ไลฟ์สไตล์

'เกษตรอินทรีย์' ปลูกผักปลอดภัย-เสริมรายได้ชาวบ้านนาพรุ

'เกษตรอินทรีย์' ปลูกผักปลอดภัย-เสริมรายได้ชาวบ้านนาพรุ

26 มี.ค. 2558

ทำมาหากิน : เนรมิตศูนย์ถ่ายทอดเทคโนฯ 'เกษตรอินทรีย์' ปลูกผักปลอดภัย-เสริมรายได้ชาวบ้านนาพรุ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 
                        ไม่ได้แค่มุ่งเป้าแต่โครงการสร้างและพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ด้วยการส่งเสริมให้ชาวบ้านในพื้นที่ทำเกษตรอินทรีย์ โดยเจียดพื้นที่กว่า 7 ไร่ เป็นแหล่งเรียนรู้ให้ชาวบ้านมาศึกษาดูงาน เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและครอบครัว สำหรับองค์การบริหารส่วนตำบลนาพรุ (อบต.นาพรุ) อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ที่มี "สนอง แก้วประภาค" เป็นนายก โดย อบต.นาพรุ ถือหนึ่งในจำนวนสี่ตำบลของ อ.พระพรหม ที่ยึดการมีส่วนร่วมการแสดงความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน จนเป็นเหตุให้ อบต. นาพรุ ได้จัดทำแผนการดำเนินงานต่างๆ จากความต้องการของประชาชน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ ด้านอาชีพ ด้านคุณภาพชีวิตของประชาชน และด้านการจัดการศึกษา  
 
                        "เราให้ความสำคัญกับศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร ขณะนี้ อบต.นาพรุ มีแปลงปลูกผักปลอดสารพิษ 7 แปลง รวม 7 ไร่ โดย อบต.นาพรุจะดำเนินการจัดหาน้ำ ปุ๋ย และเมล็ดพันธุ์พืชให้ โดยคัดเลือกประชาชนยากจนที่ไม่มีที่ทำกิน ขยัน อดทน ซื่อสัตย์ ประหยัด มีคุณธรรม เข้าร่วมโครงการปลูกพืชผักปลอดสารพิษและเพื่อลดต้นทุนในการผลิตผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะช่วยกันทำปุ๋ยหมักชีวภาพใช้เอง โดยใช้ทรัพยากรเหลือใช้จากชุมชน"
 
                        สนอง เปิดเผยต่อว่า การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของ อ.พระพรหม จ.นครศรธรรมราช ตามโครงการ “พระพรหม เกษตรอินทรีย์” นอกจากนี้ อบต.นาพรุ ยังมีแปลงสาธิตปลูกข้าวเกษตรอินทรีย์พันธุ์พื้นเมือง เช่น สังข์หยด, เล็บนก เป็นต้น เพื่อให้ประชาชนในกลุ่มได้เป็นทางเลือกในการทำนาเกษตรอินทรีย์ ปัจจุบันมีพื้นที่ในการทำนาข้าวเกษตรอินทรีย์พันธุ์พื้นเมือง จำนวน 33 ไร่ ซึ่งมีนโยบายเพิ่มพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญด้านคุณภาพชีวิต โดยปัจจัยสำคัญมากที่สุดคือ เรื่องสุขภาพ มุ่งเน้นการดูแลและเอาใจใส่ การป้องกัน การรักษา 
 
                        "อบต.นาพรุ ให้ความสำคัญในเรื่องการป้องกันโดยสร้างภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะโรคที่ไม่มีเชื้อโรค ได้แก่ เบาหวาน, ความดัน, หัวใจ เป็นต้น เป็นโรคที่ต้องป้องกันระยะยาว ส่งเสริมการรณรงค์ การออกกำลังกาย การบริโภคอาหารที่ถูกสุขลักษณะเหล่านี้ เป็นต้น ซึ่ง อบต.นาพรุ ได้เข้าร่วมกับ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน (รพ.สต.) โดยให้ความสำคัญกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โดยจัดอบรมให้ทุกคนเข้ารับความรู้ เพื่อให้สามารถบอกกล่าวให้ประชาชนในชุมชนทราบต่อไป เพราะ อสม. 1 คน มีหน้าที่ดูแลในเรื่องคุณภาพชีวิต 10 ครัวเรือน
 
                        ส่วนด้านการจัดการศึกษานั้น นายก อบต.นาพรุ ระบุว่า ได้จัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ โดยได้สร้างอาคารหลังใหม่เพื่อการขยายโอกาสในการพัฒนาด้านการศึกษาของเด็กก่อนเกณฑ์ในทุกด้าน เพื่อรองรับการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน (เออีซี) การศึกษาด้านภาษาสากล (อังกฤษ) และภาษากลุ่มอาเซียน ทั้งนี้ กำลังเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนความรู้ความสามารถของเยาวชน
 
                        จากผลงานที่มุ่งเน้นด้านเกษตรอินทรีย์ จัดตั้งศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการเกษตร และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยการทำงานยึดหลักธรรมาภิบาล และมุ่งมั่นที่จะตอบแทนคุณแผ่นดินให้ถึงที่สุด ทำให้องค์การบริหารส่วนตำบลนาพรุ (อบต.นาพรุ) ได้รับการคัดเลือกเข้ารับโล่รางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดีเด่น 2 ปีซ้อน ประจำปี 2558 และรับใบประกาศเกียรติคุณผู้นำท้องถิ่นดีเด่น ประจำปี 2558 สองปีซ้อน ในงาน “รางวัลไทย” จัดโดยมูลนิธิเพื่อสังคมไทย ร่วมกับสถาบันพัฒนาศักยภาพท้องถิ่น
 
 
 
 
 
 
-----------------------
 
(ทำมาหากิน : เนรมิตศูนย์ถ่ายทอดเทคโนฯ 'เกษตรอินทรีย์' ปลูกผักปลอดภัย-เสริมรายได้ชาวบ้านนาพรุ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)