
'กระบองเพชร' ถิ่นนราฯ พลิกวิกฤติสู่ 'ความสำเร็จ'
09 เม.ย. 2558
ทำมาหากิน : 'กระบองเพชร' ถิ่นนราฯ พลิกวิกฤติสู่ 'ความสำเร็จ' : เรื่อง...สุพิชฌาย์ รัตนะ / ภาพ...จรูญ ทองนวล
สวนกระบองเพชรกว่า 400 สายพันธุ์ ของ "วาเลนไทน์พันธุ์ไม้" แห่ง ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ สร้างกระแสความฮือฮาบนตลาดออนไลน์ โดยเฉพาะเมื่อสวนแห่งนี้ฝังตัวอยู่ในพื้นที่ปลายด้ามขวาน เข้าทำนอง “ดอกไม้กลางดงไฟใต้” ขนานแท้
“วาเลนไทน์พันธุ์ไม้” ตั้งอยู่เลขที่ 86/20 ถนนบ้านตันหยงมะลิ ต.สุไหงโก-ลก ขึ้นแท่นเป็นสวนกระบองเพชรที่สวยและใหญ่ที่สุดในภาคใต้ แม้จะอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบ แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการทำมาหากิน โดยมีหัวเรือใหญ่ "กิตติ หวังธรรมมั่ง" หรือ "เฮียเฮ้อ" ชื่อนี้เป็นที่คุ้นเคยของคนในพื้นที่เป็นอย่างดี
“กิตติ” เล่าให้ฟังว่า การทำสวนกระบองเพชรเป็นเรื่องของความบังเอิญที่ลงตัว หลังจากตั้งใจหาซื้อของฝากให้คู่ชีวิต เมื่อรู้ว่าเธอชอบต้นไม้ จนเมื่อวันเวลาผ่านไป 10 ปี กระบองเพชรต้นเล็กกลายเป็นต้นใหญ่ จึงตัดสินใจขยายพันธุ์ โดยอาศัยศึกษาหาความรู้จากหนังสือลองผิดลองถูกอยู่นานจึงขยายพันธุ์ได้เป็นจำนวนมาก จนไม่มีที่เก็บ
ปี 2537 จึงปรับพื้นที่ดินของตัวเองที่มีราว 30 ไร่ สร้างโรงเรือนเพาะพันธุ์อย่างเป็นทางการ ปัจจุบันมีอยู่กว่า 400 สายพันธุ์ ที่ผสมเกสรเองทุกขั้นตอน โดยเฉพาะพันธุ์ถังทอง ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ได้รับความนิยม และที่สวนมีกว่า 200 ต้น แต่ละต้นอายุกว่า 20 ปี ถูกนำมาวางเรียงรายไว้อวดสายตานักท่องเที่ยว
แม้ทำเลสวนจะตั้งอยู่ไม่ไกลด่านไทย-มาเลเซีย แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องตลาด ทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับศักยภาพของสวนที่ต้องแบกรับค่าใช้จ่าย กิตติจึงต้องหาทางออกโดยนำไปเปิดบูธจำหน่ายตามงานทั่วไป ซึ่งได้รับความสนใจระดับหนึ่งจากกลุ่มลูกค้า อีกทั้ง ต่อยอดกลุ่มลูกค้าให้เข้ามาศึกษาดูถึงสวน ที่ใครเห็นเป็นต้องชอบ เพราะทุกโรงเรือนจะได้พบกับกระบองเพชรนานาพันธุ์อันดึงดูดใจให้อุดหนุนและบอกต่อได้อย่างงายดาย
“โรงเรือนเต็มไปด้วยกระบองเพชรน้อยใหญ่วางเรียงราย ย่อมเป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็น เหตุนี้สวนเราจึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปในตัว” กิตติ บอก
ทว่า เดือนธันวาคม 2557 ที่ผ่านมา ด้วยภัยธรรมชาติทำให้สวนกระบองเพชรได้รับความเสียหายกว่า 50 เปอร์เซ็น โดยเฉพาะต้นกล้าสายพันธุ์ดีและต้นที่เลี้ยงมากว่า 20 ปี ต้องเน่าตายเพราะถูกน้ำท่วมขังจนเกินจะเยียวยา เพราะอย่างที่ทราบ กระบองเพชร เป็นไม้ไม่ชอบน้ำ เมื่อต้องจมน้ำทำให้ต้นเน่าตายในที่สุด
ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น ทำให้กิตติต้องดิ้นรนเปิดช่องทางการตลาด เขาหันมาขายทางอินเทอร์เน็ต www.valentinepanmai.com โดยอาศัยความรู้ที่จบการศึกษาวิศวโยธา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา บุกเบิกตลาดออนไลน์ จนเป็นที่รู้จักในกลุ่มคนเลี้ยงกระบองเพชร ที่เข้ามาสั่งซื้อและอุดหนุนสร้างช่องทางหารายได้เลี้ยงครอบครัวได้ในที่สุด
“ผมเป็นคนนราธิวาส เริ่มต้นเรียนรู้การเพาะพันธุ์ไม้จากต้นลองกอง ที่หวังว่าจะช่วยสร้างรายได้และอนุรักษ์พันธุ์ดีเอาไว้ จากนั้นก็ทดลองขยายพันธุ์ไม้นานาชนิด เช่น หมากแดง แต่ประสบความสำเร็จที่ต้นกระบองเพชร” เจ้าของสวน กล่าว
กิตติ บอกอีกว่า ปัจจุบันเตรียมยกระดับและพัฒนาสวนกระบองเพชรให้เป็นแลนด์มาร์คสำคัญรองรับการท่องเที่ยวของพื้นที่ด้วย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดนราธิวาส หน่วยงานท้องถิ่นร่วมกันผลักดัน
----------------------
(ทำมาหากิน : 'กระบองเพชร' ถิ่นนราฯ พลิกวิกฤติสู่ 'ความสำเร็จ' : เรื่อง...สุพิชฌาย์ รัตนะ / ภาพ...จรูญ ทองนวล)



