ไลฟ์สไตล์

สธ.ตั้งทีม‘ผู้ก่อการดี’ช่วยเหลือเด็กจมน้ำ

สธ.ตั้งทีม‘ผู้ก่อการดี’ช่วยเหลือเด็กจมน้ำ

11 เม.ย. 2558

สธ.ตั้งเป้าลดอัตราเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำตาย ตั้งทีม‘ผู้ก่อการดี’ช่วยเหลือ

           กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ตั้งเป้าลดอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำเสียชีวิตในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ให้เหลือ 6.5 คนต่อประชากรเด็กแสนคน ภายในปี 2558 พร้อมทั้งตั้ง "ทีมผู้ก่อการดี" ป้องกันการจมน้ำในมาตรการต่างๆ ครบตามองค์ประกอบที่กำหนดในแต่ละระดับ แนะวิธีการช่วยเด็กจมน้ำอย่างถูกวิธี ห้ามอุ้มพาดบ่าแล้ววิ่งกระแทกให้ออกมาทางปาก อาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้

           นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนมักมีเด็กจมน้ำเสียชีวิตมากที่สุด โดยเฉพาะเดือนมีนาคม รองลงมาเดือนเมษายน จากข้อมูลการเสียชีวิตของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ประเทศไทย มีการตกน้ำ จมน้ำ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี เมื่อเทียบกับการเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นๆ ในทุกสาเหตุ ซึ่งการเสียชีวิตจากการตกน้ำ จมน้ำของเด็ก มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมควบคุมโรคเริ่มดำเนินการป้องกันตั้งแต่ปี 2549  ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานในท้องถิ่น 

           "ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2548-2557) มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จมน้ำเสียชีวิตแล้ว 11,771 คน เฉลี่ยเดือนละ 98 คน เพศชายมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าเพศหญิง ประมาณ 2 เท่าตัว  แหล่งน้ำที่มีเด็กเสียชีวิตจากการตกน้ำ จมน้ำสูงที่สุด คือ แหล่งน้ำธรรมชาติ (ร้อยละ 49.4) รองลงมาคือ สระว่ายน้ำ (ร้อยละ 6.9) และอ่างอาบน้ำ (ร้อยละ 4.6) พบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราการเสียชีวิตสูงที่สุด รองลงมาคือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคเหนือ  ที่สำคัญพบว่า วันหยุดสุดสัปดาห์ (วันเสาร์และวันอาทิตย์) และช่วงเวลา 12.00-17.59 น. เป็นช่วงที่มีการเกิดเหตุสูงสุด"

           อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวต่อไปว่า จากการสำรวจของสำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค (ปี 2556) พบว่า เด็กไทย อายุ 5-14 ปี ว่ายน้ำเป็น ร้อยละ 23.7 แต่ว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดได้เพียง ร้อยละ 4.4 โดยเด็กที่เรียนหลักสูตรว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด จะมีความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำ ทักษะการเอาชีวิตรอดในน้ำ และทักษะการช่วยผู้ประสบภัยทางน้ำ มากกว่าคนที่ไม่ได้เรียน

           "กระทรวงสาธารณสุข กำหนดเป้าหมายไว้ว่า ภายในปี 2558 ต้องลดอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำ ของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี  ให้เหลือ 6.5 คนต่อประชากรเด็กแสนคน หรือลดจำนวนการตายให้เหลือไม่เกิน 770 คน จากข้อมูลในปี 2556 เสียชีวิต 920 คน หรือ 7.6 คนต่อประชากรเด็กแสนคน และปี 2557 เสียชีวิต 807 คน หรือ 7.1 คนต่อประชากรเด็กแสนคน"

           สำหรับจุดเน้นการดำเนินงานของกรมควบคุมโรค ปี 2558 อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ได้สร้าง ทีมผู้ก่อการดี คือ ทีมที่มีการดำเนินงานป้องกันการจมน้ำในมาตรการต่างๆ ครบตามองค์ประกอบที่กำหนดในแต่ละระดับ รวมทุกหน่วยงาน ทุกองค์กร ทั้งภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนบุคคลทั่วไป เพื่อป้องกันการจมน้ำในระดับพื้นที่ โดยในปี 2558 ตั้งเป้าว่า ต้องมีทีมผู้ก่อการดีทั้งหมดอย่างน้อย 320 ทีม จะส่งผลให้เกิดมาตรการป้องกันการจมน้ำที่สำคัญ เช่น มีการจัดการสิ่งแวดล้อมบริเวณแหล่งน้ำเสี่ยง อย่างน้อย 960 แห่ง และ เด็กอายุ 6-14 ปี ได้เรียนหลักสูตรว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด อย่างน้อย 32,000 คน เป็นต้น

           "ที่สำคัญยังมีประชาชนถึงร้อยละ 92.6 เข้าใจผิดว่า เมื่อช่วยเด็กขึ้นมาจากน้ำ สิ่งแรกที่ต้องทำคือการอุ้มพาดบ่า และกระแทกเอาน้ำออก ในกรณีนี้ขอแนะนำว่า เมื่อช่วยเหลือคนจมน้ำขึ้นจากน้ำได้แล้ว ห้ามจับพาดบ่าแล้วกระโดดหรือวิ่งเพื่อให้น้ำออก เนื่องจากน้ำที่ออกมาจะเป็นน้ำจากกระเพาะไม่ใช่จากปอด ซึ่งเป็นวิธีที่ผิด เพราะจะทำให้คนจมน้ำขาดอากาศหายใจนานยิ่งขึ้น และเสียชีวิตได้ สำหรับวิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้อง คือ ให้ตะโกนขอความช่วยเหลือ วางคนที่จมน้ำนอนราบ ตะแคงหน้าเอาน้ำออกจากปาก ช่วยให้หายใจได้เร็วที่สุด โดยวิธีการผายปอด และเป่าลมเข้าทางปากติดต่อกันหลายครั้ง ถ้าหัวใจหยุดเต้น ให้นวดหัวใจ โดยการกดที่บริเวณกลางหน้าอกให้ยุบประมาณ 1 ใน 3 ของความหนาของหน้าอก ความเร็ว 100 ครั้งต่อนาที และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่อยู่ใกล้บ้าน หรือโทรแจ้ง 1669 โดยเร็วที่สุด และวิธีป้องกันที่ดีที่สุด คือ ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็ก อย่าปล่อยเด็กไปเล่นน้ำกันเองตามลำพัง เด็กเล็กต้องอยู่ในระยะที่มือเอื้อมถึง และคว้าถึง"

           ส่วนอีกมาตรการที่ต้องยึดไว้ใช้ยามฉุกเฉิน คือ “ตะโกน โยน ยื่น” ได้แก่ ตะโกน เรียกให้ผู้ใหญ่มาช่วย และโทรแจ้งทีมแพทย์กู้ชีพ 1669 โยน อุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวเพื่อช่วยคนตกน้ำเกาะจับพยุงตัว เช่น เชือก ถังแกลลอนพลาสติกเปล่า ขวดน้ำพลาสติกเปล่า หรือวัสดุที่ลอยน้ำได้โดยโยนครั้งละหลายๆ ชิ้น และ ยื่น อุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวให้คนตกน้ำจับและดึงขึ้นมาจากน้ำ เน้นให้เด็กรู้วิธีการช่วยเหลือคนตกน้ำที่ถูกต้อง ไม่ต้องกระโดดลงไปช่วย