
'จิตแพทย์'แนะเทคนิคซื้อของเล่นยุคไอทีให้ลูก
'จิตแพทย์'แนะเทคนิคซื้อของเล่นยุคไอทีให้ลูก
ปัจจุบันของขวัญที่ลูกๆ เรียกร้องจากพ่อแม่มักจะเป็นประเภทของเล่นไอทีเสียส่วนใหญ่ แต่ด้วยความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี ทำให้ของเล่นประเภทนี้ให้ทั้งผลดีและผลเสีย ดังนั้น ก่อนหาซื้อของขวัญให้ลูกน้อยสักชิ้นจึงควรทำความรู้จักและเรียนรู้ประโยชน์ของเล่นเหล่านั้น
นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย กรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลมนารมย์ แนะนำเทคนิคการเลือกซื้อของเล่นให้แก่เด็กๆ ในโอกาสต่างๆ ว่า การให้ของขวัญเด็กเป็นเรื่องที่ดี เป็นการสร้างกำลังใจให้เด็ก แต่ก่อนซื้อพ่อแม่ต้องคำนึงถึงหลัก 3 ป. ได้แก่ ปลอดภัย ประโยชน์ และประหยัด คือ ความปลอดภัยต้องมาก่อนแต่ต้องมีประโยชน์ ก่อให้เกิดการพัฒนาการของเรื่องสติปัญญาหรือร่างกายให้แข็งแรง ประการสุดท้ายควรจะต้องประหยัด ราคาต้องไม่แพงเกินไป ขณะเดียวกัน ก็เป็นการสอนให้เด็กรู้จักคุณค่าของเงิน
“ทุกวันนี้ของเล่นส่วนใหญ่ จะอิงกับเรื่องไอที เมื่อเด็กได้เล่นได้สัมผัสต่อเนื่องเป็นเวลานาน สิ่งที่กระทบ คือเรื่องของเวลา วินัย และความมีน้ำใจ บางอย่างอาจเป็นเกมที่ใช้ความรุนแรง เล่นนานๆ จะส่งผลต่ออารมณ์เด็กให้เกิดความรู้สึกชาชินต่อการใช้ความรุนแรง ขาดความอ่อนโยน เมตตา สงสารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งพ่อแม่ก็จำเป็นต้องช่วยดูแลด้วย เพราะบางทีพ่อแม่อาจจะคิดว่าที่ลูกเล่นของเล่นเป็นเรื่องที่ดี เพราะจะได้ไม่ต้องมายุ่งวุ่นวาย พ่อแม่จะได้ไม่ต้องเหนื่อย แต่จริงๆ แล้วเรื่องพวกนี้อาจจะส่งผลกระทบได้มากกว่าการนั่งดูแต่ทีวีเสียอีก เพราะจะไม่รู้ว่าลูกคุยกับใครบ้าง ใครมาสอนอะไรให้ลูกเราบ้าง ลูกซึมซับอะไรเข้าไปในจิตใจบ้าง” จิตแพทย์ ให้ข้อมูลถึงผลที่อาจจะตามมาจากเครื่องเล่นไอที
นพ.ไกรสิทธิ์ ยังกล่าวอีกว่า สิ่งที่เด็กยุคนี้ขาด คือการเล่นเป็นกลุ่มเป็นหมู่ เพราะว่าสมัยนี้เด็กเล่นบ้านใครบ้านมัน เครื่องใครเครื่องมัน ทำให้ขาดทักษะทางสังคม แต่ถ้าหากเด็กได้เล่นกันเป็นกลุ่มจะมีประโยชน์หลายๆ อย่าง เช่น สอนให้รู้จักอดทน รอคอย มีน้ำใจช่วยเหลือกัน มีโอกาสรู้จักเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึกผู้อื่น
เหนืออื่นใด เพื่อสร้างเกราะคุ้มกันภัยที่แฝงมากับของเล่นยุคไอที จิตแพทย์ แนะนำว่า ถ้าเป็นไปได้พ่อแม่ควรเลือกซื้อของเล่นประเภทที่สามารถเล่นได้หลายคน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นของเล่นไฮเทค ราคาแพง แต่ควรเน้นให้เด็กได้เล่นด้วยกันเป็นกลุ่มๆ เป็นทีม เพื่อให้เขาได้เรียนรู้ทักษะทางสังคม ฝึกให้รู้จักการรอคอย รู้แพ้ รู้ชนะ มีวินัย มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รู้จักการให้กำลังใจกัน รู้จักแบ่งปัน เอาใจใส่อารมณ์ ความรู้สึกของคนรอบข้าง สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างพื้นฐานชีวิตให้เด็กเติบโตอย่างมั่นคงและแข็งแรง เป็นคนที่มีความเอื้ออาทร สามารถเข้ากับผู้อื่นในสังคมได้ไม่ยาก ไม่มีปัญหา
สำหรับผู้ปกครองหรือพ่อแม่ ที่ต้องการหาความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาสุขภาพจิตที่ดีให้ลูกในช่วงวัยต่างๆ สามารถสืบค้นหรืออ่านบทความต่างๆ จากเว็บไซต์ของโรงพยาบาลมนารมย์ www.manarom.com หรือ



