
เสียดาย...วัดกัลยาณมิตร
22 มี.ค. 2558
จุดหมาย ... รายทาง : เสียดาย...วัดกัลยาณมิตร
เสียดาย !! เมื่อได้ข่าวการทุบอาคารต่างๆ ในวัดกัลยาณมิตร ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานทั้งวัด เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2492
วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร หรือที่เรียกกันว่า วัดกัลยาณ์ ตั้งอยู่ริมน้ำเจ้าพระยา ปากคลองบางกอกใหญ่ฝั่งใต้ เป็นวัดที่สวยงามโดดเด่น มีเอกลักษณ์ผสมผสานระหว่างไทย-จีน สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โดยเจ้าพระยานิกรบดินทร (เจ้าสัวโต ต้นสกุลกัลยาณมิตร) ว่าที่สมุหนายก ชื่อจีนว่า เต๋า แซ่อึ้ง เมื่อครั้งยังเป็นพระยาราชสุภาวดี เจ้ากรมพระสุรัสวดีกลาง (ชื่อกรมในสมัยนั้น มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทำบัญชีไพร่พลและการเกณฑ์ชายฉกรรจ์เข้ามาฝึกอาวุธและวิชาการรบ เพื่อเป็นกำลังสำรองเวลาบ้านเมืองมีศึกสงคราม) ได้อุทิศที่บ้านและซื้อที่ดินบริเวณใกล้เคียงเพิ่มเติมเข้าด้วยกันเพื่อสร้างพระอารามในปี 2368 และถวายเป็นพระอารามหลวงในปี 2370
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เป็นข่าวเรื่องการทุบทำลายโบราณสถานในวัดแห่งนี้ เหมือนทางวัดจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับการทุบทำลายสมบัติเก่าแก่ เพียงเพราะต้องการบูรณะและสร้างขึ้นใหม่ดังที่เจ้าอาวาสเอ่ยอ้าง จนเมื่อเร็วๆ นี้ อธิบดีกรมศิลปากร นายบวรเวท รุ่งรุจี ถึงกลับต้องเข้าแจ้งความที่ สน.บุปผาราม ให้ดำเนินคดีกับผู้สั่งการและคนงาน ที่ทำลายโบราณสถานสำคัญ ภายในวัด ทั้งทางอาญาและแพ่ง ... ตรวจดูคดีแล้ว กรมศิลปากรเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับวัดนี้ นับตั้งแต่ที่วัดได้รื้อถอน ทุบทำลายโบราณสถานตั้งแต่ปี 2546 รวมแล้ว 15 คดี แต่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องไป 10 คดี เหลืออีก 5 คดีที่อยู่ระหว่างสอบสวน
“ตลอดระยะเวลา 12 ปี มีโบราณสถาน โบราณ วัตถุ ศิลปะวัตถุ ได้รับความเสียหายรื้อทำลายไปแล้วมากถึง 22 รายการ อาทิ หอระฆัง อาคารเสวิกุล ศาลาทรงปั้นหยา หอกลอง หอสวดมนต์กัลยาณาลัย ศาลาปากสระ กุฏิเก่าคณะ 7 จำนวน 3 หลัง ตุ๊กตาอับเฉาหรือตุ๊กตาหินศิลปะจีน ฯลฯ รวมทั้งยังมีการก่อสร้างอาคารในเขตโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้วโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมศิลปากรอีกด้วย”
ไม่รู้ว่า เจ้าอาวาส และบรรดากรรมการวัดท่านคิดอะไร เห็นมีแต่ชาวชุมชนที่เป็นห่วงเป็นใย และเราเองที่อยู่ไกลออกมาได้แต่บ่น ... เสียด๊าย เสียดาย ประวัติศาสตร์บางหน้า ที่ต้องจบไปชั่วกาล



