
ตรวจป้องกัน...ก่อนเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
07 เม.ย. 2558
ดูแลสุขภาพ : ตรวจป้องกัน...ก่อนเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
มะเร็งลำไส้ใหญ่ พบมากเป็นลำดับ 3 ของประเทศไทยในผู้ชาย โรคนี้มากับพฤติกรรมการกินอาหารน้อยลง โดยหันไปกินพวกฟาสต์ฟู้ด มากขึ้น จึงมีความเสี่ยงในการเกิดโรค นอกจากนี้ยังสัมพันธ์กันพันธุกรรม บางครอบครัวมีติ่งเนื้อในลำไส้ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็น ดังนั้นมะเร็งลำไส้ใหญ่ควรเริ่มตรวจเมื่ออายุ 40-50 ปีขึ้นไป โดยการตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระทุกปี แต่ก่อนตรวจ 3 วัน ต้องห้ามกินอาหารที่อาจทำให้มีเลือดแฝงได้ เช่น เลือด ยอดผักที่มีธาตุเหล็กสูง แอสไพริน วิตามินซี เพราะจะทำให้ผลตรวจลวงได้ แต่หากมีประวัติญาติสายตรงป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ ควรตรวจกล้องส่องทุกปี
การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) เป็นวิธีการที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการประเมินปัญหาในลำไส้ใหญ่ โดยใช้กล้องส่องลำไส้ใหญ่ ซึ่งมีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็ก ผอม ยาว และยืดหยุ่นได้ มีกล้องวิดีโอและดวงไฟขนาดเล็กมากติดอยู่ที่ปลายท่อ เมื่อทำการขยับและปรับกล้องส่องลำไส้ใหญ่อย่างเหมาะสมแล้ว แพทย์จะสามารถเคลื่อนไหวกล้องดังกล่าวในลำไส้ใหญ่ให้ไปในทิศทางที่ต้องการได้ ภาพที่กล้องบันทึกได้ในลำไส้ใหญ่จะปรากฏบนจอโทรทัศน์ ให้คุณภาพความคมชัดที่ดี และสามารถเก็บรายละเอียดภายในลำไส้ใหญ่ได้ทั้งหมด ซึ่งจะให้ความถูกต้องแม่นยำมากกว่าการทำเอกซเรย์
ประโยชน์ของการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่
1. ใช้ในการประเมินปัญหาที่เกิดขึ้นกับลำไส้ใหญ่ เช่น การเสียเลือด ความเจ็บปวด และอาการเปลี่ยนแปลงของลำไส้ใหญ่ เช่น ท้องเสียเรื้อรัง หรืออาการผิดปกติอื่นๆ ที่อาจตรวจพบมาแล้วจากการตรวจร่างกายก่อนหน้านี้
2. บ่งชี้ให้แพทย์ทราบและช่วยในการรักษาอาการเลือดออกในลำไส้ใหญ่
3. ใช้ในการตรวจหามะเร็งลำไส้ใหญ่และช่วยในการรักษาก้อนเนื้องอกแบบที่ไม่ใช่มะเร็ง (polyps) ที่เจริญเติบโตขึ้นที่บริเวณผนังลำไส้ใหญ่
หลังส่องกล้องจะเจ็บปวดหรือไม่
1. จะมีอาการมีลมในท้อง
2. แน่นท้อง
3. อาจจะมีอาการปวดท้อง
4. เมื่อตื่นดีก็จะได้รับเครื่องดื่ม
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่เป็นวิธีการที่มีความปลอดภัยสูง แต่ก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น
1. บาดแผลที่อาจเกิดขึ้นที่บริเวณผนังลำไส้ใหญ่
2. ภาวะเลือดออกภายในลำไส้ในกรณีที่ตัดก้อนเนื้อไปตรวจ ซึ่งหากมีภาวะนี้เกิดขึ้นแพทย์จะทำการให้เลือดกับผู้ป่วย หรือนำกล้องออกมาจากลำไส้ก่อนเพื่อรอให้เลือดหยุดแล้วจึงใส่กลับเข้าไปใหม่
3. อาการท้องอืดท้องเฟ้อ หรือปวดมวนท้องเล็กน้อยหลังรับการส่องกล้อง ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปภายใน 24 ชั่วโมงหรือน้อยกว่านั้น
วิธีการป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ ทำได้โดยหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ไหม้เกรียมซึ่งมีสารก่อมะเร็ง รับประทานผัก เช่น แครอท ผักใบเขียว ฟักทอง ให้มากขึ้น และออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยวิธีการออกกำลังกายที่ถูกต้อง ชีพจรจะต้องเต้นเร็วขึ้น ซึ่งอัตราการเต้นของหัวใจควรเป็น 80% และต้องออกกำลังกายต่อเนื่อง 20-40 นาที นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาที่พบว่าการรับประทานแอสไพรินต่อเนื่องนานๆ มีผลช่วยป้องกันมะเร็งได้ จะเห็นว่ามะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นเรื่องที่ใกล้ตัว ไม่จำเป็นต้องมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ก็มีโอกาสเป็นมะเร็งได้ถ้าอายุเกิน 50 ปี ดังนั้น ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่โดยไม่ต้องรอให้มีอาการผิดปกติ ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
นอกจากนี้ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ควรพิจารณาตรวจคัดกรองซึ่งมีหลายวิธี การตรวจคัดกรองนี้ทำให้สามารถพบมะเร็งในระยะแรกหรือพบตั้งแต่ในระยะที่เป็น ติ่งเนื้องอก ซึ่งสามารถตัดออกในระหว่างการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ได้



