
ลมชักฉันรักเธอ (1)
25 มี.ค. 2558
ดูแลสุขภาพ : ลมชักฉันรักเธอ (1)
เมื่อพูดถึงโรคลมชัก คนส่วนใหญ่จะคิดถึงโรคลมบ้าหมู ที่คนเป็นลมชักจะมีอาการชักเกร็งกระตุกทั้งตัว ไม่รู้สึกตัว หมดสติ ทั้งที่ความจริงแล้วโรคลมชักนั้นมีหลายชนิด และพบบ่อยมากกว่าที่คิด นอกจากนี้คนส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องต่อโรคลมชักหลายประการ เช่น คนที่เป็นลมชักจะมีสติปัญญาไม่ดี ไม่สามารถเรียนหนังสือ ไม่สามารถทำงานได้ ไม่สามารถแต่งงานหรือมีเพศสัมพันธ์ได้ เราควรมีความรู้ ความเข้าใจและการปฏิบัติที่ถูกต้องต่อโรคลมชัก มาทำความรู้จักกับ 10 ข้อที่ควรรู้เกี่ยวกับโรคลมชัก ดังนี้
1. โรคลมชักเป็นโรคทางระบบประสาทที่พบบ่อย ทุกเพศ ทุกวัย คือทุกๆ 1,000 คนจะพบคนที่เป็นลมชัก 7 คน
2. อาการชักมีหลายแบบ ได้แก่ 1.การชักแบบเฉพาะส่วนของร่างกาย รู้สึกตัวดี 2.การชักแบบพฤติกรรมผิดปกติ หรือนั่งนิ่ง เหม่อลอย 3.การชักแบบเกร็งกระตุก หมดสติ หรือล้มลงทันทีการชักส่วนใหญ่แล้วจะเป็นไม่นานประมาณ 30 วินาทีถึง 120 วินาทีมีเพียงส่วนน้อยมากที่มีอาการชักนานมากกว่า 5 นาที
3. สาเหตุของโรคลมชักส่วนใหญ่แล้วไม่ได้เป็นตั้งแต่เกิด และไม่ได้ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากอุบัติเหตุที่ศีรษะ การติดเชื้อที่สมอง โรคหลอดเลือดสมองทั้งชนิดสมองขาดเลือดและเลือดออกในเนื้อสมอง ภายหลังผ่าตัดสมองเป็นต้น
4. คนที่เป็นลมชักส่วนใหญ่แล้วมีระดับสติปัญญาเหมือนคนอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นลมชัก สามารถเรียนหนังสือ ทำงาน ทำกิจกรรมต่างๆ ได้สามารถประกอบอาชีพได้ทั้งแพทย์ ทันตแพทย์ วิศวกร แต่ควรหลีกเลี่ยงอาชีพที่ต้องทำงานในที่สูง ทำงานกับเครื่องจักรกล หรือต้องขับรถ
5. ถ้าพบคนที่มีอาการชักแบบเกร็งกระตุกทั้งตัว การช่วยเหลือที่ถูกต้องคือ การจับผู้ป่วยลงนอนกับพื้น ตะแคงศีรษะ ไม่ให้สำลักน้ำลายหรืออาหารที่อยู่ในปาก ป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ ไม่ต้องงัดปาก ไม่ต้องกดปั้มหน้าอก หรือยึดแขนขาไว้ ห้ามป้อนยา หรือนำพริก มะนาวใส่ปากผู้ที่กำลังมีอาการชัก เพราะอาจเกิดอันตรายได้จากการสำลักและติดคอได้
6. ถ้าพบคนที่มีการชักแบบพฤติกรรมผิดปกติ หรือนั่งนิ่งเหม่อลอย ห้ามจับตัวเขย่าหรือเรียกผู้มีอาการผิดปกติด้วยเสียงดังๆ เพียงแค่คอยสังเกตอาการและคอยดูแลไม่ให้เกิดอันตรายก็เพียงพอ
7. เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ กาแฟ เครื่องดื่มบำรุงกำลัง การอดนอน ออกกำลังกายอย่างหนักอาจเป็นตัวกระตุ้นให้มีอาการชักเกิดขึ้นได้ จึงควรหลีกเลี่ยง
8. ผู้ที่มีอาการชักต้องทานยากันชักต่อเนื่องทุกวัน เป็นระยะเวลานานอย่างน้อย 2 ปี ถ้าไม่มีอาการชักเลย แพทย์จะค่อยๆ ลดขนาดยากันชักลงอย่างช้าๆ ห้ามหยุดยากันชักเองโดยเด็ดขาด
9. ผู้หญิงทานยากันชักถ้าตรวจพบว่าตั้งครรภ์ ห้ามหยุดยากันชักเอง เพราะอาจก่อให้เกิดการชักชนิดต่อเนื่องและรุนแรงได้
10. กรณีเจ็บป่วยใดๆ ไม่ควรซื้อยาทานเอง แนะนำให้พบแพทย์และแจ้งให้แพทย์ทราบด้วยว่าเป็นลมชัก ทานยากันชักชนิดใดอยู่ เพื่อที่แพทย์จะได้ให้การรักษาที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงยาที่อาจเสริมฤทธิ์หรือต้านฤทธิ์ได้
โรคลมชักไม่น่ากลัวอย่างที่คิด สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้เหมือนคนอื่นๆ เพียงแต่ต้องระมัดระวังในบางกรณีเท่านั้น ที่สำคัญเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้...ลมชักฉันรักเธอ
รศ.นพ.สมศักดิ์ เทียมเก่า
ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทย์ศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น



