
สู่ปีที่50ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาไทย
ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาไทยก้าวย่างอย่างมั่นคงสู่ปีที่ 50
งานวิทยาศาสตร์การกีฬาของไทย เริ่มต้นเมื่อครึ่งศตวรรษก่อน โดย "ศ.นพ.อวย เกตุสิงห์" จากจุดเล็กๆ ที่ "หมออวย" เป็นคนถางทางไว้ จนบัดนี้ไม่มีใครปฏิเสธว่าใน "โลกแห่งกีฬา" ต้องสู้กันด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่งประเทศไทยก็เติบโตและมีรากฐานทางวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ยาวนานและมั่นคง
เมื่อวันที่ 1 เมษายน เป็นวันคล้ายวันสถาปนาศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา ครบรอบ 49 ปี นายมนตรี ไชยพันธุ์ รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา รักษาการผู้ว่าการ กกท. เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยมี ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ อดีตผู้ว่าการ กกท., นพ.จตุรพร ณ นคร อดีตรองผู้ว่าการ กกท., นายเฉลิมชัย บุญรักษ์ อดีตรองผู้ว่าการ กกท. และผู้บริหาร กกท. ร่วมงาน ที่อาคารศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา กกท.ภายในศูนย์กีฬาหัวหมาก
ศ.นพ.อวย เกตุสิงห์ เป็นแพทย์ชาวไทย เกิดเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2451 เป็นชาวจังหวัดพระนคร สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล จุฬาฯ แล้วได้ทุนไปศึกษาเพิ่มเติมที่มหาวิทยาลัยในประเทศเยอรมนี ก่อนจะกลับมาเป็นอาจารย์ที่ภาควิชาสรีรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล โดยท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นนายแพทย์ที่มีความรู้ทางพระพุทธศาสนาสูง รู้จักประยุกต์ใช้คำสอนของพระพุทธศาสนาเพื่อประโยชน์ทางการบำบัดผู้ป่วยกับวิชาแพทย์แผนใหม่รุ่นบุกเบิกของไทย ในขณะเดียวกันท่านยังเป็นนายแพทย์ผู้บุกเบิกเอาวิชาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และแพทยศาสตร์มาประยุกต์และได้รับสมญาว่าเป็นบิดาแห่งแพทย์แผนไทยประยุกต์อีกด้วย
ศ.นพ.อวย เกตุสิงห์ คือ ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาการวิทยาศาสตร์การกีฬาของไทย โดยนำเอาการแพทย์มาพัฒนามาตรฐานการกีฬาของชาติ และเป็นผู้ที่เสนอจัดตั้งศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬาขึ้น เพื่อเป็นศูนย์พัฒนากีฬาของนักกีฬาในการแข่งขันรายการต่างๆ โดยเริ่มจากออฟฟิศเล็กๆ อยู่ใต้อัฒจันทร์ด้านตะวันออกเฉียงใต้ของสนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติมีบุคลากรอยู่เพียงไม่กี่คน จากครึ่งศตวรรษที่แล้วมาจนถึงปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับว่าการกีฬาเพื่อความเป็นเลิศจะประสบความสำเร็จได้จะต้องอาศัยความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาที่จะนำมาใช้อย่างจริงจัง และเป็นระบบที่ดีแก่นักกีฬาทุกระดับ
ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา เป็นหน่วยงานของการกีฬาแห่งประเทศไทยมีหน้าที่สำคัญ คือ การเตรียมความพร้อมนักกีฬาทีมชาติ โดยร่วมมือกับสมาคมกีฬาต่างๆ ที่จะส่งนักกีฬาเข้าแข่งขัน และร่วมกับฝ่ายแพทย์ของคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในการเตรียมนักกีฬาทีมชาติเข้าแข่งขันกีฬาซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ โอลิมปิกเกมส์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังต้องทดสอบสมรรถภาพของนักกีฬาเพื่อให้เป็นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์การกีฬา ถึงระดับความฟิตของนักกีฬาในช่วงเวลาต่างๆ ก่อนเข้าทำการแข่งขันเพื่อประโยชน์ของโค้ชและผู้จัดการทีมในการพิจารณาด้านตัวผู้เล่นหรือการเตรียมทีมที่ดีที่สุด
ภารกิจของศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา ยังมีเรื่องของการบริการตรวจรักษาในกรณีที่นักกีฬาได้รับบาดเจ็บ บริการด้านกายภาพบำบัด ทันตกรรม จิตวิทยา เสริมสร้างสมรรถภาพทางกาย มีห้องฟิตเนสเพื่อการเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายไม่ว่าจะเป็นความแข็งแรง (Strength) ความอดทน (Endurance) ตลอดจนความอ่อนตัว (Flexibility) และห้องอบไอน้ำไว้ให้บริการ งานด้านการควบคุมสารต้องห้าม (Doping control) งานด้านชีวกลศาสตร์ (Biomechanic) วิเคราะห์เกมกีฬา การรวบรวมองค์ความรู้และการวิจัย และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์การกีฬา
งานวิทยาศาสตร์การกีฬาของไทยเพิ่มภารกิจและทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในวงการกีฬาของไทยจนกำลังครบรอบกึ่งศตวรรษในอีกไม่นานนี้
นี่คือก้าวย่างอย่างมั่นคงของวิทยาศาสตร์การกีฬาไทย



