ไลฟ์สไตล์

'ยงยุทธ'ปัดเลือกข้างสอบงบฯรพ.

'ยงยุทธ'ปัดเลือกข้างสอบงบฯรพ.

24 มี.ค. 2558

'ยงยุทธ' เผย ข้อสรุปสอบขัดแย้งกระทรวงหมอ ขึ้นอยู่กับ คกก. เสียใจ คนด่าเลือกข้าง ปมสอบงบฯ โรงพยาบาล

 
                        24 มี.ค. 58  เมื่อเวลา 09.50 น.  ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล  นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงความขัดแย้งระหว่าง นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวง สธ. ว่า ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะรัฐบาลต้องดำเนินนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดย นพ.ณรงค์ เป็นผู้ที่จะต้องรับนโยบาย แต่หากสะดุดในส่วนการมอบหมายงาน ต้องมีการสอบสวน ส่วนบุคคลที่อยู่ในคณะกรรมการตรวจสอบนั้น ได้มีการแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ผลการสอบสวนขึ้นอยู่กับคณะกรรมการว่าพบข้อเท็จจริงมากน้อยเพียงใด ซึ่งคงไม่สามารถไปบีบบังคับ หรือเร่งรัดให้ผลออกมาโดยเร็วได้
 
                        เมื่อถามว่า สถานการณ์ภายในกระทรวง สธ.ดีขึ้นหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า เท่าที่ได้รับรายงานมา มีความเข้าใจกันมากขึ้น ทางรัฐบาลเองก็ไม่ใช่จะดำเนินการเพียงเรื่องเดียว แต่ได้ดำเนินการ 4 - 5 เรื่องพร้อมกันไป อาทิ การตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบกรณีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่มีการระบุเรื่องความไม่ชอบมาพากลในการใช้งบประมาณ รวมถึงมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเรื่องที่มีผู้ระบุว่าโรงพยาบาลมีการขาดทุน ขณะเดียวกันก็มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นตรวจสอบเรื่องที่มีการกล่าวหาถึง 8 - 10 เรื่อง ซึ่งข้อมูลจากทาง สปสช.ก็ระบุว่า ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ข้อมูลที่มีจึงไม่ตรงกัน เลยต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง นอกจากนั้นยังมีกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่เข้ามาตรวจสอบการใช้จ่ายเงินในบัญชีต่างๆ ซึ่งกระทรวง สธ.ก็ยินดีให้ตรวจสอบ
 
                        เมื่อถามว่า งบประมาณ สปสช.ซึ่งมีจำนวนมากนั้น มีการเข้าไปตรวจสอบบัญชีหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบบัญชีอยู่แล้ว ซึ่งพบสิ่งผิดปกติบ้างในการใช้เงิน ส่วนที่มีการกล่าวหากันว่ามีการนำเงินงบประมาณไปแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลที่เป็นพรรคพวกเดียวกัน ก็จะต้องตรวจสอบกันต่อไป ซึ่งทาง สตง.ก็ได้ตรวจสอบในระบบบัญชีต่างๆ ว่าเป็นอย่างไร เมื่อผลออกมา ก็จะสะท้อนหรืออาจจะต้องปรับเปลี่ยนตัวบุคคลใหม่ หากมีการดำเนินการที่ผิดหรือไม่ชอบมาพากลผู้ปฏิบัติก็ต้องรับผิดชอบ
 
                        "เมื่อผมพูดถึงผลงาน สตง.ที่ได้ตรวจสอบพบ ก็ยังมีคนออกมาคัดค้าน ทั้งๆ ที่ผมบอกว่า สตง.เข้าไปดูแล้วว่ามีความบกพร่องอยู่บ้าง สิ่งนี้ผมเสียใจที่มีคนบอกว่าผมเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งผมแค่พูดความจริงเท่านั้น"
 
                        เมื่อถามว่า ปัญหาในกระทรวง สธ.ที่มีมายาวนาน ถึงเวลาที่จะต้องมีการปฏิรูปครั้งใหญ่แล้วหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า มองว่าเป็นปัญหาที่ต่อเนื่องที่ไม่ใช่เฉพาะจุดนี้เท่านั้น แต่ที่ปัญหามันใหญ่ก็เพราะมีงบประมาณจำนวนมากและยังไม่เพียงพอ เนื่องจากเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งรัฐบาลต้องรับผิดชอบกว่าแสนล้านบาท ซึ่งอาจจะสูงขึ้นถึงสองแสนล้านบาท จึงถือเป็นเรื่องใหญ่ ดังนั้นเมื่อมีการโต้แย้งกันเช่นนี้จึงถือเป็นเรื่องใหญ่
 
                        ส่วนที่มีการระบุว่า ปัญหาเกิดจากการบริหารที่ไม่ดีนั้น นายยงยุทธ กล่าวว่า มองว่าระบบบริหารสามารถปรับปรุงต่อไปได้ แต่หลักการที่ยังถูกต้องอยู่ คือ ผู้ใช้บริการกับผู้ให้บริการ ต้องแยกออกจากกัน เพื่อไม่ให้มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์