ไลฟ์สไตล์

‘บัญชี’ฮีโร่พันธุ์ใหม่เพิ่มเงินออม-ปลดหนี้ครัวเรือน

‘บัญชี’ฮีโร่พันธุ์ใหม่เพิ่มเงินออม-ปลดหนี้ครัวเรือน

10 เม.ย. 2558

‘บัญชี’ฮีโร่พันธุ์ใหม่เพิ่มเงินออม-ปลดหนี้ครัวเรือน

           ในโอกาสปีมหามงคล สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา 2 เมษายน 2558 และในโอกาส "วันครอบครัว" กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดโครงการดีๆ "ทำบัญชี ครอบครัวดี สังคมดี" ภายใต้แนวคิด "ทำบัญชี ชีวิตดี๊ดี" ขึ้น เพื่อสืบสานแนวทางพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงให้ความสำคัญในการส่งเสริมงานบัญชีมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานให้แก่เด็ก เยาวชน ตลอดอาศัย "วันครอบครัว" ในเดือนเมษายนนี้ ให้คนทุกเพศ ทุกวัย ทุกสาขาอาชีพหันมาตื่นตัวในการทำบัญชีรับ-จ่ายในบัญชีครัวเรือน ปลูกฝังให้เด็ก เยาวชนและสมาชิกในครอบครัวมีวินัยทางการเงิน รู้จักการออม นำไปสู่การลดหนี้ในครัวเรือนและเสริมสร้างความเข้มแข็งในครอบครัวและสังคมที่อบอุ่นและยั่งยืนในอนาคต

           "วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข" อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีคุณูปการต่อพสกนิกรในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านบัญชี ทรงให้ความสำคัญอย่างมาก บัญชีอยู่ในพระราชหฤทัยของพระองค์ตลอดเวลา ทุกครั้งที่เสด็จฯ ไปเยี่ยมเยียนพสกนิกรในถิ่นทุรกันดารจะมีรับสั่งแนะให้เด็ก เยาวชน และเกษตรกรนำบัญชีไปใช้ โดยทรงปลูกฝังให้รักการจดบันทึกบัญชี อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของตนเอง ครอบครัว และชุมชน ทำให้รู้จักการใช้บัญชีเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างยั่งยืน

           "การส่งเสริมการทำบัญชี ยังเป็นการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาประยุกต์ใช้อีกด้วย เพราะการทำบัญชีจะทำให้เรามีหลักความพอเพียง มีเหตุมีผล รู้จักพึ่งพาตนเอง มีความพอประมาณ การเงินมีสภาพคล่อง รู้จักการเก็บออม รู้ถึงแหล่งที่มาของรายรับและการใช้ไปของค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน สามารถนำข้อมูลการใช้จ่ายมาวางแผนบริหารการเงินในอนาคตได้ ซึ่งจะนำไปสู่ครอบครัวดี สังคมดี อย่างยั่งยืนในที่สุด" อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าว

           ทั้งนี้ การส่งเสริมการทำบัญชีในครัวเรือน ไม่ใช่เป็นแต่เพียงการจดบันทึกรายการต่างๆ ที่เป็นเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความสามัคคีภายในครอบครัว ให้รู้จักช่วยเหลือแบ่งปันกันในสังคม มีการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ซึ่งเกิดจากประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้รับจากการจดบันทึกข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทำให้ประชาชนทุกคนรู้จักการบริหารจัดการด้านการเงินและการวางแผนการทำงานทุกอย่าง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้ ทำให้ครอบครัวมีความสุข ใช้ชีวิตเป็น คาดว่าจะเป็นเครื่องมือที่ทำให้พนักงานออฟฟิศรู้รายรับ-รายจ่ายของตนเองและในครัวเรือน ซึ่งจะสามารถช่วยบริหารจัดการรายรับรายจ่ายในแต่ละเดือนได้อย่างครอบคลุมและลงตัว

           "บัญชีเพื่อผู้ที่มีรายได้ประจำรายเดือนเป็นเล่มขนาดเล็ก พกพาสะดวก และใช้งานง่ายมาก พนักงานออฟฟิศสามารถลงมือทำบัญชีได้ด้วยตนเอง โดยการจดบันทึกรายจ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะทำให้รู้ถึงรายจ่ายที่ส่งผลกระทบต่อเงินเดือนประจำที่คงที่ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย และค่าใช้จ่ายที่ไม่สมเหตุสมผลในการดำรงชีวิต ก็สามารถพิจารณาปรับลดหรือตัดออกไปได้ จะทำให้มีเงินพอใช้และเหลือเก็บมากขึ้นในแต่ละเดือน ซึ่งการบริหารจัดการการเงินที่มีประสิทธิภาพจะทำให้มีภูมิคุ้มกันในการดำรงชีพ และชีวิตมีความมั่นคงมากขึ้น พนักงานออฟฟิศจำเป็นต้องเรียนรู้การทำบัญชีเพื่อให้รู้เท่าทันรายรับรายจ่ายของตนเอง มิฉะนั้นอาจเข้าสู่ภาวะลำบากได้ในอนาคต ซึ่งการจดบันทึกบัญชีสามารถช่วยลดความเสี่ยงทางการเงินและสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตได้"

           ด.ญ.ลดาวัลย์ วงษ์ห้วยแก้ว โรงเรียนวิเศษไชยชาญ "ตันติวิทยาภูมิ" จ.อ่างทอง กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมตรวจบัญชีได้เข้ามาจัดอบรมโครงการรณรงค์การจัดทำบัญชีแก่นักเรียนที่โรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ ได้รับความรู้ด้านบัญชีไปจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายในชีวิตประจำวันควบคู่กับการเก็บเงินออม ทำให้รู้รายรับ-รายจ่ายประจำวัน ช่วยพ่อแม่ทำบัญชีที่บ้านด้วย ทำให้ครอบครัวมีวินัยทางการเงิน รู้รับ รู้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนในประกอบอาชีพ ทำให้ครอบครัวอบอุ่นไม่ทะเลาะกัน

           ด้าน "น้องแต้ว" ณฐพร เตมีรักษ์ กล่าวว่า การทำบัญชีถือเป็นเรื่องใกล้ตัวที่อยากให้ทุกคนให้ความสำคัญและทำเป็นนิสัย เพราะจะทำให้มีวินัยทางการเงิน มีแผนการใช้จ่ายที่ชัดเจน การบันทึกรับ-จ่ายแต่ละวัน จะทำให้ลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยลง การทำบัญชีเป็น "ฮีโร่" ที่ช่วยสร้างนิสัยทางการเงินที่ดีต่อตัวเองและครอบครัว ช่วยลดหนี้ในครัวเรือน ทำให้มีหลักความพอเพียง มีเหตุมีผล รู้จักพึ่งพาตนเอง มีความพอประมาณ การเงินมีสภาพคล่อง รู้จักการเก็บออม รู้ถึงแหล่งที่มาของรายรับและการใช้ไปของค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน สามารถนำข้อมูลการใช้จ่ายมาวางแผนบริหารการเงินในอนาคตได้ ซึ่งจะนำไปสู่ครอบครัวดี สังคมดี อย่างยั่งยืนอีกด้วย