
จากหิ้งลงสู่ห้างมทส.อยู่คู่เคียงสังคมไทย
."บรรพบุรุษสร้างชาติ ปราชญ์สร้างสถาบันการศึกษาฉันใด" สำหรับ "ศ.ดร.ประสาท สืบค้า" อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) แล้ว เขาคือนักบริหารการศึกษาระดับมือทอง ที่เพียรพยายามจุดประกายให้คนไทยรักการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านทุกช่องทางสื่อที่
สิงหาคม 2552 "ศ.ดร.ประสาท สืบค้า" จะครบวาระในตำแหน่ง "อธิการบดีมทส." สมัยแรก และรอโปรดเกล้าฯหวนคืนสู่ตำแหน่ง "อธิการบดี" ของมหาวิทยาลัยนอกระบบแห่งแรกของประเทศไทย เป็นสมัยที่สอง ด้วยความไว้วางใจของประชมคมชาว มทส.
"เรียนสบาย สอนสนุกสนาน เข้าใจง่าย แต่สอบยาก" คำนิยามที่บ่งบอกถึงตัวตนที่แท้จริงของ ศ.ดร.ประสาท ในสายตาของลูกศิษย์ อดีตอาจารย์สอนวิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงคนนี้ ยังผ่านการทดสอบในทุกสายงาน เคยเป็นรองอธิการบดีทั้ง 4 ตำแหน่ง คือ วิชาการ วางแผน บริหาร และฝ่ายพัฒนา ก่อนก้าวสู่เก้าอี้ "อธิการบดีมทส." ด้วยความสง่างามและสมเกียรติยิ่ง
"ผมเข้ารับตำแหน่งอธิการบดีมทส. ด้วยเหตุผลหลายอย่าง 1.ผมเป็นคนโคราช 2.ผมชอบที่มทส.เน้นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพราะในหัวใจผมอยากสร้างงานด้านวิทยาศาสตร์ให้เข้มข้นและเข้มแข็งมากขึ้น และ 3.ผมเป็นอธิการบดีคนแรกที่อายุไม่เกิน 60 ปี เพราะคนแรกอธิการบดีผู้ก่อตั้ง ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน และ ผศ.กวี เลิศปัญญาวิทย์ ทั้ง 2 ท่านเป็นอธิการบดีเมื่ออายุเกิน 60 ปี"
ทว่า การจะก้าวสู่ตำแหน่ง "ผู้นำสูงสุด" เป็นครั้งแรกในองค์กรใดก็ตามนับว่ายากยิ่งนัก และการจะครองตำแหน่ง "ผู้นำสูงสุด" ให้ยาวนานนั้นยากยิ่งกว่า แต่ ศ.ดร.ประสาท มีเคล็ด(ไม่ลับ)อยู่ว่า "การเป็นอธิการบดี ต้องเป็นทั้งผู้นำ ผู้บริหาร กล้าคิด กล้าพูด กล้าทำ กล้านำ กล้าเปลี่ยนแปลง"
เหนืออื่นใด เน้นทำงานที่สร้างสรรค์จรรโลงสังคม สิ่งที่อธิการบดีคนก่อนทำเอาไว้ดีแล้วต้องจรรโลงต่อไป แต่ในการทำงานต้องร่วมคิดร่วมทำ ในฐานะผู้บริหารต้องแสดง "จุดร่วมสงวนจุดต่าง" เพื่อจะครองคนดีคนเก่งเอาไว้ไม่ให้เกิดสมองไหล
การบริหารงานบุคคล เป็นเรื่องยากที่สุดสำหรับ ศ.ดร.ประสาท ด้วยมทส.มีอาจารย์จบปริญญาเอกร้อยละ 77 ของอาจารย์ทั้งหมด การบริหารคนดีคนเก่งงานต้องได้ผลคนต้องสุขใจ ต้องสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ต้องสร้างห้องวิจัยที่ดีมีคุณภาพ ต้องส่งเสริมสนับสนุน ต้องประสานงาน ต้องมีเส้นทางเข้าสู่ตำแหน่ง แน่นอนคนดีต้องให้รางวัล แต่บุคลากรล้ำค่าเหล่านี้เขาไม่ต้องการอะไร แค่ได้รับการยกย่องเป็นครูที่ดี อาจารย์ที่ดี นักวิจัยดีเด่นที่ดี ให้เข็มหรือใบประกาศเชิดชูเกียรติหรือให้ทุนเรียนต่อ
"การครองคนดีคนเก่งเปรียบเหมือนเรามีม้าสีหมอกของขุนแผน เป็นม้าพยศที่เปี่ยมด้วยศักยภาพสูง คนเก่งจะเป็นกำลังสมองมหาศาลในการพัฒนามทส.และพัฒนาชาติ ผมวางระบบให้คนเหล่านี้มีความก้าวหน้า และเตรียมบุคลากรขึ้นสู่ระดับต่างๆ ที่สำคัญ ห้รับรู้ประวัติความเป็นมาของมทส. แม้ผมเกษียณ แต่น้องๆ จะรับรู้ว่ามีสหกิจ 3 ภาค คือ การประกันคุณภาพการศึกษา การบริหารจัดการความรู้ และการบริหาร มีอัตลักษณ์หลายประการ"
กระนั้น บทบาทที่มทส.ต้องตระหนักอยู่เสมอ คือการเป็น "มหาวิทยาลัยที่อยู่คู่เคียงสังคม" การคืนกำไรให้สังคม ซึ่งมหาวิทยาลัยที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครอาจไม่สนใจมากก็ได้ในการทำซีเอสอาร์ แต่มหาวิทยาลัยภูมิภาคอย่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีทิ้งไม่ได้ ต้องเป็นคู่เคียงสังคม "จากหิ้งลงสู่ห้าง" หมายความว่า การนำผลงานวิจัยที่เป็นองค์ความรู้ใหม่ เทคโนโลยีใหม่ มาลงสู่ห้าง
"ผมส่งทูตวิชาการมทส.ที่จบปริญญาเอก 32 คนลงพื้นที่ใน 32 อำเภอ ทำงานร่วมกับนายอำเภอเพื่อรับรู้ปัญหาชาวบ้าน เรานำเทคโนโลยีไปถึง อบต. เทศบาลตำบล เทศบาลอำเภอ ในทางกลับกันเรารับปัญหาของชาวบ้านมาแก้ไข มีทั้งเรื่องปศุสัตว์ ข้าว มันสำปะหลัง ปุ๋ยชีวภาพ ฯลฯ จนเกิดอำเภอต้นแบบที่บัวใหญ่"
กระนั้น ในการดำเนินการใดๆ ต้องมีแผนมารองรับ ซึ่งแผนพัฒนามทส.มีทั้งแผนระยะยาว 10 ปี ระยะสั้น 5 ปี และจะทับซ้อนกับแผนของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนนี้ต้องผ่านการระดมสมอง คิดวิเคราะห์ร่วมกันของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการผลิตบัณฑิต เช่น ศิษย์เก่า ผู้ใช้ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ผลิต นักศึกษา ประชาชน สภามหาวิทยาลัยเพื่อให้รู้เขารู้เราตามตำราซูนวู
"เพราะการวางแผนดีเหมือนสำเร็จไปแล้วกว่าครึ่ง ส่วนความสำเร็จครึ่งหนึ่งอยู่ที่การบริหารแผน การบริหารกลยุทธ์ เราจึงมีแผนปฏิบัติการ ที่สภามหาวิทยาลัยต้องอนุมัติ คณะกรรมการติดตามตรวจสอบและประเมินผลงาน โดยสภาแต่งตั้งประเมินตามแผนที่มทส.นำเสนอ ถ้าไม่เป็นไปตามแผนทีมบริหารจะถูกไล่ออก ถือว่ายุติธรรมเพราะมทส.เป็นองค์กรไม่เอากำไร"
ไม่เพียงเท่านั้น การบริหาร มทส.บนเนื้อที่ขนาดใหญ่ถึง 7,000 ไร่ แต่ละคณะตั้งอยู่คนละมุมของมทส. ต้องบริหารประสานภารกิจร่วมกัน เช่นกล้องจุลทรรศน์ หากต้องจัดซื้อให้ทั้งคณะวิทยาศาสตร์และคณะพยาบาลศาสตร์ คณะละ 20 เครื่อง รวม 40 เครื่อง แต่ปรับให้ใช้ร่วมกัน จึงซื้อมา 25 เครื่อง แต่สำรองเอาไว้ให้เด็กวิทย์-พยาบาลได้ใช้ ดังนั้นการมีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงจึงจำเป็น เพราะมทส.ต้องการสร้างงานวิจัยเพิ่มรายได้
เดือนกรกฎาคม ปี 2553 มทส.จะครบรอบ 20 ปี จะเปิดอุทยานการเรียนรู้ หรือ "เลิร์นนิ่ง พาร์ค" มีสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) จะตั้งหอดูดาวที่มทส. นับเป็นหอดูดาวแห่งแรกในประเทศไทยที่ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัย ทำหน้าที่เป็นเครือข่ายหอดูดาวส่วนภูมิภาค
ที่น่าดีใจ บริษัทโตโยต้าจะทำเมืองจราจรจำลอง เป็นแห่งที่ 3 ของประเทศไทย บนเนื้อที่ 15 ไร่ เพราะเมืองจราจรจำลอง แห่งแรกที่จตุจักร กทม. แห่งที่ 2 อยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และแห่งที่ 3 อยู่ที่มทส. เรายังเป็นที่ตั้งของมูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปภัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (สอวน.) มีโครงการเด็กหัวแหลม มีห้องเรียนวิทยาศาสตร์รองรับนักเรียนจากอีสานตอนล่าง 8 จังหวัด
"ผมคิดว่าถ้าทำรอบตะเข็บ รอยต่อมหาวิทยาลัยก็หมดไป อย่ามาโทษโรงเรียน เพราะจะกลายเป็นปัญหาแบบงูกินหาง ยิ่งเด็กไทยอ่อนทั้งภาษาไทยภาษาอังกฤษ ไม่อยากให้คิดแบบนั้น มหาวิทยาลัยต้องมาร่วมกันแก้ไข ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสร้างสรรค์ จรรโลงโลก ทำแต่เรื่องมีสาระ" ศ.ดร.ประสาท กล่าวทิ้งท้าย
0 กมลทิพย์ ใบเงิน 0 เรื่อง
0 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มทส.0ภาพ



