ไลฟ์สไตล์

คะแนน'โอเน็ต'สะท้อนคุณภาพผู้เรียน

คะแนน'โอเน็ต'สะท้อนคุณภาพผู้เรียน

23 มี.ค. 2558

คะแนน'โอเน็ต'สะท้อนคุณภาพผู้เรียน สทศ.แนะโรงเรียนปรับการสอน เน้นคิดวิเคราะห์

            หลังจากสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทศ. ประกาศผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ประจำปีการศึกษา 2557 ทั้งในระดับประถมศึกษาปีที่ 6 โดยภาพรวมของคะแนนเฉลี่ยยังคาบเส้น แต่ก็ไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา ส่วนวิชาที่นักเรียนทำคะแนนได้ดีขึ้น คือ วิชาสังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ และวิทยาศาสตร์ วิชาที่คะแนนต่ำลง คือ คณิตศาสตร์ ศิลปะและการงานพื้นฐานอาชีพฯ ส่วนภาษาไทยคะแนนคงที่ สำหรับนักเรียนทำคะแนนต่ำสุดได้ 0 ทุกวิชานั้น ภาพรวมแต่ละรายวิชามีคะแนน 0 ไม่มาก คิดเป็น 0.001% ของจำนวนนักเรียนที่เข้าสอบทั้งหมด 7 แสนกว่าคน

            ขณะที่ผลคะแนนโอเน็ตระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนที่ทำคะแนนเต็มสูงสุด มีแค่วิชาเดียวเท่านั้น ส่วนภาพรวมคะแนนเฉลี่ยมีเกินครึ่งเพียงวิชาเดียว คือ วิชาสุขศึกษา ส่วนวิชาอื่นๆ ไม่เกินครึ่ง และล่าสุดก็มาถึงคราวคะแนนโอเน็ต ม.6 พบว่าคะแนนเฉลี่ย และล่าสุดระดับ ม.6 ซึ่ง สทศ.ได้ทำวิเคราะห์ค่าสถิติ จำแนกตามวิชา ดังนี้ วิชาภาษาไทย คะแนนเต็ม 100 เฉลี่ย 50.76 สูงสุด 95.00 ต่ำสุด 0 สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม คะแนนเต็ม 100 เฉลี่ย 36.53 สูงสุด 81.00 ต่ำสุด 0 ภาษาอังกฤษ คะแนนเต็ม 100 เฉลี่ย 23.44 สูงสุด 99.00 ต่ำสุด 1.00 คณิตศาสตร์ คะแนนเต็ม 100 เฉลี่ย 21.74 สูงสุด 100 ต่ำสุด 0 วิทยาศาสตร์ คะแนนเต็ม 100 เฉลี่ย 32.54 สูงสุด 93.00 ต่ำสุด 0 สุขศึกษา คะแนนเต็ม 100 เฉลี่ย 51.94 สูงสุด 92.50 ต่ำสุด 2.50 ศิลปะ คะแนนเต็ม 100 เฉลี่ย 34.64 สูงสุด 79.00 ต่ำสุด 0 และการงานพื้นฐานอาชีพและเทคโนโลยี คะแนนเต็ม 100 เฉลี่ย 49.01 สูงสุด 88.00 ต่ำสุด 0

            โดยภาพรวมผลสอบโอเน็ต ม.6 ครั้งนี้ มีนักเรียนเข้าสอบประมาณ 4.3 แสนคน ส่วนใหญ่มีคะแนนเฉลี่ยสูงขึ้นจากปีการศึกษา 2556 วิชาที่คะแนนเฉลี่ยสูงขึ้น เมื่อเทียบกับคะแนนเฉลี่ยของปีที่ผ่านมา จำนวน 5 วิชา ได้แก่ ภาษาไทย สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ ส่วนวิชาที่คะแนนเฉลี่ยลดลง เมื่อเทียบกับคะแนนเฉลี่ยของปีที่ผ่านมา จำนวน 2 วิชา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ สุขศึกษาและพลศึกษา ส่วนวิชาที่คะแนนเฉลี่ยคงที่ เมื่อเทียบกับคะแนนเฉลี่ยของปีที่ผ่านมา จำนวน 1 วิชา ได้แก่ วิชาการงานพื้นฐานอาชีพและเทคโนโลยี โดยมี คณิตศาสตร์ วิชาเดียวที่นักเรียนทำคะแนนได้ 100 คะแนนเต็ม จำนวน 305 คน ส่วนวิชาอื่นไม่มีนักเรียนทำได้เต็ม 100

            รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการ สทศ. กล่าวว่า ในส่วนของการสอบ ป.6 และ ม.3 "ผลสอบในภาพรวม คะแนนไม่ค่อยต่างจากปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีคะแนนดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ในส่วนของ ม.6 ยอมรับว่าข้อสอบของ สทศ.ค่อนข้างยาก เน้นการคิด วิเคราะห์และนำไปใช้ ดังนั้นโรงเรียนควรปรับกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้นักเรียนใช้ทักษะกระบวนการคิดมากขึ้น ขณะที่วิชาสุขศึกษาฯ ศิลปะ และการงานพื้นฐานอาชีพฯ ที่คะแนนค่อนข้างต่ำ อาจเป็นเพราะนักเรียนไปทุ่มเทกับ 5 วิชาหลัก เพราะต้องนำไปใช้ในการเข้ามหาวิทยาลัย มากกว่า 3 วิชาดังกล่าว

            อย่างไรก็ตาม นักเรียนระดับชั้น ม.6 สามารถยื่นคำร้องขอดูกระดาษคำตอบด้วยตนเอง หรือมอบผู้แทน ตั้งแต่วันที่ 21-23 มีนาคม เวลา 09.00-16.00 น. ณ อาคารพญาไท พลาซ่า โดยยื่นสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีที่มอบให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคำร้องแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ของนักเรียนผู้สอบ และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นคำร้องแทน ดูกระดาษคำตอบ วันที่ 2 เมษายน เวลา 09.00-16.00 น. หากไม่มาตามวัน เวลา และสถานที่ที่นัดหมายถือว่าสละสิทธิ์

            ด้าน นพ.ธรรมศักดิ์ เอื้ออภิธร ผู้จัดการทั่วไปโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษเอ็นคอนเส็ปท์ เสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาทางการศึกษา ว่า ที่ผ่านมามีปรากฏการณ์ทางการศึกษาเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคะแนน ซึ่งส่วนใหญ่จะเห็นได้ว่า แม้การศึกษาไทยจะได้รับงบประมาณมากมาย แต่ก็ยังไม่สามารถทำให้เด็กไทยประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ได้ ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษามีเด็กเก่งกระจุก โง่กระจาย ซึ่งสาเหตุหลักน่าจะมาจากระบบการศึกษาไทยตามไม่ทันระบบอื่นๆ ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นระบบเทคโนโลยี เศรษฐกิจ การเมือง

            “ถึงเวลาแล้วที่ระบบการศึกษาไทยต้องปรับตัวให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ต้องศึกษาและนำข้อดีของระบบการศึกษาระดับโลกและเทคโนโลยี นวัตกรรมทางการศึกษาระดับโลกมาใช้ ขณะเดียวกันต้องพัฒนาเด็กไทยให้มีศักยภาพถึงขีดสูงสุด ปฏิรูปจากวิธีการคิด ให้เด็กไทยรู้จักคิด วางแผน กล้าที่จะฝัน มีเป้าหมายให้แก่ชีวิต เด็กไทยต้องแกร่งกล้ารับผิดชอบกับความฝันของตนเอง โดยจะใช้พลังความรักจากพ่อแม่ ตัวเด็กเอง และสังคมในการผลักดัน เพราะตอนนี้เด็กไทยส่วนใหญ่จะไม่กล้าที่จะฝัน หรือพ่อแม่ฝันแทนลูก เมื่อความฝันไม่ได้เกิดจากตัวเด็กเองก็ทำให้ขาดความมุ่งมั่นตั้งใจในการเดินตามความฝันและทำให้ขาดเป้าหมายในการชีวิต” นพ.ธรรมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย