
รู้ก่อนสาย...ภัยร้ายจากมะเร็งลำไส้ใหญ่
24 มี.ค. 2558
ดูแลสุขภาพ : รู้ก่อนสาย...ภัยร้ายจากมะเร็งลำไส้ใหญ่
มะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นมะเร็งที่สามารถคัดกรองและเฝ้าระวังได้แต่พบว่าจำนวนผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ในประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้น และยังพบว่ามีรายงานผู้ป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่รายใหม่มีช่วงอายุเริ่มต้นเพียง 30-40 ปีเท่านั้น อยากให้คนไทยตระหนักถึงการดูแลและสังเกตอาการผิดปกติที่อาจจะเกี่ยวกับมะเร็งลำไส้ใหญ่รวมไปถึงคำแนะนำในการใช้ชีวิตประจำวันและพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความเสี่ยง
อย่าคิด...แค่ริดสีดวง
บางคนเป็นริดสีดวง เวลาถ่ายออกมามีเลือดปนกับอุจจาระ แล้วก็คิดอยู่อย่างนั้นก็ฉันเป็นริดสีดวง ท้องมันผูกเลือดมันก็เลยออกเป็นเรื่องธรรมดา แต่เคยสงสัยไหมว่าเลือดที่มันออกมากับอุจจาระนั้น มาจากริดสีดวงจริงๆ ไม่ได้เกี่ยวกับลำไส้ใหญ่ เคยพบคนไข้ที่มีอาการริดสีดวงอย่างที่ว่ามานี้ แต่โชคดีที่คนไข้คนนี้ใส่ใจไม่ปล่อยทิ้งไว้ รีบมาปรึกษาหมอ หลังจากที่ซักประวัติและตรวจคนไข้อย่างละเอียดแล้ว หมอสงสัยว่าเลือดที่ออกมานี้ไม่น่าจะใช่ริดสีดวง หมอจึงแนะนำให้ทำการส่องกล้อง ผลปรากฏว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่จริงๆ ซึ่งคนไข้คนนี้เป็นผู้หญิงอายุแค่ 30 ต้นๆ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นอย่าคิดแค่ว่าเป็นริดสีดวงแล้วปล่อยทิ้งไว้
ท้องผูกเป็นนิจ
หมอบอกว่าเคสนี้หนักหนาเอาการอยู่ เพราะคนไข้อายุมาก 70 กว่าปีแล้ว มาพบหมอเพราะถ่ายไม่ออก คนไข้บอกว่าเป็นคนท้องผูก กินยาระบายมาตลอด ชีวิตก็อยู่รอดปลอดภัยดีไม่เห็นจะมีอะไรเลย ไม่เคยต้องตรวจสุขภาพ แต่พอมาถึงวันนี้ถ่ายไม่ออก คราวนี้ไม่ต้องรีรอหมอจับส่องกล้องทันที ปรากฏว่าที่ถ่ายไม่ออก เพราะก้อนมะเร็งมันโตไปอุดตันที่ลำไส้ใหญ่ จนอุจจาระไม่มีทางไปได้จึงทำให้อุจจาระไม่ออกนั่นเอง เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยปละละเลยกับการดูแลตัวเอง หากลักษณะการขับถ่ายมีการเปลี่ยนแปลงไป ถ่ายยากขึ้น เบ่งลำบาก เบ่งไม่ออก ปวดท้องตอนเบ่ง แบบนี้ควรรีบมาปรึกษาหมอ
พฤติกรรม หรือพันธุกรรมเสี่ยงกว่ากัน
ตามสถิติบอกว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่ถ้าบ้านไหนมีคนที่เป็น คนในบ้านนั้นจะมีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป 1.2 เท่าพันธุกรรมก็มีส่วน แต่พฤติกรรมการรับประทานอาหาร และขับถ่ายของครอบครัวต่างหาก คือสิ่งสำคัญที่ต้องระวัง เพราะอยู่บ้านเดียวกัน กินอาหารเหมือนกัน ใช้ชีวิตประจำวันคล้ายๆ กัน เช่น ถ้าบ้านไหนพ่อแม่ไม่ชอบกินผักลูกก็มักจะเป็นเด็กที่ไม่กินผัก เวลาขับถ่ายก็มีอาการท้องผูก เป็นแบบนี้กันทั้งบ้าน หรือบ้านไหนชอบรับประทานอาหารปิ้งย่าง ซึ่งทราบกันดีอยู่ว่ามีสารก่อมะเร็ง ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้มากขึ้น ดังนั้นพฤติกรรมการกินการขับถ่าย และการใช้ชีวิตประจำวันของครอบครัว ทุกคนต้องช่วยกันดูแล
ค่า CEA ปกติ คุณจะไม่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่จริงหรือ?
CEA หรือชื่อเต็มว่า CarcinoembryonicAntigen ซึ่งค่านี้จะได้มาจากการตรวจเลือด เป็นสารบ่งชี้มะเร็ง (tumormarker) ชนิดหนึ่ง ที่เป็นที่ยอมรับในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ มักพบระดับ CEA สูงมากผิดปกติ และบ่อยกว่ามะเร็งชนิดอื่นๆ แต่เนื่องจาก CEA ไม่ได้จำเพาะกับโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เพียงโรคเดียวยังใช้บ่งชี้ในมะเร็งหรือภาวะอื่นที่ไม่ใช่มะเร็งในอวัยวะอื่นๆ ได้อีก เช่น มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม หรือการอักเสบของกระเพาะอาหาร ปอด หรือตับ เป็นต้น ผู้ที่สูบบุหรี่จัดจะพบค่า CEA ผิดปกติได้ ถ้ายังไม่มีอาการบ่งชี้ใดๆ หมออาจจะแนะนำให้งดสูบบุหรี่ แล้วกลับมาตรวจซํ้าอีกครั้งแต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ CEA ผิดปกติ ร่วมกับมีอาการ และอายุ 50 ปีขึ้นไป หมอบอกว่าต้องรีบตรวจเพิ่มเติม และส่องกล้องเพื่อค้นหาโรค คนไข้บางรายมาตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี มีค่า CEA ปกติ แต่ลืมไปว่าการใช้ชีวิตของเขานั้นไม่ปกติ เช่น ชอบกินอาหารปิ้งย่าง และดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่จัด และมีการขับถ่ายเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ว่าจะท้องผูก หรือท้องเสียถึงแม้จะมีค่า CEA ปกติ ก็ควรตรวจเพิ่มเติม อย่านิ่งนอนใจ หมอแนะนำอาการที่ต้องสังเกต Alarming Symptom ไว้ดังนี้
1.ปวดท้องเรื้อรัง
2.เบื่ออาหารนํ้าหนักลด มากกว่า 10% จากนํ้าหนักเดิมในรอบ 1 ปี หรือ 5% ใน 3 เดือน
3.มีภาวะเลือดจาง
4.อาเจียน หรือถ่ายเป็นเลือด
5.คลำก้อนได้ในท้อง
6.มีดีซ่าน
7.มีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ
หรือถึงแม้จะไม่มีอาการดังกล่าว หากอายุมากกว่า 50 ปี ก็ควรได้รับการตรวจค้นหามะเร็งโดยการส่องกล้อง
สุดท้ายขอฝากไว้ด้วยว่า “เราโชคดีเหลือเกินที่มีการส่องกล้องจะมีมะเร็งชนิดไหนที่สามารถเฝ้าระวังตรวจวินิจฉัย และรักษาได้ในคราวเดียวกัน ถ้าใครคิดว่ามีอาการและข้อบ่งชี้ว่าสมควรได้ตรวจ แพทย์ก็จะแนะนำให้ตรวจ อย่าลังเลที่จะทำการตรวจรักษา เพราะถ้าส่องกล้องแล้วพบติ่งเนื้อก็สามารถตัดออกได้เลยก่อนที่จะกลายไปเป็นมะเร็ง และที่สำคัญอย่าลืมสังเกตพฤติกรรมการกิน การอยู่ การขับถ่ายการใช้ชีวิตของตัวเองให้ดี เพราะมันจะเป็นตัวช่วยสำคัญให้กับคุณ ในการช่วยหมอหาสาเหตุและอาการของโรคได้และหากใครมีอาการเหล่านี้ควรจะต้องรีบมาปรึกษาหมอได้เลย”
พญ.สุภา เกี่ยวศรีกุล
อายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
สาขาโรคทางเดินอาหารและโรคตับ



