
สานมรดกหัตถศิลป์จากรุ่นสู่รุ่น
26 มี.ค. 2558
ศิลปะวัฒนธรรม : สานมรดกหัตถศิลป์จากรุ่นสู่รุ่น
ศิลปะหัตถกรรม งานจารีตด้วยฝีมือ แฝงไปด้วยความงดงามทีทรงค่า เป็นเอกลักษณ์บอกถึงความเป็นไทย ที่นับวันเมื่อกาลเวลาผ่านไปยิ่งเลือนหายไปทีละน้อย...ในงาน “เทศกาลนวัตศิลป์นานาชาติ 2558” ที่ศูนย์การแสดงสินค้าและนิทรรศการนานาชาติ ไบเทค บางนา ได้จัดแสดงงานศิลปะแขนงต่างๆ ไว้อย่างมากมาย แต่ที่เห็นจะสะดุดตาคือซุ้ม “ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม” ผู้สืบทอดและอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทยไม่ให้จางหายไป สังคมไทยจำเป็นจะต้องมีบุคคลเหล่านี้ไว้เพื่อสืบสาน อนุรักษ์งานศิลปหัตถกรรมอันล้ำค่า ที่บรรพบุรุษสร้างมาหลายยุคหลายสมัยให้ได้คงอยู่สืบไป เพื่อคนรุ่นหลังได้เห็นถึงความสวยงามในงานประเภทต่างๆ
กระเป๋า ขัน กำไร สร้อย ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยเครื่องเงิน ลักษณะรูปทรงโบราณ แวววับสะท้อนรับกับแสงไฟ ผลงานของ ณัฐวุฒิ พลเหิม ทายาทรุ่นที่ 2 ของ ขวัญ พลเหิม ผู้เป็นแม่บอกเล่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ช่วยพ่อแม่ทำงานนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก ส่วนตัวรู้สึกชอบเพราะสวยงามดี เป็นสิ่งแรกที่พ่อกับแม่ปลูกฝังให้ซึ่งช่วยสร้างฐานะให้ครอบครัวมีกินมีใช้ กอปรกับเป็นคนชอบอะไรที่ท้าทายซึ่งงานนี้่ท้าทายมาก เพราะต้องใช้ทั้งสมาธิ ความอดทน และทักษะอีกหลายอย่างถึงจะสร้างสรรค์งานสักชิ้นขึ้นมาให้สำเร็จ อย่างงานที่ทำเสียผิดพลาดก็ต้องตั้งต้นเริ่มทำใหม่ตั้งแต่แรก ที่สำคัญงานที่ทำจะคงเอกลักษณ์ลวดลายดั้งเดิม จะเปลี่ยนก็เพียงรูปแบบโครงสร้างเพื่อให้ร่วมสมัยมากขึ้น ไม่อยากให้งานศิลปะที่สวยงามแบบดั้งเดิมนั้นจางหายไป
“ผมคิดว่าถ้าหากไม่มีใครมาสืบทอดงานเครื่องเงินต่อไปคงเสียใจไม่น้อย แต่ตราบใดที่ผมยังมีชีวิตอยู่ ผมจะไม่ยอมให้มันสูญหายไป จะยังคงอนุรักษ์ลวดลายเก่าแก่ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงความสวยงาม ได้ฝึกฝนเพราะงานประเภทนี้จะไม่มีให้เห็นอีกแล้ว ให้ไปทำงานอื่นก็คงไม่ไป อยากอยู่ทำงานร่วมกับพี่ๆ น้องๆ ช่วยกันสร้างสรรค์งาน มีความสุขได้ทำงานกับคนที่เรารักเพราะงานเครื่องเงินเป็นรากเหง้าของเรา” ทายาทงานหัตถกรรมเครื่องเงิน กล่าวพร้อมกับฝากว่า สำหรับคนรุ่นหลังถ้าชื่นชอบงานพวกนี้ สามารถมาฝึกฝนกันได้ บางคนคิดว่ายาก เพราะเป็นงานละเอียดประณีต แต่จริงๆ แล้วไม่ได้ยากอย่างที่คิด ลองมาทำให้สำเร็จสักชิ้น เชื่อเถอะว่าจะต้องภูมิใจที่ได้สร้างผลงานชิ้นหนึ่งขึ้นมาด้วยสองมือของตัวเอง
“หากการทำเครื่องจักสานต้องหายไปจริงๆ ผมคงเสียดายมาก เพราะงานแต่ละชิ้น มีทั้งความสวยงาม ความละเอียดละออ ที่สำคัญคนที่สร้างสรรค์ขึ้นมาล้วนทำด้วยความใส่ใจ รวมทั้งได้ร่วมอนุรักษ์งานประเภทเครื่องจักสานของไทยให้อยู่สือบไป” เสียงจาก คมกฤช บริบูรณ์ ทายาทรุ่นที่ 2 ผู้สืบสานหัตถกรรมพื้นบ้าน จักสานไม้ไผ่พนัสนิคม เจ้าตัวบอกว่า เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2521 ตอนนั้นคุณแม่เป็นคนรับงานมาทำงานจากศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ตัวเองรัับช่วงทำต่อในปี 2543 เพราะช่วงนั้นคุณแม่ป่วยและได้เสียชีวิตลง มีสมาชิกที่ต้องดูแลกว่า 90 ชีวิต ทำงานอยู่ร่วมกันเหมือนครอบครัว ส่วนตัวเรียนจบด้านสถาปัตยกรรมประกอบกับการที่เติบโตคลุกคลีมากับงานเหล่านี้ ทำให้มองเห็นงานที่สวยงามตั้งแต่ยังเป็นเด็ก
“ต้องบอกว่าอำเภอพนัสนิคมมีงานจักสานที่มีชื่อเสียง มีสเน่ห์แตกต่างจากที่อื่น เรามีทักษะบวกกับฝีมือ เน้นในเรื่องของมาตรฐานคุณภาพ งานที่ทำต้องออกแบบเองไม่มีการลอกเลีียนแบบงานคนอื่น เพราะที่พนัสนิคมมีทั้ง ชาวไทย ลาว จีน อาศัยอยู่รวมกัน จึงทำให้สมาชิกที่สร้างสรรค์งานออกมาได้หลายรูปแบบ ยังสามารถนำมาผสมผสานเพื่ื่อความสวยงามให้เกิดกับผลงานชิ้นใหม่ๆและถ่ายทอดความรู้ให้กับชาวบ้านที่สนใจเพื่อเป็นการสร้างอาชีพและเกิดรายได้เลี้ยงครอบครัว และในปัจจุบันลูกหลานรุ่นหลังที่เติมโตมาก็ได้มีการฝึกฝนตั้งแต่เด็กให้เกิดความคุ้นเคย เพื่อมาสืบสานวัฒนธรรมพื้นบ้านไม่ให้เลือนหายไปจากประเทศไทย” ทายาทรุ่น 2 กล่าวปิดท้าย
ทุกวันนี้หลายสิ่งอย่างที่เป็นศิลปวัฒนธรรมล้ำค่าเก่าแก่ของไทยกำลังสูญหายไปก็มาก และอีกหลายอย่างกำลังเลือนหายลงไปทุกที จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนรุ่นหลังที่ต้องช่วยกันอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่ต่อไป



