
สงครามต่อต้านยาเสพติดแพ้แล้วหรือ?
26 มี.ค. 2558
ลุงแจ่มเตือนภัย : สงครามต่อต้านยาเสพติดแพ้แล้วหรือ?
ประธานาธิบดีนิกสันประกาศสงครามต่อต้านยาเสพติดเมื่อ 44 ปีก่อน แต่ปัจจุบันรัฐต่างๆ สี่รัฐในอเมริกาเห็นชอบให้มีการจำหน่ายกัญชาโดยถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนั้นอีกหลายประเทศทั่วโลกต่างก็แก้ไขกฎหมายเรื่องยาเสพติดให้มีโทษน้อยลง หรือว่าไปๆ มาๆ สงครามต่อต้านยาเสพติดกลับกลายเป็นพ่ายแพ้ต่อยาเสพติดไปแล้ว
ความเห็นของผู้สันทัดกรณีในเรื่องนี้ รวมทั้งอดีตประธานาธิบดีของโคลอมเบีย และอดีตทนายแผ่นดินที่หันไปว่าความให้จำเลย
คุณบอนนี แคลปเปอร์ เคยดำเนินคดีผู้กระทำผิดในคดียาเสพติดมาหลายปี สมัยเป็นผู้ช่วยหัวหน้าอัยการเขตของสหรัฐ แต่ด้วยความที่สิ้นหวังกับวิธีแก้ปัญหายาเสพติดของรัฐ เธอจึงหันไปทำหน้าที่ทนายแก้ต่างให้แก่จำเลยแทน
ตัวแปรสำคัญที่ทำให้เธอเปลี่ยนข้างก็คือ คดีเกี่ยวกับพ่อค้ายาเสพติดชาวโคลอมเบียรายหนึ่งที่ต้องดิ้นรนต่อสู้กับชีวิตมาตั้งแต่อายุ 14 ปี จนได้งานเป็นคนขับรถให้เจ้าพ่อวงการค้ายาคนหนึ่ง จากนั้นก็ไต่เต้าจนกลายเป็นเจ้าพ่อเสียเอง
เธอบอกว่า ในประเทศอย่างโคลอมเบีย ใครเกิดมาจน ด้อยการศึกษา แล้วยังต้องหาเลี้ยงครอบครัวด้วยแล้ว มีทางเดียวที่จะหนีความยากจนได้ นั่นก็คือค้ายา
และเมื่อย้อนกลับไปมองอีกด้านคือ ที่สหรัฐก็มีปัญหาไปอีกแบบ โดยเฉพาะร้านรับโอนเงิน ซึ่งให้บริการโอนเงินไปยังโคลอมเบีย เพราะ “พอเราจับได้แห่งหนึ่ง พอเราสั่งปิด วันรุ่งขึ้นก็จะมีร้านใหม่เปิดขึ้นมาทันที ในที่เดียวกันนั่นแหละ” เธอบอก “หรือเวลาเราจับพ่อค้ายารายใหญ่ได้ ไม่ว่าในสหรัฐหรือที่โคลอมเบีย พอเราส่งตัวไปดำเนินคดีในประเทศของเขา ก็จะมีพ่อค้ารายใหม่เข้ามาสวมรอยทันทีเช่นกัน”
“ฉันเองก็ได้แต่ชมเชยเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายที่ฉันเคยร่วมงานด้วย หลายคนเคยพูดกับฉันว่า สงครามยาเสพติดที่เราสู้อยู่นี้ เราไม่มีทางชนะเลย”
“สงครามโดยตัวมันเองแล้ว ไม่มีฝ่ายไหนชนะหรอก แล้วมันก็จะอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ เว้นแต่ว่าจะต้องมีการยกเครื่องในเรื่องวิธีจัดการกับปัญหายาเสพติดเสียใหม่ทั้งหมด”
ซีซาร์ กาบิเรีย อดีตประธานาธิบดีโคลอมเบีย และอดีตกรรมการในคณะกรรมาธิการสากลว่าด้วยนโยบายเกี่ยวกับยาเสพติด เรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ถอนยาเสพติดออกจากรายชื่อสิ่งผิดกฎหมาย
เขาบอกว่า ข้อเสนอของคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าวก็คือ ปรับเปลี่ยนข้อบังคับเกี่ยวยาเสพติดทุกชนิดเสียใหม่ อย่างที่โปรตุเกสทำ
“ลองย้อนไปมองช่วง 50 ปีที่ผ่านมาสิครับ เขาทำอะไรกันไปแล้วมั่ง? ในสหรัฐมีคนถูกจับเข้าคุกไปแล้ว 6 แสนคน รัฐต้องเสียเงินปีละ 4 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,301,880 ล้านบาท) อัตราการเสพพุ่งสูงสุดทั่วโลก บอกได้เลยว่า นโยบายที่ผ่านมาล้มเหลว”
“ถ้าเป็นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว อย่าไปคิดเลยว่าสหรัฐจะกล้าพลิกนโยบาย เพื่อที่จะทำให้กัญชากลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย”
“ตอนนี้ประเพณีนี้ก็ถูกฉีกไปเรียบร้อย ชาวอเมริกันส่วนใหญ่กำลังคุยกันเรื่องทำให้กัญชาเป็นของถูกกฎหมาย”
“ตั้งแต่ต้นปี 2504 เป็นต้นมา เป้าหมายของอนุสัญญาสหประชาชาติก็คือ ทำให้โลกปลอดจากยาเสพติด แต่นั่นมันโลกพระศรีอาริย์ มันเป็นไปไม่ได้ มันฝืนธรรมชาติของมนุษย์”



