
ค.(คน)คึกคักเมื่อได้รับรสที่'ควายคะนอง'
ค.(คน)คึกคักเมื่อได้รับรสที่'ควายคะนอง' : กินดื่มเที่ยว
หลังเดินชมบรรยากาศรอบโครงการโรงเรียนกาสรกสิวิทย์ ที่ อ.เมือง จ.สระแก้ว ได้ยินเสียงกำชับจากผู้จัดการโครงการ ฉัตรพงษ์ กุลพงษ์ บอกว่า “กาแฟที่ควายคะนองอร่อยนะครับ” คอกาแฟอย่างเราพลาดได้อย่างไรล่ะ...เพียงชื่อร้าน “ควายคะนอง”ก็สะกิดใจตะหงิดอยู่แล้ว ว่าตั้งชื่อได้เจ๋งตรงใจวัยสะรุ่น...แบบนี้ต้องลอง ที่ตั้งชื่อนี้เพราะว่าร้านอาหารแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในโรงเรียนสอนกระบือ(ควาย) ร้านจึงได้ชื่อคะนองต่อท้ายมา
และด้วยเป็นร้านในโครงการ บรรยากาศภายในร้านจึงแต่งแบบสบายๆ ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่และเก้าอี้นั่งไม้หลากหลายขนาด แบ่งเป็นหลายโซน มีทั้งด้านบนที่นั่งมองวิวทุ่งนาภายในโครงการ หรือเดินลงบันไดลงมาก็จะมีมุมสบายอีกแบบ เป็นแพยื่นไปในสระน้ำใหญ่สบายตา ให้เปรียบก็เหมือนนั่งกินข้าวกันที่บ้านในความสบายแบบกันเอง เพลิดเพลินไปจนเกือบลืมว่า ก่อนจะมานั่งเดินไปหน้าเคาน์เตอร์กาแฟ(ที่ผู้จัดการให้ลองชิม) สั่งซิกเนเจอร์มาชิม นั่นก็คือ ควายคะนอง เป็นกาแฟสุดฮอตของทางร้าน ด้วยเป็นสูตรเฉพาะ เป็นกาแฟแยกชั้นระหว่างตัวกาแฟและนมสด แต่เมื่อลองดูดจิ้มหลอดไปชั้นล่างเป็นส่วนของนมสดก็มีรสของกาแฟผสมผสานอยู่ แต่ถ้าดึงหลอดให้สูงขึ้นความเข้มข้นของกาแฟสะใจคอกาแฟได้อย่างลงตัว อีกแก้วที่สั่งมาคือ ควายเผือก แก้วนี้รสชาติจะกลมกล่อมหวานมันลงตัวสำหรับคนที่ไม่ชอบความเข้มข้นของกาแฟสั่งได้ไม่ต้องยั้ง...
นั่งชิมกาแฟอยู่นั้น น้องช่างภาพที่มาด้วยกันบอกว่า “พี่ๆ มีอาหารด้วยนะ” เราจึงมองหน้าและคิดว่าชิมไปเลยแล้วกัน เพราะกว่าจะขับรถกลับถึงกรุงเทพฯ ก็มืดค่ำ มื้อเย็นอาจจะหายไป เท่านั้นละเราขอพนักงานย้ายที่มานั่งด้านล่างมองฟ้า มองน้ำ สลับกับต้นไม้พร้อมกับขอเมนูสั่งอาหาร แต่อ่ะนะ....ไม่ใช่คนถิ่น ดังนั้นคำแนะนำของพนักงานเยี่ยมสุด...ได้ทีพนักงานบอกได้เลยจัดให้ นั่งแป๊บเดียวกลิ่นหอมของเครื่องแกงลอยมากระทบจมูกบวกกับสีสันของอาหารที่มาเสิร์ฟทำเอากลืนน้ำลายดังเอื้อก ก็ แกงส้มชะอมไข่ มาวางตรงนี้ 3 คนที่นั่งบนโต๊ะอยู่ด้วยกันต่างหยิบช้อนขึ้นมาทันที
คำแรกที่ลิ้มรสเนื้อปลาสดๆ ที่ตำลงไปในเครื่องแกงทำให้น้ำแกงเข้มข้นบวกกับรสชาติของมะขามเปียกที่ปรุงรสมาด้วยกัน กลมกล่อมลงตัว บวกกับผักที่นอกจากชะอมไข่แล้ว ยังมีผักต่างๆ ในโครงการ ที่ปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ เท่านั้นละเราตักผักกันอย่างไม่วางมือ เพราะแน่ใจว่าปลอดสารพิษพันเปอร์เซ็นต์ ก่อนจะตักกันต่อมีข้าวสีเหลืองๆ มาวางตรงหน้า ได้คำตอบว่าคือข้าวสมุนไพร ที่เป็นหนึ่งในซิกเนเจอร์ของร้าน ด้วยข้าวที่นี้จะผสมผสานและคลุกเคล้าสมุนไพร แต่ก่อนจะเป็นอัญชันแต่หาได้ยากในพื้นที่ ตอนนี้จึงเป็นขมิ้นที่ใส่พอให้สีเหลือง แต่ไม่ได้ฉุนกึกหรือให้รสของข้าวเปลี่ยนไป ซึ่งถ้าไม่ชอบก็มีข้าวขาวบริการ
จานต่อมาที่ขอบอกว่าต้องชิม เห็ดหิมะพริกไทยดำ เห็ดสดมากเพราะหาได้ในพื้นถิ่น คลุกเคล้ามาพอดีกับพริกไทยดำทำเอาแทบวางช้อนไม่ลง เพราะเขามีปลาหมึกและกุ้งใส่เข้ามาด้วย ความสดของเครื่องปรุงเมื่อผสมกับเครื่องปรุงจึงลงตัวได้อย่างพอดี แล้วอีกจานที่ไม่ควรพลาด ปลาช่อนทอดกรอบราดพริก โอ๊ย...คุณค่ะ..เมนูนี้ชนะเลิศ ความกลมกล่อมของเครื่องแกงที่ไม่เผ็ดมากผสมผสานกับสมุนไพรไทยๆ ราดมาบนปลาช่อนที่ทอดมาอย่างกรอบ ตักชิมพร้อมข้าวสมุนไพรร้อนๆ เกลี้ยงจาน...ใช่เท่านี้นะยังมี ไก่ทอดเกลือ ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของทางร้านจะคลุกเคล้าแป้งนิดหน่อยก่อนนำไปทอดในน้ำมันร้อน พอเหลืองกรอบก็ให้สะเด็ดน้ำมันแล้วเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสูตรเด็ดและน้ำปลาพริกขี้หนูซอยมาสดๆ ถูกใจคอคนไทยนักแล
ยังไม่หมดนะคะมีอีก มาถึงถิ่นก็จัดเต็มกันละ...พนักงานบอกว่าอีกหนึ่งเมนูที่พลาดไม่ได้คือ ส้มตำปู-ปลาร้า ที่ใช้ความสดของทั้งมะละกอ ปูนา และปลาร้าสระแก้ว เติมด้วยมะเขือเทศ ถั่วฝักยาว ที่ทุกอย่างใหม่สดจากสวน โอ้...คนชอบส้มตำรสแซบพลาดไม่ได้ละ จานนี้แม่ครัวบอกว่า สั่งได้เลยอยากได้เผ็ดมากน้อยจัดได้ทุกครก เพราะตำเองใหม่ๆ ไม่มีทำน้ำส้มตำไว้แล้วนำมาคลุกกับมะละกอ ตำกันจริงๆ ครกต่อครก...จี๊ดอะ...เมนูอาหารที่นี้แม้ดูจะเป็นอาหารไทยพื้นๆ หารับประทานได้ไม่ยาก แต่ทุกเมนูใช้วัตถุดิบของท้องถิ่น รวมไปถึงพืชผักในโครงการ จึงสด สะอาดและปลอดภัย
สำคัญคือเมนูต่างๆ นี้ห้องครัวเคยปรุงขึ้นถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เวลาเสด็จฯ มาเยือนโครงการ ในพระราชดำรินี้เสมอ อีกนิดนะคะ ร้านนี้สุดฮอตในช่วงวันหยุด คนแน่นตลอด ดังนั้นเพื่อได้ชิมกันอย่างทั่วถึงโทรจองกันก่อนได้ที่ 0-3724-4657 อ้อ...เกือบลืมอีกหนึ่งเมนูเด็ดคือ ข้าวต้มมัดไรซ์เบอร์รี่ ซึ่งข้าวไรซ์เบอร์รี่โครงการปลูกเอง..อยากชิมต้องสั่ง...ขายดีมากๆๆ...ขอบอก....



