
เทคนิคลดภัยรถยนต์ยามเดินทางไกล
เทคนิคลดภัยรถยนต์ยามเดินทางไกล : เปิดโลกยนตรกรรม โดยยุทธพงษ์ ภาษี
อุบัติเหตุและความสูญเสียจากรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ยังเป็นปัญหาใหญ่ ผู้รับผิดชอบหลายฝ่ายก็พยายามแก้ไข มีการกำหนดเป็นวาระแห่งชาติแต่ก็ค่อนข้างเงียบ รณรงค์เฉพาะช่วงเทศกาล ทำให้ยอดคนเสียชีวิตยังคงสูงในความรู้สึกนึกคิด ไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุ แต่ด้วยข้อมูลที่ไม่ถูกต้องตรงกัน สิ่งนี้จึงยังคงเกิดขึ้นในสัปดาห์ของวันหยุด เทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ไทยเรานำเสนอเทคนิคเมื่อต้องขับรถเดินทางไกลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันอุบัติเหตุทางรถยนต์
เตรียมตัวเดินทาง
การเตรียมตัวเดินทางประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ คนขับ ยานพาหนะ เส้นทางและเทคนิคการขับขี่ โดยนักขับจะต้องมีเวลาเพียงพอสำหรับการเตรียมความพร้อม แม้การเดินทางระยะทางใกล้ๆ การเตรียมตัวก็สำคัญ ควรฝึกให้เป็นนิสัย
เตรียมคนขับ
ไม่ว่ารถจะดีแค่ไหน มีอุปกรณ์ไฮเทคมากมายแต่สุดท้ายรถถูกควบคุมด้วยมนุษย์ซึ่งหมายถึง “โชเฟอร์” ต้องพร้อม "ร่างกาย” มนุษย์มีข้อจำกัดแต่ก็มีวิธีปฏิบัติเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดนั้นๆ โดยเริ่มจาก ความเหนื่อยล้าและการป้องกันการหลับใน คนขับมีเวลาพักผ่อนเพียงพอ ไม่เหนื่อยล้า การนอนหลับเท่านั้นที่จะช่วยป้องกันความเหนื่อยล้าและอาการหลับในได้ ลูกอม กาแฟ ขนม ของเปรี้ยว มะนาวไม่สามารถช่วยได้ การนอนหลับอย่างเพียงพอหรือประมาณ 7-8 ชั่วโมง จะป้องกันความเหนื่อยล้า อาการหลับในที่เกิดกับผู้ขับขี่รถยนต์มีผลมาจากความเหนื่อยล้า ช่วงระยะเวลาที่ร่างกายล้ามากที่สุด คือ เที่ยงคืนถึงรุ่งเช้า เพราะร่างกายถูกกำหนดมาให้เคยชินแบบนั้น เมื่อรู้สึกง่วง ระหว่างการเดินทาง ควร "เปลี่ยนมือ” ถ้าไม่มีใครเปลี่ยน ควรหยุดพักผ่อน งีบ 10-15 นาที ควรแวะพักเป็นระยะอย่ามุ่งมั่นเพื่อไปต่อเพียงอย่างเดียว บางคน เชื่อว่า การดื่มแอลกอฮอล์ จะกระตุ้นไม่ให้ร่างกายเหนื่อยล้า วิธีนี้เป็นอันตรายอย่างมาก เนื่องจาก “ความเหนื่อยล้า” คือกลไกของร่างกายมนุษย์สารกระตุ้นใดๆ ไม่สามารถป้องกันความเหนื่อยล้าได้ ร่างกายไม่พร้อมคือไม่พร้อม การขับต่อไปอาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ
การเตรียมยานพาหนะ
ตรวจความพร้อมของรถยนต์และจักรยานยนต์ ต้องเริ่มสำรวจอุปกรณ์ระบบต่างๆ เช่น ยาง และสัญญาณไฟต่างๆ ระดับของเหลวต่างๆ เช่นน้ำมันเครื่องระดับน้ำหล่อเย็น น้ำฉีดกระจกสารเหลวที่เกี่ยวข้องกับระบบการขับเคลื่อน เช่นน้ำมันเบรก น้ำมันเพาเวอร์ น้ำมันเกียร์ และรายการอื่นๆ สำหรับรถใช้งานประจำวันแทบจะไม่มีปัญหาในสิ่งเหล่านี้ แต่ขอให้ความสำคัญกับ “ยาง” เป็นพิเศษเพราะแม้รถจะราคาแพงเท่าไร มีอุปกรณ์ป้องกันภัยมากมาย หากว่า ยางไม่พร้อมสิ่งที่กล่าวมาก็หมดความหมาย เวลาวิ่งหน้ายางสัมผัสพื้นแค่ฝ่ามือ 4 ล้อก็ 4 ฝ่ามือเท่านั้น สภาพยางต้องสมบูรณ์
“ลมยาง” คือหัวใจให้เลือกเติมลมให้พอดีกับผู้ผลิตรถยนต์แนะนำ กรณีเปลี่ยนขนาดยางไม่ถูกต้องตามขนาดมาตรฐานไม่ว่าสูงหรือต่ำกว่าต้องคำนวณอัตราแรงดันลมใหม่ หากไม่รู้ให้ตรวจสอบที่ผู้จำหน่ายรถ“แรงดันลมยางอ่อนเป็นอันตรายกว่ายางแข็ง” ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย ในทางปฏิบัติผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เพิ่มแรงดันเผื่อไว้ 2-3 ปอนด์ห้ามใช้ยาง "เปอร์เซ็นต์” หรือยางมือสอง เทคโนโลยียางซับซ้อนมาก ตอนไปซื้อก็เห็นว่ายางสวยแต่การตรวจสภาพด้วยตาไม่เพียงพอที่จะบอกว่ายางนั้นเสียหายภายใน หรือโครงสร้างชำรุดได้
เทคนิคการขับและเส้นทาง
เราควรมีแผนที่และสภาพเส้นทางการขับขี่ ไว้เป็นข้อมูล เช่น สภาพทางชันหรือไม่ มีที่พักสะดวกปลอดภัยมากน้อยเพียงใด เพื่อวางแผนการเดินทาง นอกจากนี้สภาพจราจรเป็นอย่างไร รวมถึงมีการก่อสร้างหรือไม่ เพื่อจะได้หลีกเลี่ยง สภาพเส้นทางเหล่านี้สามารถหาข้อมูลได้ง่ายและเรียลไทม์กว่าอดีต ด้านเทคนิคการขับ ด้วยปัจจัยหลายอย่างในช่วงเทศกาล มีรถจำนวนมากต้องขับรถกลางคืน ซึ่งโดยหลักการแล้วการขับรถกลางคืนอันตรายกว่ากลางวัน และการกู้ภัยทำได้ยากกว่ากลางวัน อุบัติเหตุกลางคืนนั้นเกิด จากมองไม่เห็นสิ่งกีดขวาง หรือการมองเห็นในระยะกระชั้นชิดมากเกินไป ทำให้มีเวลาไม่เพียงพอในการหลีกเลี่ยงการชน เช่นมีรถจอดปิดไฟอยู่ การมองเห็นในระยะกระชั้นชิดเกินไปทำให้การหยุดไม่สามารถทำได้ เพราะการเบรกต้องการระยะ ดังนั้น ขับรถกลางคืนควรใช้ความเร็วให้สอดคล้องกับระยะไฟสว่างเช่น “ไฟต่ำ” ของรถทั่วไป ไกลได้ไม่เกิน 60 เมตร หมายความว่าควรจะใช้ความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชั่วโมง ถ้าต้องใช้ความเร็วมากกว่านั้น เมื่อขณะขับไปบนท้องถนนและไม่มีรถคันอื่นๆ วิ่งสวนทางมาหรือมีรถไม่มากก็สามารถเปิด "ไฟสูง” ซึ่งจะทำให้ระยะการมองเห็นยาวไกลขึ้น
“ควรเลือกขับตามรถที่ลักษณะเหมือนกัน คือ รถเล็กไม่ควรขับตามรถใหญ่ รถเล็กควรขับตามรถเล็ก" ซึ่งจะช่วยให้มองให้เห็นข้างหน้าได้ไกลตามหลักการ “การมองไกล” ที่ต้องมองให้เห็นไกลอย่างน้อย 10 วินาที และทำให้เราสามารถเว้นระยะห่าง ตามเทคนิคสากลคือ เว้นห่างไม่น้อยกว่า 3-4 วินาที การรักษากติกามารยาทก็สำคัญ เช่นการ แสดงสัญญาณไฟเพื่อเปลี่ยนช่องทาง การจอดรถยนต์ข้างทางหรือการสลับเข้าคิวเพื่อเข้าทางแคบ ปัญหาใหญ่ของสังคมถนน คือ การแซงไหล่ทาง กับขับช้าชิดขวา ด้วยเหตุแห่งความไม่รู้หรือไม่มีวินัยถนนก็แล้วแต่ ในสภาพที่การจราจรหนาแน่น การรักษาระเบียบหรือ ปฏิบัติตามกฎที่เคร่งครัด เช่น ไม่แซงไหล่ทาง การขับช้ากว่าคันอื่นต้องชิดซ้าย ทำได้ตามนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ หรือไม่เป็นเหตุให้รถคันอื่นๆ เกิดอุบัติเหตุกรณีฉุกเฉิน
ในกรณีเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดเหตุฉุกเฉินเบื้องต้น เราอาจจะต้องการยาสามัญประจำรถ มีติดเอาไว้ ประเภทยาดม ยาทาแก้ปวด ยาแดง ทิงเจอร์ การได้รับบาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ จะได้รับการบรรเทา นอกจากนี้ เบอร์โทรศัพท์ ประกันภัย หน่วยกู้ภัย ญาติพี่น้อง ตำรวจทางหลวง(1193) เพื่อแจ้งเหตุ กรณีมีความจำเป็นให้นึกถึงขั้นตอนง่ายๆ ถึงรายการที่จะต้องทำเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ทั้งหมดคือการเตรียมพร้อม และหากทำได้พร้อมก็ไม่ต้องกังวลอะไรกับการเดินทางช่วงสงกรานต์ ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ



