนี้ให้ดีที่สุด ทุกอย่างอยู่ที่ใจ อย่าดิ้นรน อย่าทุกข์กับวันข้างหน้า เครียดมากนักก็หยุดพักแก้เครียดกับวิธีของเราเอง อย่าหมกมุ่นกับเรื่องเฉพาะหน้ามากเกินไป ละและวางให้เป็น ทำตัวเองให้มีความสุข ให้อายุมากแค่ไหน แก่แค่ไหนเราก็มีความสุข ใจสุขกายก็สุข ความแก่ก็เท่านั้นนะ สำคัญคือกำลังใจจากคนรอบข้าง ตอนนี้ได้ยินเสมอว่าเรายิ่งแก่ยิ่งสาว เท่านี้ก็ชื่นใจแล้ว
สาวผมม้าที่หน้าใสคงทีไม่มีเปลี่ยนแม้เวลาจะหมุนผ่าน สุรีย์ รัตนหิรัญญา ที่ยอมเฉลยว่าที่ดูดีไม่มีเหี่ยวไม่มีแก่ เพราะเธอให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองมาก ต้องออกกำลัง ต้องทานอาหารที่เป็นประโยชน์
“คิดดีทำดี ถามว่ากลัวแก่หรือไม่ ก็กลัวนะแต่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นเราก็ต้องดูแลตัวเอง ให้ความสุขกับตัวเอง ทำงานหนักก็ต้องพักผ่อนมาก ผ่อนคลายกับชีวิตอย่าดึงให้ตึงไปข้างใดข้างหนึ่ง สำคัญคิดว่าตัวเอง 40-45 เท่านั้น(หัวเราะ) คิดแล้วสบายใจ สบายใจแล้วทุกอย่างก็ดี รักษาสุขภาพให้ดีรักตัวเองให้มาก อายุเพิ่มก็เท่านั้น เราไม่แก่ด้วยซะอย่าง” นักธุรกิจค้าเหล็กให้แง่คิด
ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นว่าแก่ แต่วันหนึ่งก็ต้องพานพบ “คุณหญิง” ม.ล.อุบลวดี ชยางกูร ประกาศเสียงดังฟังชัดว่าเกิด พ.ศ.2504 ถึงปีนี้อายุ 53 ปีแล้ว แต่ “ไม่กลัว” เรื่องแก่ และยังไม่คิดว่าจะต้องเตรียมตัวอะไรด้วย สบายๆ แค่ทำบุญทำกุศล ทำงานช่วยเหลือสังคม จิตใจมีความสุขก็พอแล้ว
“ยอมรับว่าเป็นคนที่ไม่มีวินัยในการดูแลตัวเองเท่าไหร่ อย่างทุกวันนี้้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นตลอด ด้วยองค์ประกอบหลายอย่างทั้งเรื่องวัยที่สูงขึ้น ทำงานเยอะยิ่งกินเยอะ ที่สำคัญยังเป็นคนชอบกินน้ำหวาน กินขนม ยิ่งทำให้อ้วนง่ายขึ้นไปอีก ส่วนวิธีการสร้างสุขให้ตัวเองก็ไม่มีอะไรมากแค่ทำงานการกุศลเยอะมาก ก็มีีความสุขเหมือนเราได้ช่วยเหลือสังคม อย่างช่วยงานกาชาด ช่วยงานวัดปทุมวนาราม ทำแล้วรู้สึกอิ่มเอมใจ พอมีงานให้ทำเยอะๆ มีกิจกรรมให้ทำหลายอย่าง ยังต้องขับรถค่อยรับส่งลูกสาวด้วย ก็เลยไม่มีเวลามานั่งหดหู่ถึงเรื่องอายุของตัวเอง”คุณแม่ยังสาวเผย
สาวสังคมรุ่นใหญ่วัย 59 ปี หม่อมไฉไล ยุคล เป็นอีกหนึ่งคนที่ไม่ปล่อยใจกังวลกับเรื่องความสูงวัย เพราะเตรียมตัว “แก่..อย่างแข็งแรง มาตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เพื่อจะได้มีแรงเดินท่องเที่ยวไปพักผ่อนตามสถานที่ต่างๆ หลังจากอายุร่วงเลยวัย 60 ปี
“เพื่อก้าวไปเป็นผู้ใหญที่แข็งแรง หม่อมให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพตัวเองสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ทุกๆ วันเวลาเก้าโมงเช้า หม่อมเดินรอบๆ บ้าน 15 นาที ต่อด้วยว่ายน้ำแบบผู้สูงวัย ออกกำลังกายในน้ำ เลี้ยงสุนัขเลี้ยงนก รวมเวลาไม่เกิน 11.00 น. หลังจากนั้นทำกิจกรรมอื่น ขณะเดียวกันก็ดูแลเรื่องอาหารควบคู่ไปด้วยยิ่งสูงวัยยิ่งพยายามทานอาหารรสอ่อนเหมือนเด็ก รสไม่เค็ม ไม่หวาน ไม่เปรี้ยว ทานแป้งให้น้อยที่สุด ทานปลาเยอะๆ ช่่วยเรื่องความจำ อีกเรื่องที่ดูแลไม่ขาดเลยคือ สุขภาพฟันและสุขภาพตา ปีหนึ่งต้องแวะเวียนไปหาหมอถึง 2 ครั้งจนคุณหมอถามว่าจะมาทำไมบ่อยๆ นอกจากนี้ในเรื่องอารมณ์เป็นฟังเพลงชอบทุกสไตล์ ชอบดูหนัง ดูคนเดียวก็ได้ ต้องทำอะไรให้ตัวเองคนเดียวได้ ต้องมีตาชั่งในห้องน้ำตลอดเวลา และสิ่งสำคัญโกรธได้แต่อย่าเก็บไว้กับตัวเอง” สาวสองพันปีแชร์เคล็ดลับ
ยอมรับว่ากลัวแก่ ทว่า “หมอต๊ะ” พญ.รักษ์ฉนา อภิเกษมสันติ์ เจ้าของตัวเลขอายุ 54 ปี ก็มีวิธีตีกันความ “แก่” ให้ห่างกาย นั่นคือ เลือกสิ่งที่ดีที่สุดพอใจที่สุดให้กับตัวเองควบคู่กับการหลีกเลี่ยงความเครียด นอกจากการรับประทานอาหารมีประโยชน์
“คาถากันชราอย่างแรกคือ ”ยู อาร์ วอท ยู อีท : กินอย่างไรก็ได้อย่างนั้น“ อยากสุขภาพดีผิวพรรณดีก็ต้องทานผักผลไม้ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ หลีกเลี่ยงของทอดของมัน อย่างที่สองต้องรู้จักออกกำลังกาย คือ การต่ออายุให้ยืนยาว สามคือเรื่องอารมณ์ ต้องรู้จักผ่อนคลายจากความเครียด จำไว้เสมอว่าทุกครั้งที่เราเครียดแค่ 2 นาทีร่างกายต้องชำระล้างความเครียดออก 8 ชั่วโมง ถ้าเครียดมากว่า 2 นาที ร่างกายก็ต้องใช้เวลาทั้งวันในการชำระสารพิษจากความเครียดที่ทำให้ร่างกายเราชราลง ดังนั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือต้องควมคุมอารมณ์ อาจมีเหงา มีเศร้าบ้าง แต่เราเองเป็นคนตลกก็เลือกจะกลับมาพูดคุยหากิจกรรมทำให้คนในครอบครัวให้มีความสุข อันที่จริงก็กลัวความแก่นะ เคล็ดลับคืออย่าคิดว่าเราแก่ เพราะถ้าเมื่อไหร่ผู้หญิงคิดว่าตัวเองแก่แล้วก็จะปล่อยปะละเลย อะไรทรุดโทรมก็ปล่อยๆ ไป ไม่ดูแลตัวเอง” กูรูความงามเผย
ด้านสาวเจ้าของสไตล์แต่งกายแซ่บเว่อร์ “เอื้อง” สาลินี ปันยารชุน ถึงจะยังอยู่ห่างไกลคำว่า “อาวุโส” อีกไกลโขนัก แต่เธอก็มีมุมมองเด็ดๆ สำหรับการดำเนินชีวิตในช่วงโค้งสุดท้ายปลายทาง
"ตอนนี้อายุใกล้จะ 50 ปีแล้ว เราบอกตัวเองทุกวันให้คิดดี ทำดี มีความสุข ทำอะไรต้องมีความสุขเสมอ แสดงออกมาทางรอยยิ้ม การแต่งตัวสดใสหากิจกรรมสังสรรค์สนุกๆ เราจะรู้สึกไม่ห่อเหี่ยวไม่มีทางรู้สึกแก่แน่นอน ถึงแม้ชีวิตจะควบคุมไม่ได้ บางทีก็มีเรื่องปัญหาหนักเข้ามาเราก็ท่องคาถา “ต้องสนุก ไม่เศร้า ห้ามเศร้า ห้ามเศร้า ห้ามเศร้า” เราก็จะมีทางออก เห็นอะไรก็สนุกขึ้น คนรอบข้าง สถานการ์ณรอบข้างก็ดีไปด้วย แต่ต้องมีการเตรียมใจไม่ใช่เจอปัญหาฉันจะไม่เศร้า อาจหลังจากนั้นมานั่งคิดกับตัวเองแล้วหัวเราะกันตัวเองบ้าง
ปิดท้ายกับ 2 หนุ่ม(ใหญ่) 1 สาว (ใหญ่) สมาชิกวงดนตรีรุ่นเก๋า “ฮอทเปปเปอร์ ซิงเกอร์ส” นำโดย ศาสสัณฑ์ บุญญาสัย, ยงยุทธ มีแสง และ ผุสดี เอื้อเฟื้อพร้อมใจกันผสานเสียงอย่างอารมณ์ดีว่า “วัยของตัวเองเป็นของแสลงหู...คนรุ่นนี้เลิกจำไปนานแล้ว” เมื่อไม่ให้ความสำคัญเรื่องอายุฉะนั้นจึงหมดความกังวลใจเรื่องความแก่และวันเวลาข้างหน้าในฐานะผู้สูงวัย แค่ทุกวันนี้ดำเนินชีวิตด้วยจิตใจให้ดี คิดดี มีธรรมะก็มีความสุขแล้ว
"ในฐานะนักร้องนำ "ผุสดี" เผยว่าทุกวันนี้ถึงจะมีโรคประจำตัวหลายโรคตามวัย แต่เมื่อตัวเองไม่เครียดไม่วิตกกังวลทำจิตใจให้สบายๆ ชีวิตในวัยนี้ของเธอก็ยังมีความสุขดี ที่สำคัญการอยู่กับเสียงเพลงทั้งวันยังช่วยให้อารมณ์เบิกบานได้เป็นอย่างดีอีกซะด้วย สำหรับหนุ่มใหญ่ ศาสสัณฑ์" บอกว่าการดูแลสุขภาพตัวเองตามช่วงอายุเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง เขาเป็นคนหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารกินอย่างจริงจังผสานกับการหาโอกาสสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าร่างกายบ้าง อีกหนึ่งมุมของ ยงยุทธ"เล่าว่าถ้าคิดดี มองโลกในแง่ดี มีธรรมะพอประมาณชีวิตไม่ว่าวัยไหนก็สุขดีนะ" มุมมองของ 3 นักร้องรุ่นใหญ่ใจสดมาก
....ตัวอย่างเล็กๆ ของคน(เกือบ)แก่อย่างมีคุณค่า และ(เกือบ)ชราอย่างมีสุข...หากลองนำปฏิบัติแล้วเกิดผลดีอย่าลืมบอกต่อนะคะ “สวัสดีปีใหม่ไทย” ค่ะ.....



