ไลฟ์สไตล์

ร.ร.กวดวิชาบุกสธ.จี้“วิทยา”เสนอครม.พรุ่งนี้

ร.ร.กวดวิชาบุกสธ.จี้“วิทยา”เสนอครม.พรุ่งนี้

13 ก.ค. 2552

ร.ร.กวดวิชา” บุก สธ. จี้ “วิทยา” เสนอ ครม. พรุ่งนี้ให้ทบทวนมติปิด รร.กวดวิชา ขณะที่ “หมอคำนวณ” ติง” รถตู้ไล่คนสวมหน้ากาก หวั่นทำให้โรคแพร่กระจายมากขึ้น ขณะที่วันนี้มีผู้ป่วยยืนยันเพิ่ม 328 ราย ตาย 3 ราย รวมมีผู้ป่วยสะสม 3,883 ราย

 ที่กระทรวงสาธารณสุข  เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 ก.ค. นายอนุสรณ์ ศิวะกุล นายกสมาคมผู้บริการและครูโรงเรียนกวดวิชา พร้อมด้วย นางอุไรวรรณ ศิวะกุล ผู้บริหารโรงเรียนกวดวิชาวรรณสรณ์ (อุ๊ เคมี) และตัวแทนโรงเรียนกวดวิชา เข้าพบ นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำเสนอข้อมูลมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในเรียนกวดวิชาเพื่อยืนยันว่า โรงเรียนกวดวิชาไม่ใช่แหล่งการแพร่ระบาด พร้อมขอให้ทบทวนมติ ครม. ที่ให้โรงเรียนกวดวิชาปิดการสอนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ คือ ตั้งแต่วันที่ 13-28 ก.ค. โดยได้หารือร่วมกับ นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และทีมเจ้าหน้าที่สำนักระบาด กรมควบคุมโรค

 นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ที่มาวันนี้เพื่อนำข้อมูลของทางโรงเรียนกวดวิชามาเสนอต่อกระทรวงสาธารณสุข เพื่อปรับข้อมูลให้ตรงกันเพื่อช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ยืนยันว่าหลังจากที่มีข่าวการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ทางโรงเรียนกวดวิชาได้ดำเนินมาตรการป้องกันตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนเป็นต้นมา ทั้งการแจกหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และให้เจ้าหน้าที่และครูคอยดูแลเด็กนักเรียน หากพบว่าใครมีอาการป่วย ไอ จาม ก็ให้กลับบ้าน และจากติดตามเด็กนักเรียนที่มาเรียนในโรงเรียนกวดวิชาพบว่า มีเพียง แค่ 1 รายเท่านั้น ที่ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ดังนั้นข้อมูลที่ทางกระทรวงสาธารณสุขนำเสนอว่า นักเรียน 70-80% รับเชื้อจากโรงเรียนกวดวิชาจึงไม่ใช่ และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการร้องเรียนทั้งจากนักเรียนและผู้ปกครองเลยว่า มีนักเรียนติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จากโรงเรียนกวดวิชา

 “ทาง รมว.สาธารณสุข บอกว่าจะนำข้อมูลโรงเรียนกวดวิชาเสนอต่อที่ประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้ เพื่อให้ทบทวนและยกเลิกมติ ครม.ที่สั่งให้หยุดการสอนในโรงเรียนกวดวิชา แต่ควรทำเป็นมาตรการในการป้องกันโรคที่ไม่เพียงแต่ในโรงเรียนกวดวิชาเท่านั้น แต่ให้ทุกๆ ที่ปฏิบัติไปพร้อมกัน ซึ่งจะช่วยในการลดการแพร่ระบาดมากกว่า อย่างไรก็ตามหาก ครม.ยังยืนยันมติเดิม ทางโรงเรียนกวดวิชาคงทำอะไรไม่ได้ เพราะถือเป็นกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม แต่ผลกระทบจะเกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง” นายอนุสรณ์ กล่าว และว่า ทางสมาคมโรงเรียนกวดวิชาพร้อมจะดูแลโรงเรียนกวดวิชาใน กทม. และปริมณฑล ในการดำเนินมาตรการป้องกัน แต่ส่วนจังหวัดอื่นๆ ขอให้ทางสาธารณสุขจังหวัดเป็นผู้ประสาน

 นายอนุสรณ์ กล่าวว่า จากการหารือกับสำนักระบาดวิทยาในครั้งนี้ก็นำเสนอข้อมูลเป็นกราฟจากการวิเคราะห์ ว่าติดเชื้อจากโรงเรียนกวดวิชา 70-80% แต่กลับไม่มีข้อมูลติดตามแบบรายตัวว่าติดเชื้อมาจากโรงเรียนกวดวิชาจริงหรือไม่ ยืนยันว่าโรงเรียนกวดวิชาไม่ใช่เด็กดื้อ แม้ว่าจะเป็นสถาบันองค์กรธุรกิจที่ทำกำไร แต่ก็มีจิตสำนึกและได้ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมในโรงเรียนกวดวิชามาโดยตลอด และในช่วง 3 วันที่โรงเรียนกวดวิชาปิดทำการสอน ยอดการแพร่ระบาดก็ไม่ได้ลดลงเลย

 นายอนุสรณ์ กล่าวว่า จากการปิดโรงเรียนกวดวิชาเพียงแค่ 3 วัน คือ ในวันที่ 6-8 ก.ค. ที่ผ่านมา มีเสียงบนจากนักเรียนและผู้ปกครองจำนวนมาก แม้ว่าทางโรงเรียนกวดวิชาจะมีการจัดตารางการสอนชดเชย แต่ก็ไม่ทันกับเวลาที่นักเรียนต้องสอบเรียกว่าทำให้เสียโอกาสสอบได้ ซึ่งตอนนี้เราปิดสอนถึงรอบมิดไนท์แล้ว ในรอบ 20.00-22.00 น. ในทุกวัน ทั้งนี้การที่ออกมาเรียกร้องนั้น ก็เพื่อให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินมาตรการพร้อมกันทั้งหมด เพราะหากปิดโรงเรียนกวดวิชาแล้วลดการแพร่ระบาดไม่ได้ผล เกรงว่าจะมีการสั่งปิดโรงเรียนปกติอีก ซึ่งแน่นอนว่าโรงเรียนกวดวิชาก็ต้องปิดตามไปด้วยโดยปริยาย

 นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผย ในวันนี้ (13 ก.ค.) กระทรวงสาธารณสุขได้ยืนยันจำนวนผู้ติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เพิ่ม 329 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสม 3,883 ราย ในจำนวนนี้มีผู้ป่วยที่ต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด 9 ราย ขณะที่ผู้เสียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ในวันนี้มีรายงานเพิ่ม 3 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสมรวม 21 รายแล้ว โดยรายที่ 19 เป็นเด็กชายอายุ 13 ปี เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. มารักษาตัวที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. และมีอาการปวดอักเสบ 3 ก.ค. และถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเอกชนอีกแห่งหนึ่ง และเสียชีวิตในวันที่ 6 ก.ค. โดยผลแลปยืนยันว่าเป็นผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เมื่อวันที่ 5 ก.ค. โดยผู้ป่วยรายนี้ถือเป็นกลุ่มเสี่ยง มีน้ำหนักตัวถึง 120 กก.

 รายที่ 20 เป็นผู้หญิง อายุ 53 ปี เสียชีวิตที่ กทม. เช่นกัน เริ่มมีอาการป่วยวันที่ 1 ก.ค. และมีอาการหอบจึงเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนเมื่อวันที่ 6 ก.ค. และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 ก.ค. โดยผู้ป่วยรายนี้ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงเพราะมีโรคประจำตัวความดันโลหิตสูง และรายที่ 21 เป็นผู้ป่วยอายุ 21 ปี เข้ารักษาในโรงพยาบาลวันที่ 10 ก.ค. ด้วยอาการไข้สูง หายใจลำบาก เสียชีวิตในวันที่ 12 ก.ค. มีประวัติเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมาถึง 6 ปี และมีน้ำหนักตัวค่อนข้างมาก

 ด้าน นพ.คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ โฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีผู้ขับรถโดยสารรถตู้ไล่ผู้โดยสารที่สวมหน้ากากลงจากรถ ว่า เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะขณะนี้กระทรวงพยายามรณรงค์ให้ผู้ที่มีอาการไข้หวัดสวมหน้ากากอนามัยและพักผ่อนอยู่กับบ้าน แต่บางคนอาจมีธุระจำเป็น การออกนอกบ้านจึงต้องสวนใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่โรคไปสู่คนอื่น ถือเป็นแบบอย่างที่ดีเช่นเดียวกับญี่ปุ่น ที่ประชาชนไปไหนมาไหนก็ใส่หน้ากาก แต่การทำเช่นนี้จะยิ่งทำให้คนไม่อยากใส่หน้ากาก เพราะเกรงว่าจะถูกรังเกียจและถูกไล่ลงจากรถ เท่ากับว่าจะทำให้โรคมีการแพร่กระจายมากขึ้น ส่งผลต่อมาตรการรณรงค์สวมหน้ากากลดโรคของกระทรวง