ไลฟ์สไตล์

ละมุนละไม รสอเมริกันในสวนวังดินสอ

ละมุนละไม รสอเมริกันในสวนวังดินสอ

22 มี.ค. 2558

ชวนชิม : ละมุนละไม รสอเมริกันในสวนวังดินสอ

 
                           เพราะธรรมชาติสามารถลดความตึงเครียดในป่าปูนได้เสมอ กระแสการหาโอกาสหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่สีเขียวในระยะเวลาสั้นๆ ต่อวัน ผ่านการนั่งมองต้นไม้ริมร้านกาแฟเล็กๆ หรือเดินเล่นในสวนสาธารณะใกล้บ้านเพื่อบรรเทาสายตา จึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ  มุมหนึ่งที่เราจะนำเสนอในวันนี้อยู่ย่านถนนเอกมัยถูกตึกที่พักอาศัยและสำนักงานบดบังจนเกือบมิดสายตา แต่ถ้าเดินผ่านมาบริเวณซอยสุขุมวิท 59 และ 61 และเลี้ยวเข้าตามป้ายขาวสะอาดตาของ "เดอะ การ์เด้นส์ อ๊อฟ ดินสอ พาเลซ”  ก็จะเจอมุมสีเขียวของสนามหญ้ากว้าง แปลงดอกไม้ ล้อมรอบอาคารวังดินสอถาปัตยกรรมเก่าสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นอีกบรรยากาศไม่คุ้นตาถ้าเพิ่งเดินทางมาจากถนนใหญ่ แต่ก็หลงมนต์อยู่พักร้อน พักฟังเสียงวุ่นวายได้นานกว่าที่ไหนๆ  
 
                           เดอะ การ์เดนส์ อ๊อฟ ดินสอ พาเลซ ตั้งอยู่บนพื้นที่ของวังดินสอเดิม ซึ่งที่ดิน 1.5 ไร่นี้เป็นผืนดินที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) พระราชทานให้เพื่อเป็นโฉนดในปี ค.ศ.1904 ซึ่งต่อมาประมาณปี ค.ศ. 1930 ได้ถูกสร้างเป็นที่ประทับของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารำไพประภา พระธิดาในสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยูหัว โดยทายาทของพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้ารำไพประภา ได้สงวนลักษณะบ้านและพื้นที่ส่วนเดิมเอาไว้เพื่อเป็นที่รำลึกถึงสมัยเมื่อยังเป็นกรุงสยามเดิม ปัจจุบันวัง 2 ชั้นหลังงามได้ถูกเนรมิตเป็นร้านอาหาร บาร์ และร้านกาแฟ โดยแบ่ง 4 โซนนั่งสบาย รวม 300 ที่นั่ง ประกอบด้วยโชน “การ์เด้นส์ เบเกอรี่ แอนด์ คาเฟ่” ให้ลิ้มลองทั้งเค้ก ขนมอบ และเครื่องดื่มหลากหลายในบรรยากาศแสนสบาย ส่วนห้องรับประทานอาหารเดิมถูกดัดแปลงเป็นโซน “การ์เด้นส์ ไดนิ่ง” ห้องแอร์เย็นฉ่ำตกแต่งสไตล์โมเดิร์นโอบล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียวที่วิ่งเล่นของกระต่ายปุกปุยและนกยูงรำแพน ส่วนโซนชั้นสอง หรือ “การ์เด้นส์ ไพรเวท” เป็นห้องรับประทานอาหารส่วนตัวสำหรับงานเลี้ยง และโซนในสวนสีเขียวสบายตา “การ์เด้นส์ อ๊อฟ อีเดน” สามารถนั่งเล่นฟังเสียงลมและดื่มด่ำกับธรรมชาติพร้อมสัตว์เลี้ยงสุดรักได้ตลอดทั้งวัน วัตถุดิบบางส่วนในร้านได้มาจากสวนผักไฮโดรโปรนิกส์ปลอดสารพิษที่ เชฟออทัม แม็คทาการ์ท เจ้าของรางวัลเชฟกะทะเหล็กเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมานำมาปลูกเป็นความสุขของคนทำอาหารที่จะได้หยิบวัตถุดิบดีๆ มาปรุงรสกันทุกวัน ผลพลอยได้คือความอร่อยพร้อมสุขภาพดีของผู้บริโภค โดยเชฟสาวจากเมืองซีแอตเทิลได้รังสรรค์อาหารอเมริกันสไตล์โมเดิร์นที่มีกลิ่นอายฝรั่งเศสที่แปลกใหม่ โดยใช้วัตถุดิบไทยๆ ออกมาเป็นเมนูสากลที่คุ้นลิ้น และราคาไม่หนักเกินไปสำหรับกลุ่มคนทำงาน แม่บ้าน และครอบครัวใหญ่่ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่แวะมาฝากท้องกันเป็นประจำ 
 
                           เมื่อได้ที่นั่งในมุมสงบมองเห็นสนามหน้าและนกยูงขาวแวะเวียนมาเล่นที่หน้ากระจกอย่างเป็นมิตรสักพัก เมนูแนะนำก็พร้อมมาให้ลิ้มลอง ทั้ง ขาเป็ดอบเสิร์ฟพร้อมวาฟเฟิลกรอบ ก่อนลิ้มรสต้องราดเมเบิ้ลไซรับชนิดหวานน้อยลงไปคล้ายขนมหวาน แต่กลับเข้ากับเนื้อเป็ดได้ดีเยี่ยม เนื้อเป็ดนุ่มหนากััดเคี้ยวไปพร้อมกับแป้งวาฟเฟิลเนื้อในบางๆ ให้เนื้อสัมผัสทั้งหมดดูไม่หนักเกินไปนักเพราะรสนุ่มอมหวานถูกใจทุกคนที่มาร่วมโต๊ะเลยทำให้จานนี้หมดเกลี้ยงไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมี พาสต้าซีฟู้ด ซอสจากมะเขือเทศปรุ่งให้กลมกล่อมคลุกมาพอทั่วเส้นแองเจิ้ลแฮร์นุ่มลื่นรสเผ็ดพริกไทยอ่อนๆ หอมเครื่องเทศที่เชฟใส่กลบกลิ่นของทะเลอย่างกุ้ง หอยแมลงภู่ตัวใหญ่ ปลาหมึก และปลาในจานได้อยู่หมัด      
 
                           มาถึงจานหนักที่รอคอยเพราะเห็นรูปในเมนูแล้วต้องน้ำลายสออย่าง เอสเพรสโซ่ บาร์บิคิว พ็อก ริบ ซี่โครงหมูชิ้นโต เนื่อยุ่ยนุ่มหั่นออกง่ายดายเข้ากับซอสบาร์บิคิวรสเผ็ดหวานนิดๆ  จะทานเปล่าๆ หรือตักพร้อมมันฝรั่งทอดสักหน่อยก็ลงตัวไม่มีเลี่ยน ยังไม่จุใจจุท้องก็ยังมีขาแกะกริลล์ กลิ่นหอมนุ่มปรุงมาแบบมีเดียมมีเนื้อแดงติดเล็กน้อยให้ตักทานกันอิ่มหมีพีมันเป็นสวรรค์ของคนรักการทานเนื้อสัตว์ชั้นเลิศ ยังไม่ลืมแกล้มด้วยการ์เด้นส์สลัดจากผัดสดๆ ของร้านจะช่วยให้อิ่มแบบสบายท้องจากใยอาหารและได้ประโยชน์ครบถ้วน  
 
                           พักท้องทานน้ำฟรอเซนต์ มิ้นท์ เลมอนเนด รสเปรี้ยวฉ่ำใจเย็นๆ ส่วนอีกหลายคนก็กำลังติดใจกับน้ำสตรอเบอร์รี่โคโรด้าเพราะหอมน้ำมะพร้าวผสมกับเบอร์รี่ได้ลงตัว พร้อมนั่งหยอกเย้ากันสัตว์เลี้ยงของร้านไปเพลินๆ ของหวานซิกเนเจอร์อย่าง  นิวยอร์ก ชีสเค้ก ซอสโหระพา ก็มาเสิร์ฟ ขอบอกว่าเนื้อเค้กแน่นและฉ่ำชีสจนคนรักความละมุนนุ่มเค้กต้องยกใจให้ ส่วนซอสโหระพาสีเขียวอ่อนที่ปาดมาด้วยนั้นเป็นรสหวานหอมอ่อนๆ เท่านั้นไม่ทำลายรสชีสแค้กแต่อย่างใด เป็นอันจบมื้อใหญ่ด้วยของหวานที่ทำให้ยิ้มอร่อยกันแก้มปริ 
 
                           ไม่ว่าจะมาทานแบบหนักท้องหรือนั่งพักตาเบาๆ ก็เดินทางมาง่ายๆ ระหว่างซอยสุขุมวิท 59 และ 61 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส เอกมัย 300 เมตรเท่านั้น  ร้านเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 08.00 น. สำหรับเมนูอาหารเช้าในการ์เด้นส์ คาเฟ่ และเปิด 11.30-24.00 น. สำหรับเมนูอาหารเที่ยงและอาหารค่ำ (ปิดทุกวันจันทร์)