ไลฟ์สไตล์

“ชัยวุฒิ”ค้านปิดรร.ป้องกันไข้หวัด2009

“ชัยวุฒิ”ค้านปิดรร.ป้องกันไข้หวัด2009

14 ก.ค. 2552

“ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์” ค้านปิดรร.ป้องกันแพร่ระบาดหวัดใหญ่ ชี้เป็นการแก้ไม่ตรงจุด ด้าน“ชุมพล” ชี้หวัด 2009 ไม่กระทบการท่องเที่ยว

 (14ก.ค.) นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการปิดโรงเรียนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคหวัด 2009 ว่า ที่ประชุมครม.จะมีการพิจารณาเรื่องการมาตรการปิดโรงเรียนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ 2009 เพราะขณะนี้เกิดคำถามว่าเมื่อปิดโรงเรียนแล้วเด็กนักเรียนอยู่บ้านหรือไม่ หากเด็กไม่อยู่บ้านแต่กลับไปอยู่ในที่สาธารณะหรือที่รวมกลุ่มคนก็จะยิ่งอันตรายมากขึ้นซึ่งเราต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะเราคิดว่าเด็กส่วนใหญ่ไม่อยู่บ้าน นอกจากนั้นโรงเรียนในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ห่างไกลและไม่การแพร่ระบาดจะต้องมีการปิดโรงเรียนด้วยหรือไม่ หรือต้องมีปิดโรงเรียนในพื้นที่เขตการศึกษาใดบ้าง เราต้องหารือกันว่าจะทำอย่างไรให้การป้องกันการแพร่ระบาดโรคได้ผลที่สุดและเกิดผลกระทบน้อยที่สุด
 
 เมื่อถามว่าแสดงว่าทางกระทรวงศึกษาธิการไม่เห็นด้วยที่จะมีการปิดโรงเรียนทั้งหมดใช่หรือไม่ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ไม่ถึงกับไม่เห็นด้วย หากทางกระทรวงสาธารณะสุขและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นว่าต้องปิดโรงเรียน ทางกระทรวงศึกษาธิการก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือแต่ต้องตอบคำถามให้ได้ว่าเมื่อปิดโรงเรียนแล้วจะเด็กไปไหน ส่วนที่มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขไปคอยคัดกรองเด็กที่มีไข้ในโรงเรียนต่างๆ นั้นมีปัญหาคือเราสามารถคัดกรองเด็กได้แต่ไม่สามารถคัดกรองผู้ปกครองได้ สำหรับมาตรการปิดโรงเรียนกวดวิชานั้นในวันที่ 16 ก.ค.นี้จะมีการหารือกันว่ามาตรการนี้ได้ผลอย่างไร วันนี้การป้องกันการแพร่ระบาดไม่ใช่เน้นที่เด็กอย่างเดียวแล้วแต่ต้องดูแลบุคคลทั่วไปด้วย เพราะเริ่มมีการแพร่กระจายไปบุคคลทั่วไปแล้ว

 ด้านนายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข กล่าวกรณีมีการวิจารณ์ว่าเหตุที่การแก้ปัญหาการแพร่ระบาดหวัดใหญ่ 2009 ไม่สำเร็จ เพราะใกล้เปลี่ยนตัวปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ ว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น ทุกคนก็ทำงานเต็มที่ที่จะหามาตรการในการรักษาชีวิตของคนในประเทศ และ 2 เดือนกว่าที่โรคนี้เกิดขึ้น ทางกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้หยุดพักช่วงเสาร์-อาทิตย์เลย อย่างไรก็ตามจำนวนผู้ติดเชื้อขณะนี้ก็เป็นไปตามที่มีการคาดการณ์ไว้ แต่ที่รุนแรงก็คือความรู้สึกของประชาชน ที่คิดว่าไม่น่าจะมีจำนวนมากขนาดนี้ และหากประชาชนไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ก็จะไม่สามารถป้องกันอะไรได้ โดยจะต้องหารือในที่ประชุม ครม.และคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหม่ของไข้หวัดใหญ่ ของ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ด้วย เพื่อหามาตรการบังคับอื่นๆมาใช้นอกจากจะขอความร่วมมือว่าหากใครป่วยก็ให้หยุดอยู่บ้านเท่านั้น เพราะแค่มาตรการนี้คงไม่เพียงพอในการป้องกันการแพร่ระบาด
 
 เมื่อถามถึงข้อเสนอของ พล.ต.สนั่น ที่ให้โรงเรียนปิดเทอมก่อนถึงเวลาปิดเทอมจริง 1 เดือน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด นายวิทยา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องฟังความเห็นของฝ่ายอื่นด้วย เพราะกระทรวงสาธารณสุขทำหน้าที่ทางวิชาการ ส่วนมาตรการทางสังคมคิดว่าคณะกรรมการฯของ พล.ต.สนั่น จะต้องระดมความเห็นจากส่วนอื่นด้วย เพื่อกำหนดทิศทางว่าจะทำอย่างไรต่อไป เพื่อทำให้อารมณ์ ความรู้สึกของคนในประเทศไม่ตื่นตระหนก และให้รู้สึกว่าได้รับการดูแลที่ดี

 นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการแพร่ระบาดของหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่อาจกระทบการท่องเที่ยว ว่า เวลานี้ประชาชนตื่นกลัวข่าวการระบาดโรคหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 มากกว่า แต่ความรุนแรงไม่น่าจะกระทบถึงการท่องเที่ยว สิ่งที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศทุกวันก็เป็นไปตามเงื่อนไขขององค์กรระหว่างประเทศ ดังนั้นประชาชนไม่น่าต้องตกใจ ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวยังไม่มีตัวชี้วัดว่ากระทบขนาดไหน ส่วนที่การท่องเที่ยวยังฟื้นตัวไม่ได้เต็มที่ เพราะปัญหาทางการเมือง เช่น การปิดสนามบิน การล้มประชุมอาเซียนที่พัทยา ปัญหาด้านเศรษฐกิจที่มีผลกระทบทั่วโลก ซึ่งถือเป็นปัญหาหลักของการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ เพราะแม้ไข้หวัด 2009 จะเกิดขึ้น แต่ไม่มีตัวชี้วัดว่าทำให้เศรษฐกิจตกต่ำมากขึ้น เพราะตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติยังเดินทางเข้ามาในไทยมากขึ้น ดังนั้นตนเห็นว่าการเมืองอย่าเพิ่มกระแสความรุนแรงขึ้นมาก็แล้วกัน
 
 ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ประเทศจีนประกาศห้ามคนไทยเข้าประเทศเพราะเป็นตัวแพร่เชื่อไข้หวัด 2009 นายชุมพล กล่าวว่า ไม่ใช่จีน เพราะตอนนี้จีนได้ปลดล็อคในระดับชาติไปพอสมควรแล้ว และระดับท้องถิ่นก็กำลังเจรจากันอยู่ โดยในช่วงต้นเดือน ส.ค.นี้ตนจะไปหารือกับ รมว.การท่องเที่ยวของจีนและผู้ว่าการมณฑลเซี่ยงไฮ้ เพื่อเจรจาให้คนจีนเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ส่วนการประกาศเตือนไม่ให้เดินทางเข้ามาในไทยนั้นก็น้อยลงแล้ว อย่างไรก็ตามตนเป็นห่วงปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจจะกระทบการท่องเที่ยวมากกว่าเรื่องการแพร่ระบาด เพราะยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ยังเดินทางเข้ามาเที่ยวไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม