
ตั้งศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพระสุเมรุสบศ.นำร่องชุมชนบางลำพูแห่งแรก
สบศ.เดินหน้าโครงการศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพระสุเมรุ นำร่องชุมชนบางลำพูแห่งแรก ยกห้องเรียนดนตรี-นาฏศิลป์-ช่างศิลป์เปิดสอนพร้อมสาธิตสัปดาห์ละ 2 ครั้ง หวังเป็นแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมให้คนไทย นักท่องเที่ยว นำรายได้เข้าชุมชน
นายกมล สุวุฒโฑ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ (สบศ.) กล่าวว่า สบศ.จัดทำโครงการศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพระสุเมรุขึ้น เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมให้ประชาชน เด็กและเยาวชน นำร่องที่ชุมชนบางลำพูเป็นแห่งแรก สาเหตุที่ สบศ.เลือกชุมชนบางลำพูเพราะเป็นชุมชนเก่าแก่มีความเป็นมายาวนานและมีเอกลักษณ์ท้องถิ่นมาตั้งแต่สมัยอยุธยา มีหลักฐานสำคัญ เช่น วัดชนะสงคราม วัดสามจีนหรือวัดสังเวช ชุมชนมอญ ชุมชนมุสลิม มีสำนักนาฏศิลป์และดนตรีไทย สำนักดุริยประณีตสืบทอดมาตั้งแต่รัชกาลที่ 5 จนถึงปัจจุบัน เคยมีทั้งโรงละครร้อง วิกลิเก และโรงหนังพากย์ มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ เช่น ป้อมพระสุเมรุ อาคารโรงเรียนสอนช่างพิมพ์แห่งแรกของประเทศไทย วังกรมหมื่นกษัตริย์ศรีศักดิเดช (บ้านพระอาทิตย์) วังกรมพระสวัสดิวัตนวิศิษฏ์ และพระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้า ซึ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ในปัจจุบัน
“กิจกรรมนี้มีลักษณะเหมือนเป็นการท่องเที่ยวเส้นทางโบราณ นักท่องเที่ยวชาวไทย ชาวต่างประเทศสามารถเดินเที่ยวสถานที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ มาตามถนนพระอาทิตย์ที่มีต้นสายจากวังหน้า ผ่านวัด ชุมชน และโบราณสถานที่เก่าแก่งดงามแห่งนี้จะสุดสายปลายทางที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพระสุเมรุ ที่นี่นักเรียน นักศึกษา สบศ.จะมีการจัดกิจกรรม นิทรรศการ การแสดง และแหล่งเรียนรู้นาฏศิลป์ ดนตรี ช่างศิลป์ สัปดาห์ละ 2 วันตลอดทั้งปี ร่วมกับชุมชนชาวบางลำพู นอกจากจะเป็นการสร้างแหล่งเรียนรู้ทางศิลปวัฒนธรรมแล้ว ยังช่วยเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยให้ต่างชาติรู้จัก นำรายได้เข้าชุมชน เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศชาติได้อีกทางหนึ่งด้วย” นายกมล กล่าว
อธิการบดี สบศ. กล่าวต่อไปว่า การดำเนินงานโครงการดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ก่อตั้งศูนย์ศิลปวัฒนธรรมพระสุเมรุ ใช้เวลาดำเนินการ 1 ปี ตั้งเดือนเมษายน 2552-มีนาคม 2553 และระยะที่ 2 เริ่มเข้าทำกิจรรม ตั้งแต่เดือนเมษายน 2553 เป็นต้นไป มีกำหนด 30 ปี โดยมีการติดตามและประเมินผลทุก 6 เดือน เพื่อปรับปรุงและพัฒนากิจกรรม



