ไลฟ์สไตล์

เยือน 'ฮอกไกโด' คราวหิมะเหมันต์

เยือน 'ฮอกไกโด' คราวหิมะเหมันต์

22 มี.ค. 2558

ชิค & ชิล : เยือน 'ฮอกไกโด' คราวหิมะเหมันต์ : เรื่อง / ภาพ ... วิทวัต ตันสุหัช

 
                           ทิศเหนือของประเทศญี่ปุ่นขึ้นชื่ออย่างมากเรื่องความสวยงามในยามฤดูหนาว คราวนี้ได้ไปเห็นกับตาก็ไม่ผิดหวังครับ ช่างเต็มไปด้วยสถานที่น่าท่องเที่ยวมากมาย จนได้รูปกับเรื่องราวน่าสนใจมาลงบันทึกท่องเที่ยวไว้ สถานที่แรกที่ต้องพูดถึงเลยก็คือ จิโกกุดานิ หรือเรียกไทยว่า “หุบเขานรก” ครับ หุบเขาแห่งนี้อยู่ในเขตเมืองโนโบริเบตซึ ซึ่งเป็นเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงของฮอกไกโด ทางเข้าหมู่บ้านของจิโกกุดานิจะมีศาลเจ้าของญี่ปุ่นและยักษ์ในตำนานสองตัวเฝ้าอยู่
 
                           หุบเขานรกเป็นบ่อโคลนเดือดจากธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากความร้อนใต้พิภพทำให้เป็นแรงน้ำร้อนพุ่งขึ้นตลอดเวลา และกลายเป็นธารน้ำร้อนไหลอยู่ตลอดปี จากจุดจอดรถ ต้องเดินเข้าไปราวๆ 300 เมตร ตลอดระยะทางเดินสองข้างทางวิวสวยงามแต่ต้องคอยระวังลื่นหน่อยเท่านั้น ช่วงเวลาที่ผมไปถึงน่าจะกำลังเป็นช่วงที่น่าชมที่สุด เพราะบรรยากาศกำลังหนาวพอดีคือราวๆ -1 หรือ 0 องศา และไปหลังจากหิมะตกหนักมาแล้วสามสี่เดือน ทำให้เกิดชั้นหิมะเป็นชั้นๆ ตามไหลเขาและต้นไม้ตามธรรมชาติ ตัดกับควันและสายธารน้ำร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมา เป็นภาพที่งดงามจับตามากทีเดียว ตลอดทางเดินมีหิมะปลิวมาปะทะตลอดเวลา ยิ่งเพิ่มรสชาติการชมทิวทัศน์ของจิโกกุดานิ รอบๆ บริเวณนั้น จึงมีโรงแรมเปิดบริการไม่น้อยเพื่อให้ได้มาพักผ่อนอาบน้ำแร่ธรรมชาติจากหุบเขานรกกัน 
 
                           อีกสถานที่ที่ไปเยือนแล้วประทับใจก็คือ “หมู่บ้านชาวพื้นเมืองไอนุ” ชนพื้นเมืองของประเทศญี่ปุ่น ตามตำนานเล่าว่าพวกเขาอยู่ในแถบเกาะฮอกไกโดมานานก่อนชนเผ่าอื่นๆ
 
                           ในเขตวัฒนธรรมที่ไปเยี่ยมชมอยู่ติด ทะเลสาปอะคัง ที่ผิวน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง ที่นี่ยังคงอนุรักษ์รูปแบบบ้านที่พักอาศัย วัสดุเครื่องใช้ต่างๆ ไว้อย่างครบครัน รวมทั้งเรือที่ขุดจากไม้ทั้งต้น ในพิพิธภัณฑ์เก็บสิ่งของและเสื้อผ้าชาวไอนุไว้หมดทุกแบบ และทันไปชมการแสดงพื้นเมือง ซึ่งประกอบด้วย บทเพลง การร่ายรำ และการกล่อมเด็ก ด้วยครับ
 
                           จากการเดินดูที่พักอาศัยของชาวไอนุ เลยได้เห็นว่าทำจากวัสดุท้องถิ่นทั้งหมด และต้องชมว่าพวกเขาต้องเป็นชนเผ่าที่ทรหดอดทนมาก เพราะการอยู่อาศัยในภูมิประเทศที่มีอากาศหนาวขนาด -10 ติดต่อกันนาน 4-5 เดือนนี่ต้องใช้จิตใจและร่างกายที่เข้มแข็งมากครับ ภายในบ้านจะมีกองไฟขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางบ้าน บนเพดานจะแขวนปลาเอาไว้เพื่อให้ควันไฟรม เป็นวิธีการถนอมอาหารได้อีกทางหนึ่ง หลังคาก็ใช้หญ้าคาอย่างหนาเพื่อจะได้ทนต่อหิมะที่ตกมาซ้อนไว้นานหลายเดือน
 
                           ชาวไอนุยังมีพิธีกรรมและความเชื่อเฉพาะหลายอย่าง เท่าที่ดูตรงทางเข้าศูนย์กลางของพวกเขา ก็มีรูปปั้นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แสดงให้เห็นถึงการเคารพธรรมชาติได้อย่างดี 
 
                           จากหมู่บ้านของชาวไอนุ ผมไปพักที่บริเวณริม ทะเลสาบโทยะ บางคนเรียกโทยะโกะ เป็นทะเลสาบที่เกิดจากภูเขาไฟซึ่งจะมีการปะทุขึ้นมาทุกๆ 20-50 ปี จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของพื้นที่แถบนี้อย่างต่อเนื่อง เมืองนี้ถือเป็นเมืองตากอากาศและแช่น้ำแร่ครับ เป็นเมืองเล็กๆ เดินไม่นานก็ทั่วแล้ว ผมสังเกตเห็นรอบทะเลสาบจะมีแต่โรงแรมเป็นแบบทันสมัยบ้าง เป็นแบบเรียวกังบ้าง ร้านค้าก็มีแต่ร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึก ผมเดินเล่นรอบทะเลสาบโทยะ วันนั้นอากาศดีมากเลยได้เห็นภูเขาไฟฟูจิน้อยแห่งฮอกไกโดด้วย จริงๆ ก็เหมือนกับฟูจิที่โตเกียวครับ คือภูเขาไฟที่ยังไม่ดับสนิทนัก วันนั้นสังเกตเห็นนักท่องเที่ยวเดินเล่นถ่ายรูปพอสมควร
 
                           ที่ชอบและเห็นแปลกตาอีกอย่างของเมืองนี้คือ พวกเขามีจุดออนเซนเท้าเป็นจุดๆ รอบทะเลสาบและในเมืองด้วย จัดทำเป็นซุ้มๆ ก็สงสัยเดินไปดูเห็นนั่งเอาเท้าแช่น้ำร้อนกัน บางที่ก็มีให้แช่มือได้ด้วย เลยขอถ่ายรูปมาเก็บไว้เป็นที่ระลึกซะเลย เมืองนี้ตอนเช้าๆ ริมทะเลสาบจะมีพวกนกน้ำต่างๆ มาคอยคอ บินไปมายิ่งเพิ่มความรู้สึกสงบและความบริสุทธิ์ของสถานที่
 
                           สถานที่สุดท้ายที่น่าสนใจคือ เมืองโอตารุ  ซึ่งเป็นเมืองท่าเก่าแก่ของเกาะฮอกไกโด มีคลองที่มีชื่อเสียงคือ คลองโอตารุ ที่เชื่อมต่อกับอ่าวในทะเล ปัจจุบันปรับปรุงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว จัดวิวได้สวยงามจับตาจริงๆ สมกับได้ชื่อเป็นสถานที่โรแมนติกมากๆ แห่งหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น
 
                           ในบริเวณเดียวกันยังสามารถเดินชมเมืองได้ ในช่วงระยะทางราวๆ 2 กิโลเมตร สองข้างทางจะเรียงรายไปด้วยร้านค้าต่างๆ จุดเด่นนอกจากการซื้อของ คือชมตึกรามอาคารต่างๆ ครับ เพราะกว่าครึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบโบราณ บางส่วนก็นำโกดังเก็บของสมัยยังเป็นเมืองท่ามาดัดแปลงเป็นร้านค้าและทำได้อย่างสวยงามมากๆครับ โดยเฉพาะตรงพิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีที่เดินเข้าไปแล้วต้องชมครับ เพราะไม้ที่เห็นภายในนั้นเป็นโครงไม้เก่าที่เคยเป็นโกดังเก็บสินค้าทั้งหมด แต่นำมาดัดแปลงเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่โตและสวยงามขนาดนั้นได้
 
                           เดินชมเมืองและคลองโอตารุเสมือนกำลังย้อนกลับไปอดีตเมื่อราวๆ ต้นยุค 1900 ครับ ทั้งอาคารบ้านเรือนและอากาศที่สะอาดสดใส 
 
                           ต้องชมคนญี่ปุ่นที่รู้จักอนุรักษ์ของเก่าไว้และดัดแปลงเอามาใช้ใหม่ได้อย่างทันสมัยดีเยี่ยม ไม่ใช่อะไรก็ทุบทิ้ง เป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ประทับใจมากมายจริงๆ 
 
 
 
 
 
-------------------------
 
(ชิค & ชิล : เยือน 'ฮอกไกโด' คราวหิมะเหมันต์ : เรื่อง / ภาพ ... วิทวัต ตันสุหัช)