ไลฟ์สไตล์

สัมผัสแกแล็กซี่เอส6ตัวจริงที่สิงคโปร์

สัมผัสแกแล็กซี่เอส6ตัวจริงที่สิงคโปร์

05 เม.ย. 2558

สัมผัสแกแล็กซี่เอส6ตัวจริงที่สิงคโปร์ : ไอทีรีวิว

             ซัมซุง อิเลกทรอนิคส์ (ประเทศไทย) เชิญสื่อมวลชนจากประเทศไทยไปสัมผัสแกแล็กซี่ เอส 6 และแกแล็กซี่ เอส 6 เอดจ์ ตัวจริงเสียงจริงกันที่ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 31 มีนาคม-2 เมษายน โดยผู้เขียนก็ได้รับเชิญไปในงานนี้ด้วย และได้โอกาสจับต้อง สัมผัส ใช้งาน สมาร์ทโฟนระดับเรือธง ของซัมซุงในช่วงเวลาที่อยู่ในสิงคโปร์ แม้จะเป็นเวลาไม่นาน แต่ก็พอที่จะบอกได้ถึงความตั้งใจในการสร้างนวัตกรรมสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้ของซัมซุง

             ว่ากันด้วยเรื่องสเปกของเจ้าจักรวาล เอส 6 ทั้งสองดวง กันก่อน ทั้ง เอส 6 และเอส 6 เอดจ์ ใช้ระบบประมวลผล ชิปกราฟฟิก และระบบอื่นในพื้นฐานเหมือนกันทั้งหมด ตั้งแต่ซีพียู ระดับออคตะคอร์ (8 แกน) ที่ทำงานด้วยความเร็ว 2.1 กิกะเฮิรตซ์ จำนวน 4 แกน และอีก 4 แกนทำงานที่ความเร็ว 1.5 กิกะเฮิรตซ์ แบบ 64 บิต หน่วยความจำประมวลผล (RAM) 3 กิกะไบต์ แบบ DDR4 (นับเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกๆ ในตลาดที่ใช้ หน่วยความจำรุ่นล่าสุดนี้ โดยทางซัมซุง เคลมว่า แรม DDR4 ที่ใช้กับเอส 6 และเอส 6 เอดจ์ มีประสิทธิภาพกว่า แรม DDR3 ที่ใช้ในสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นถึง 80%)
             
             ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 5.0 (Lollipop) พร้อมกับ User Interface รุ่นใหม่ล่าสุดของซัมซุง มาพร้อมกับแอพพลิเคชั่นพื้นฐานจากผู้ผลิตอย่าง S Health 4.0 Download Booster, Smart Manager, Quick Connect, Sound Alive และอื่นๆ

             จุดเด่นที่สำคัญของเจ้าจักรวาลทั้งสองรุ่นนี้คือ ดีไซน์ ที่เมื่อแรกเห็นจะรู้สึกถึงความหรูหรา น่าสัมผัส ซึ่งต้องบอกว่าทางซัมซุงทำออกมาได้ดีมากทีเดียว ผู้เขียนยังได้พบกับนายฮอง เฮียว หนึ่งในทีมงานออกแบบของซัมซุง ที่รับผิดชอบการออกแบบ เอส 6 และเอส 6 เอดจ์ ในงานนี้ด้วย โดยนายฮอง อธิบายว่าซัมซุงให้อิสระอย่างเต็มที่กับนักออกแบบในการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั่วโลก ทำให้ตนเองและทีมงานสามารถออกแบบสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นี้ตามแนวการสร้างสรรค์ในความคิดของตนเองได้ ทั้งยังเน้นความเป็น "นวัตกรรม" ในการออกแบบเข้าไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่น เอส 6 เอดจ์ ที่แม้ว่าการสร้างกระจก Corning Gorilla Glass ที่แข็งแรงสุดๆ ที่มีขอบโค้งครอบคลุมถึงด้านข้างทั้งสองฝั่งเช่นนี้จะเป็นการยากสำหรับผู้ผลิต ทางซัมซุงเองก็ยืนยันว่าจะต้องผลิตออกมาให้จงได้

             นายฮองยังเล่าอีกว่า ทางซัมซุงใส่ใจรายละเอียดถึงกับที่ว่าการงอกระจกต้องทำที่อุณหภูมิ 800 องศาเซลเซียสเท่านั้น ซึ่งเป็นจุดที่เหมาะสมที่สุดที่จะไม่ทำให้กระจกเสียความแข็งแรง ถ้าอุณหภูมิของกระจกที่ถูกงอในช่วงสูงหรือต่ำกว่า 800 องศาเซลเซียส ก็จะถูกปฏิเสธ ไม่รับเข้าสายการผลิต

             นอกจากนั้นเขายังเพิ่มเติมด้วยว่าทีมออกแบบได้สร้างสรรค์สีพื้นผิวตัวเครื่องที่สามารถเปลี่ยนสีจากสีหนึ่งไปเป็นสีหนึ่งเมื่อกระทบแสง อย่างเช่นเครื่องสีดำ จะมีเหลือบสีน้ำเงินปรากฏขึ้นเมื่อสัมผัสแสง ทั้งยังออกแบบสีที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น Blue Topaz สำหรับเอส 6  และ Green Emerald สำหรับ เอส 6 เอดจ์ อีกด้วย

             ในส่วนของกล้องถ่ายรูปก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่สร้างความประทับใจให้ผู้เขียนค่อนข้างมาก บอกได้เลยว่าซัมซุง จัดเต็มกับการถ่ายรูป ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ในการประมวลผลภาพ กล้องหลักความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (ค่ารูรับแสงกว้างที่สุด ที่ F 1.9) กล้องหน้า 5.0 ล้านพิกเซล พร้อมซอฟต์แวร์ฉลาดๆ ที่ช่วยเพิ่มความสว่าง แต่งภาพสีผิว และเก็บรายละเอียดของภาพได้อย่างยอดเยี่ยม

             ในช่วงสั้นๆ ที่ได้จับต้องเจ้าเอส 6 และเอส 6 เอดจ์ ก็สามารถเขียนมินิรีวิวออกมาเช่นนี้ก่อน สัญญาว่าเมื่อได้รับเครื่องมาทดสอบแล้วจะร่ายยาวถึงข้อดี ข้อด้อยของสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดที่ซัมซุงตั้งใจผลิตออกมาเบียดไอโฟนให้ตกขอบ จนถึงเนื้อในกันเลยทีเดียว