ไลฟ์สไตล์

เจาะใจกาแล็กซี่โน้ต 4 เอดจ์

เจาะใจกาแล็กซี่โน้ต 4 เอดจ์

29 มี.ค. 2558

ไอทีรีวิว : เจาะใจกาแล็กซี่โน้ต 4 เอดจ์ : โดย...ไซเบอร์แบต

 
                        ผมได้รับเจ้า Galaxy Note Edge (กาแล็กซี่ โน้ต เอดจ์) มาอย่างไม่ได้คาดคิด และค่อนข้างดีใจที่ได้ทดลองใช้งานสมาร์ทโฟนระดับเรือธงของซัมซุง (ในเวลานี้)
 
                        หลายคนที่จับตามองเจ้า กาแล็กซี่ โน้ต เอดจ์ ก็คงจะรู้ว่า เจ้าสมาร์ทโฟนตัวนี้ มีอะไรที่ "เหนือ" กว่า กาแล็กซี่ โน้ต 4 รุ่นล่าสุดที่ออกมาสู่ตลาดก่อนหน้านี้อยู่อีกระดับ จากการที่หน้าจอมีขอบโค้งพาดลงไปทางด้านซ้ายของตัวเครื่อง และได้รับการดีไซน์ให้เป็นหน้าจอเสริมสำหรับการแสดงฟังก์ชัน รวมทั้งทำหน้าที่อื่นๆ นอกเหนือจากหน้าจอหลัก อีกทั้งใช้ซีพียู Qualcomm Snapdragon 805 แบบ 8 แกนประมวลผล ความเร็ว 2.65 กิกะเฮิรตซ์ ขณะที่ โน้ต 4 นั้น ใช้ Exynos 5433 แบบ 8 แกนประมวลผล ความเร็ว 1.9 กิกะเฮิรตซ์
 
                        เจ้าขอบที่เสริมเข้ามานั้น นอกจากจะทำให้ตัวเครื่องแบน และ "กว้าง" ขึ้นอีก ยังทำตัวให้เป็นประโยชน์ โดยสามารถแสดงข้อความสั้นๆ ที่เราเขียนเป็นบันทึก หรือแสดงไอคอนทางลัดในการใช้งานกล้อง เข้าอินเทอร์เน็ต เช็กข้อความ โทรศัพท์ เข้าเพลย์ สโตร์ บริการต่างๆ ของกูเกิล หรือจะเป็นแถบแสดงผลการทำงานของฟังก์ชัน S Health และอื่นๆ อีกมาก
 
                        นอกจากนั้นเมื่อเราเปิดใช้แอพพลิเคชั่น เช่น กล้องถ่ายรูป หน้าจอส่วนนี้ก็จะเป็นที่สถิตของปุ่มกดชัตเตอร์ เปิดแอพเล่นเพลง ก็จะมีปุ่มหยุด เปลี่ยนเพลงปรากฏขึ้นมาพร้อมชื่อเพลงที่กำลังเล่นอยู่ในเวลานั้น ทั้งยังมีฟังก์ชันไม้บรรทัดปรากฏขึ้นมาบนขอบจอ เพื่อใช้วัดความยาว
 
                        ความรู้สึกเมื่อเห็นเจ้าโน้ต เอดจ์ นั้น ต้องบอกว่า แปลกตา เพราะดูเหมือนงานศิลป์ แบบ Abstract ที่เน้นเส้นสายที่ศิลปินเท่านั้นที่เข้าใจดีที่สุด ต่อจากนั้นภาพความหรูหราก็กระโจนเข้ามาที่ตา จากรูปสัมผัสที่ดูหรูหรา ตัวเครื่องดูอลังการ แถมเดินเส้นโลหะพาดไปตามขอบสันตัวเครื่อง 
 
                        สัมผัสแรกต่อเจ้า โน้ต เอดจ์ ตัวนี้ คือ มือถืออะไรทำไมดูใหญ่มาก จากขนาดหน้าจอ 5.7 นิ้ว (เพิ่มจากโน้ต 4 ที่มีหน้าจอ 5.5 นิ้ว) ทำให้การจับถือค่อนข้างจะต้องระมัดระวังกันมากขึ้น ยิ่งมือของผู้หญิงแล้วล่ะก็ต้องระวังมากขึ้นไปอีก การใช้งานด้วยมือเดียวนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ (เพราะในซีรีส์ โน้ต นั้น ซัมซุงตั้งใจให้ใช้ปากกา S-Pen มากเป็นพิเศษ)  
 
                        ส่วนสัมผัสด้านภาพนั้น ต้องบอกว่าประทับใจมาก หน้าจอของโน้ต เอดจ์ เป็นแบบ Super Amoled ที่ให้สีสันนุ่มนวล กว่าจอของโน้ต 4 อย่างชัดเจน แถมยังมีความละเอียดของพิกเซลบนหน้าจอสูงกว่า รายละเอียดของภาพบนหน้าจอนั้นจึงดีกว่ากันนิดๆ ต้องสังเกตกันจริงๆ จึงจะเห็น ขณะที่กล้องถ่ายภาพความละเอียด 16 ล้านพิกเซล (ด้านหลัง) พร้อมมีฟังก์ชันแต่งภาพ ให้เลือกใช้ในระดับที่น่าพอใจ
 
                        การใช้งานด้านเสียง เป็นที่สังเกตว่า มีการติดตั้งลำโพงไว้ด้านหลังตัวเครื่อง ซึ่งอาจจะอู้อี้ไปบ้างถ้าเอามือไปบังกันจริงๆ แต่เมื่อนำหูฟังมาเสียบในช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตรแล้วเล่นเพลงไฟล์นามสกุล FLAC ที่มีการถ่ายทอดแบบ Lossless ก็พบว่าเจ้า โน้ต เอดจ์ นั้น เล่นเพลงประเภทนี้ได้อย่างดี เสียงแหลมไม่จัดจ้าน กลางโด่งกำลังสวย เสียงเบสชัดเจนทุกก้อนทุกลูก
 
                        ฟังก์ชันเด่นอื่นๆ ก็อยู่ที่ ปากกา S-Pen ที่ไม่แตกต่างไปจาก โน้ต 4 ฟังก์ชันที่ให้มานั้น "ล้นเหลือ" สำหรับการใช้งานทั่วไป เหมาะกับคนทำงานเอกสาร พรีเซนเทชั่น มากกว่า 
 
                        การเชื่อมต่อต่างๆ ทำได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังรองรับระบบ 4จี เต็มที่ จากการดาวน์โหลดหน้าเว็บต่างๆ ด้วยคลื่น 4จี ของค่ายสีฟ้า ก็พบว่าทำงานได้เร็วอย่างน่าประทับใจ ยิ่งเชื่อมต่อไว-ไฟแล้วยิ่งรู้สึกเร็วและมั่นคงกว่า 
 
                        แต่ที่ต้องตั้งข้อสังเกตสักหน่อยคือ แบตเตอรี่ ขนาด 3,100 มิลลิแอมป์ ออกอาการท้อแท้ เมื่อใช้งานหนัก ตัวเลขระดับพลังงานมักจะลงไปป้วนเปี้ยนแถวเลข 30 อยู่บ่อยๆ เมื่อสิ้นสุดวัน หลังจากที่ใช้ดูหนังและเปิดเว็บผ่านคลื่น 4จี โทรเข้า-ออกราว 20 ครั้ง ถ่ายรูปราว 30 รูป ในช่วงวัน นอกจากนั้น หน้าจอบริเวณขอบโค้งที่เพิ่มขึ้นมานั้นมักจะสัมผัสกับอุ้งมืออยู่บ่อยๆ ทำให้ไม่สะดวกต่อการใช้งานเป็นบางครั้ง
 
                        สำหรับราคา สองหมื่นปลายๆ นั้น โน้ต เอดจ์ เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่จริงจังกับการทำงานด้านเอกสาร การพรีเซนเทชั่น ตัดต่อเว็บ และผู้นิยมงานศิลป์ แบบ Abstract ที่มีรสนิยมไม่เหมือนใครครับ
 
 
 
 
 
---------------------
 
(ไอทีรีวิว : เจาะใจกาแล็กซี่โน้ต 4 เอดจ์ : โดย...ไซเบอร์แบต)