
'เรด ซัน' เสิร์ฟหม้อไฟสไลต์โคเรียน
29 มี.ค. 2558
ชวนชิม : 'เรด ซัน' เสิร์ฟหม้อไฟสไลต์โคเรียน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาบรรดานักร้องและดาราจากแดนโสม เข้ามาเรียกเสียงกรี๊ดให้บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ได้หัวใจพองโต ส่งผลให้วัฒนธรรมจากเกาหลีหลั่งไหลเข้ามาในบ้านเรามากยิ่งขึ้นด้วย รวมทั้งเรื่องของอาหารการกินก็เริ่มขยับขยายเข้ามาเช่นกัน ถึงจะยังไม่เป็นที่แพร่หลายนักแต่ก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ถูกปากคนไทย อย่างวันนี้จะพาไปทำความรู้จักกับร้าน
“เรด ซัน” บริการอาหารประเภทต๊อกปกกี่ หรือหม้อไฟอันดับ 1 ที่มีมากกว่า 50 สาขาในเกาหลี ล่าสุดส่งตรงความอร่อยมาให้คนไทยได้ลิ้มลองถึง 2 สาขาคือที่สยามสแควร์ และเซ็นทรัลศาลายา สำหรับวันนี้จะแวะไปนั่งชิลๆ ท่ามกลางแหล่งวัยรุ่น ที่สาขาสยามสแควร์
พลันที่เหยียบเข้าไปภายในร้านก็สัมผัสได้ถึงความร่มรื่นของธรรมชาติ มีต้นไม้ใหญ่ตั้งโดดเด่นอยู่กลางร้าน ตอกย้ำด้วยโต๊ะไม้อิงความเป็นธรรมชาติ ดูแล้วอบอุ่นเหมือนกับนั่งทานอาหารที่บ้าน ผนังร้านตกแต่งเป็นลายวัยรุ่นเอาใจกลุ่มลูกค้าที่ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษา และคนวัยทำงานในย่านนั้น และที่เป็นกิมมิกของร้านสื่อถึงความเป็นโคเรียนสไตล์แท้ๆ คือกุญแจหลากสีที่คู่รักนำมาคล้องเต็มลูกกรงภายในร้าน ราวกับสนธิสัญญารักกลางกรุงโซล
เรด ซัน แบ่งโซนที่นั่งเป็นทั้งแบบโต๊ะ เคาน์เตอร์บาร์ และเต้นท์ด้านนอก แต่ไม่ว่าจะเลือกนั่งโซนไหนก็สามารถซึมซับบรรยากาศร้านได้อย่างเต็มที่ หลังได้ที่นั่งถูกใจแล้วก็ได้เวลาสั่งอาหารกันล่ะ เมนูเด็ดที่มาแล้วต้องไม่พลาดคือ ต๊อกปกกี่ที่มีให้เลือกหลากหลายหน้า สำหรับในเมืองไทยมีให้เลือกทานมากถึง 7 หน้า และมีน้ำซุปมีให้เลือก 3 ระดับความเผ็ด ใครชอบเผ็ดมากเผ็ดน้อยแจ้งพนักงานได้เลย ส่วนขนาดก็มีให้เลือกอีกเช่นกัน หากมาเป็นคู่สั่งแค่ไซส์เอสสำหรับ 1-2 คน แต่มากันเยอะๆ ก็ต้องไซส์แอลเหมาะกับ 3-4 คน
สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งหัดทานครั้งแรกทางร้านแนะนำให้ลองชิมหน้าซิกเนเจอร์อย่าง มอสซาเรลล่าชีส บูเด ต๊อกปกกี่ เสิร์ฟมาในหม้อไฟที่หม้อคับคั่งไปด้วยวัตถุดิบคุณภาพชั้นดีคัดสรรมาเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น กะหล่ำปลี ต้นหอมญี่ปุ่น แครอท หัวหอม ไข่ต้ม ไส้กรอกหมู แฮม โอเด้งซีฟู้ด มาม่าเกาหลี เส้นโจลเมี่ยนนุ่มหนึบ ต๊อก (ทำจากแป้งนุ่มๆ คล้ายโมจิ) และมอสซาเรลล่าชีส แต่ถ้ายังไม่เต็มอิ่มกับหม้อไฟที่จัดมาให้ จะสั่งผักหรือเนื้อสัตว์เพิ่มเติมอีกก็ได้ ทางร้านมีบริการอีกหลายรายการ อาทิ ต๊อกชีส ลูกชิ้นไข่ปลา เต้าหู้ชีส ลูกชิ้นปลาหมึก เบคอน ฯลฯ
เมื่อหม้อไฟร้อนๆ ยกมาเสิร์ฟ กลิ่นหอมก็โชยมาเตะจมูกจนแทบอดใจไม่ไหว แต่จะให้อร่อยตามแบบต้นตำรับต้องใจเย็นๆ และกินตามวิธีที่พนักงานแนะนำ คือเร่งไฟในระดับแรงที่สุดเพื่อให้น้ำซุปเดือด คลุกเคล้าส่วนผสมและเคี่ยวให้น้ำเข้มข้น 4-6 นาที น้ำจะค่อยๆ ระเหยก็จะได้ต๊อกปกกี่แสนอร่อย ขณะรับประทานเบาไฟลงแล้วค่อยๆ ละเลียดทาน ทำตามวิธีนี้รับรองว่าอร่อยสุดๆ แต่ถ้าไม่สะดวกจะลงมือเอง ทางร้านมีพนักงานบริการคลุกเคล้าเสร็จสรรพพร้อมให้ตักรับประทานได้ทันที
ถึงต๊อกปกกี่จะเป็นเมนูยอดนิยมที่ต้องแวะมาชิม แต่ทางร้านก็มีเมนูอื่นๆ ให้เลือกรับประทานอีกมาก ที่ขึ้นชื่อก็อย่าง กิมจิชิคเก้นเชคกี้ เป็นเนื้อไก่ที่นำไปทอดแบบกรอบนอกนุ่มใน แล้วคลุกด้วยผงกิมจิ รสชาติออกเผ็ดเล็กๆ สั่งมาทานเล่นเพลินๆ ก็เข้าท่า หรือจะลอง ต๊อกโกชิ ก็เป็นอีกจานที่น่าสนใจเช่นกัน เมนูนี้ทางร้านนำต๊อกไปกริลล์จนเหลืองกรอบได้ที่ก่อน แล้วจึงนำมาทานแกล้มกับหมูหมักซอสสูตรพิเศษของทางร้าน
อีกเมนูเด็ดที่รับรองว่าบรรดาชีสเลิฟเวอร์ต้องติดใจต้องยกให้ ต๊อกคาโบนาร่า ทางร้านนำแป้งต๊อกไปราดด้วยซอสคาโบนาร่าที่เข้มข้นไปด้วยมอสซาเรลล่าชีส แล้วโรยหน้าด้วยเบคอนกรุบกรอบ เพิ่มความอร่อยด้วยไข่ดิบท็อปมาด้านบน ก่อนทานคลุกเคล้าให้เข้ากันลงตัวมากๆ ขอบอก และนอกจากเมนูจากต๊อกแล้ว อีกหนึ่งจานที่การันตีความอร่อยจนต้องยกนิ้วให้คือ ข้าวผัดเรดซัน 3 หน้า ประกอบด้วย หน้ากุ้ง หน้าไข่กุ้ง และหน้ามอสซาเรลล่าชีสหอมกรุ่น เสิร์ฟมาในรูปแบบกระทะร้อน จะเลือกทานทีละหน้าตามชอบหรือจะคลุกรวมกันก่อนทานก็เป็นวิธีที่หลายคนนิยมกัน



