
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : เพียงไม้มะหาดต้นหนึ่ง
22 มี.ค. 2558
ศิลป์แห่งแผ่นดิน : เพียงไม้มะหาดต้นหนึ่ง : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
หากถามว่าผมรู้สึกอย่างไร กรณีที่ไม้มะหาดรุ่นคุณปู่ของปู่ต้นหนึ่ง ถูกคนรุ่นหลานรุ่นเหลนกลุ่มหนึ่งสมคบคิดด้วยหลักการและเหตุผลบวกเจตนาอันดี ตัดโค่นลงเพื่อนำมาสร้างสรรค์งานประติมากรรมล้ำเลอค่า ลึกล้ำประมาณว่าหากผู้ใดไม่เห็นงาม ก็อาจถูกบุคคลระดับปรมาจารย์หมิ่นแคลนเอาว่าไม่มีรสนิยมทางศิลปะ แถมชาวบ้านชาวช่องอยู่ดีๆ พลอยโดนดูถูกไปด้วยว่าประเทศชาตินี้ช่างอนารยะเสียจริง ศิลปะ สุนทรียศาสตร์ ไม่ทัดเทียมฝรั่งมังค่าอารยะประเทศ
ผมเองก็เผลอพลอยรู้สึกต่ำต้อยไปด้วยว่าเสียแรงเรียนมาทางศิลปะโดยตรงจากสถาบันอันเลื่องชื่อ ดูหรือ กลับไม่รู้รสศิลปะ ประหนึ่งทัพพีห่อนรู้รสแกง
แต่ว่าผมบังเอิญได้ดูข่าวต่างประเทศข่าวหนึ่งทางโทรทัศน์ช่องหนึ่งพอดี
หนุ่มคนหนึ่งคงรู้สึกหมั่นไส้พวกมีรสนิยมทางศิลปะสูง จึงคิดการสนุกๆ ขึ้นมาการณ์หนึ่ง คือนำภาพเขียนชิ้นหนึ่งซึ่งซื้อมาจากข้างถนนในราคาไม่กี่ดอลลาร์ นำไปติดตั้งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะชั้นนำของเมือง แล้วพรรณนาคุณค่าทางศิลปะของภาพให้บรรดาเสพศิลปะที่เข้ามาชมว่า นี่คือผลงานของจิตรกรชั้นนำผู้หนึ่ง ตลอดทั้งวันมีผู้คนมาชื่นชมภาพเขียนนี้มากมาย ผู้มีรสนิยมนักสะสมงานศิลปะหลายคนพากันมาแสดงทัศนะ ประเมินคุณค่างานชิ้นนี้ว่ามีมูลค่าหลายสิบล้าน มีผู้ลึกซึ้งสุนทรียศาสตร์ท่านหนึ่งบอกว่า หากมีเงินเขายินดีจ่ายถึง 90 ล้านบาท เพื่อครอบครองผลงานยอดเยี่ยมชิ้นนี้
แต่ครั้นหนุ่มเจ้าของสถานการณ์ทดสอบนี้เฉลยว่า ภาพนี้ซื้อมาในราคาไม่กี่เหรียญ (ประมาณ 500บาท) ผู้มีรสนิยมก็มีอันหน้าแตก สุนทรียสูงสุดกลับคืนสู่สามัญ ดูข่าวนี้แล้วผมก็เลยไม่อยากเชื่อเรื่องที่ว่าฝรั่งมีรสนิยมทางศิลปะสูงกว่าคนไทย
หากใครไปเที่ยว จ.กระบี่ คงได้ชมประติมากรรมที่ “ตายเพื่อเกิดใหม่” ชิ้น(ชุด)นี้ ด้วยความรู้สึกกลางๆ ปล่อยความคิดและวางความรู้ ไม่สนใจเสียงหมิ่นแคลนว่าไร้รสนิยม จะนิยมไม่นิยม ไม่น่าจะเป็นปัญหา จะยินดีหรือไม่ยินดี ก็คงต้องเป็นไป
แต่ผมขอแก้ต่างให้ชาวบ้านหน่อยว่า มนุษย์ทุกคนมีหัวจิตหัวใจ มีความรู้สึกสัมผัสได้ถึงความดี ความงาม ไม่เช่นนั้น ชาวบ้านเราจะสร้างโบสถ์วิหาร สร้างพระปฏิมางดงาม ปั้นหม้อ ทอผ้า แกะสลัก จักสาน เย็บปัก ร้องเล่น เต้นรำ ร้อยกรอง ร้องกลอน กันมาอย่างไร คนไทยมันไร้รสนิยมอย่างนั้นรึ
เอาความรู้ชุดหนึ่ง มาตัดสินคนอื่น ก็ถูก แต่ไม่ใช่
สำหรับผมการได้อยู่ใต้ร่มเงาต้นไม้ต้นหนึ่ง สามารถรับรู้ได้ถึงความร่ม รื่นร่ม เย็นสุขสงบโดยไม่ต้องใช้ความรู้อะไรเลย ต้นไม้ต้นหนึ่งหยั่งรากหยัดยืนอยู่ที่ใดที่หนึ่งไม่เคยเคลื่อนที่ไปไหนแต่ต้นไม้ก็ยังประโยชน์แก่โลก แต่ครั้นต้นไม้ถูกตัดนำมาสร้างงานศิลปะไฉนจึงตัดรอนมนุษย์เสียเล่า
จากต้นไม้พอกลายเป็นงานศิลปะ แหมกลับดูถูกกันเสียได้
เหตุผลที่ว่า ต้นมะหาด ต้นนั้นอยู่บนที่ดินส่วนบุคคลที่มีเอกสารสิทธินั้นถูกต้องแล้ว
แต่หากจะว่าต้นมะหาดต้นนี้ ก็อยู่บนผืนดินนี้มาก่อนจะมีเอกสารสิทธิก็ถูกอีก แต่ถึงแม้ต้นไม้ต้นไหนจะอยู่ในเขตป่าสงวนก็ตาม ก็มีแต่จะต้องถูกคุกคามตัดโค่น ดังที่รู้เห็นกันอยู่ว่าผืนป่าทั่วโลกอยู่ในภาวะวิกฤติเพียงใด ไม่มีกฎหมายใดคุ้มครองได้นอกจากจิตของมนุษย์เอง ว่าเข้าใจความรักหรือเปล่า
แท้จริงแล้วมนุษย์รักต้นไม้จะตาย คนอยู่ในเมืองยังต้องขวนขวายหาต้นไม้มาปลูก คนอยู่ตึกยังอุตส่าห์หาไม้กระถางมาตั้งมาแขวน บ้านจัดสรรยังต้องหาขุดย้ายไม้ใหญ่มาปลูก
สำหรับผม ต้นไม้ต้นหนึ่งนั้นดี จริง งามกว่าศิลปะ มนุษย์สร้างศิลปะ แต่ธรรมชาติสร้างมนุษย์ จะว่าไปก็ไม่มีอะไรจะพูดมากนัก ต้นมะหาดต้นนั่นก็เพียงต้นไม้ต้นหนึ่ง ประติมากรรมชิ้นหนึ่งก็แค่งานศิลปะที่มนุษย์สร้างขึ้นอีกชิ้นหนึ่ง ศิลปินก็เพียงมนุษย์คนหนึ่ง ตัวมอดตัวแมงก็สามารถเจาะไม้เป็นรูๆ ได้
เพียงแต่มันไม่มีความรู้เท่านั้นเอง มีเพียงมนุษย์เท่านั้นที่มีความรู้ สัตว์เดรัจฉานไม่มีความรู้
แต่มนุษย์ก็เป็นสัตว์ชนิดเดียวที่มี "ความไม่รู้"
ทุกสิ่งในโลกนี้ไม่พ้นจะต้องถูกมนุษย์ทำลายสังเวยความรู้และความไม่รู้ต่อไป อาลัยอาวรณ์อะไรกับปู่ทวดมะหาดต้นเดียว เดี๋ยวพอผู้รู้ให้ความรู้แก่ผู้ไม่รู้เข้า ผู้คนก็จะพากันแห่ไปดูประติมากรรมไม้เจาะรูชิ้นนี้กัน ดูไปดูมาก็จะค่อยๆ เห็นงามไปเอง มนุษย์เรียนรู้ "ความรู้" ได้ไม่ยากหรอก ห่วงก็แต่ "ความไม่รู้" น่ะแหละ
เพียงไม้มะหาดต้นหนึ่ง ผมก็บ่นพล่ามไป ใครอย่าได้ขุ่นข้องเคืองใจ ถ้อยคำของผมมิได้สมบูรณ์ อย่าติดกับดักถ้อยคำ ตั้งใจฟังเสียงธรรมชาติเถิด



