
ผลนิติวิทย์ยันยิง'บิ๊กไบค์'จากข้างหลัง
19 มี.ค. 2558
แพทย์นิติวิทยาศาสตร์ยันบาดแผลหนุ่มบิ๊กไบค์ ถูกยิงจากด้านหลังทะลุด้านหน้า กระสุนเจาะทำลายสมอง ตร.เร่งส่งอัยการฟ้อง ด.ต.ภายใน 30 วัน ระบุทำเกินกว่าเหตุ
19 มี.ค. 58 จากกรณี นายนเรศ โรจน์บุญส่งศรี อายุ 40 ปี ถูกปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าที่ศีรษะ 1 นัด ขณะขับรถจักรยานยนต์คาวาซากิ นินจา สีส้มดำ ทะเบียน 1 กณ 5906 ชลบุรี ฝ่าด่านตรวจบริเวณสะพานห้วยเล็ก หมู่ 11 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่มีตำรวจ สภ.หนองขาม 4 นาย ตั้งด่านอยู่ เหตุเกิดเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 14 มีนาคม ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา ที่โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา โดยใบรับรองแพทย์ ระบุว่า นายนเรศเสียชีวิตจากการถูกยิงที่ศีรษะ สมองช้ำบวมรุนแรง ขณะที่ ด.ต.สุพรรณ ชำนิจ ผบ.หมู่ ป.สภ.หนองขาม ให้การว่า ใช้อาวุธปืน ขนาด 9 มม. ยิงขึ้นฟ้าเพื่อขู่ให้หยุด และนายนเรศเสียหลักล้มเอง อย่างไรก็ตาม ด.ต.สุพรรณ ถูกแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไว้ก่อน ต่อมาญาติได้ส่งศพให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจพิสูจน์ศพอีกครั้ง และแพทย์ยืนยันว่า ถูกยิงที่ศีรษะก่อนเสียชีวิต
เคลื่อนศพส่งผ่าพิสูจน์
เมื่อเวลา 05.00 น. ญาติของนายนเรศได้ไปที่โรงพยาบาลพญาไท อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพื่อรับศพนายนเรศส่งไปผ่าพิสูจน์ ที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ รังสิต ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังจาก พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจน์สุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ได้ตอบรับหนังสือให้ส่งศพมาผ่าพิสูจน์ได้
นายบัณฑูรย์ โรจน์บุญส่งศรี พี่ชายของผู้ตาย กล่าวว่า ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร ก็ยินดียอมรับผลการผ่าพิสูจน์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ของ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ ว่า บาดแผลเกิดจากอุบัติเหตุ หรือถูกอาวุธปืนยิง อยากทำให้ทุกอย่างชัดเจน หากผลออกมาว่าถูกยิง ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีไปตามกฎหมาย
พิสูจน์ศพอย่างละเอียด
ทั้งนี้ศพนายนเรศถูกส่งไปถึงโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อเวลา 09.00 น. นพ.สุรณรงค์ ศรีสุวรรณ ผู้อำนวยการ สำนักนิติวิทยาศาสตร์บริการ 2 สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า การพิสูจน์ศพนายนเรศนั้น ทางพนักงานสอบสวน สภ.ศรีราชา ได้ให้ทางนิติวิทยาศาสตร์ช่วยตรวจสอบดูบาดแผลว่ามีกี่แผล และแผลที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นจากอะไร จากอาวุธปืนหรือไม่ ถ้าเป็นอาวุธปืนจะมีทิศทางอย่างไร ซึ่งทางพนักงานสอบสวนจะได้นำไปประกอบสำนวนคดี
"ประเด็นที่มีการเถียงกันว่าแผลอาจจะเป็นแผลฉีกขาดนั้น ก็จะให้คำตอบได้ในห้องผ่าศพในวันนี้ แต่ถ้าเป็นบาดแผลที่เกิดขึ้นจากกระสุนปืนอย่างแรง ต้องดูทิศทางการยิง และต้องให้พนักงานสอบสวนเข้าไปดูในห้องผ่าศพด้วย เพื่อที่จะได้ให้พนักงานสอบสวนสอบถามในเรื่องข้อสงสัยได้โดยตรง"
ชี้โดนยิงก่อนเสียชีวิต
ภายหลังการผ่าพิสูจน์เสร็จสิ้น นพ.สุรณรงค์ กล่าวว่า บาดแผลที่พบเกิดจากกระสุนปืน บาดแผลอยู่ใต้เส้นผม โดยกระสุนปืนนั้นเข้าทางด้านหลัง และออกทางด้านหน้าเป็นแนวขนาน ทำให้สมองซีกซ้ายฉีกขาด มีเลือดออก ทำให้สมองบวมถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นการยิงระยะไกล และไม่พบหัวกระสุน เพราะกระสุนปืนเข้าและออกไป ส่วนกะโหลกที่หายไปนั้น ประมาณ 9 มิลลิเมตร แต่ยังไม่ทราบขนาดของลูกกระสุนปืน
ระบุ ตร.ทำเกินกว่าเหตุ
พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี หัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้เชี่ยวชาญ ภ.จว.ชลบุรี ซึ่งมาสังเกตการณ์ในการผ่าพิสูจน์ศพนายนเรศในครั้งนี้ด้วย กล่าวว่า เมื่อเห็นบาดแผลเข้าและออกแล้ว ยืนยันได้ชัดเจนว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกินกว่าเหตุ ซึ่งเวลานี้ ด.ต.สุพรรณ ได้ถูกดำเนินคดีอยู่ที่ จ.ชลบุรี ในข้อหาฆ่าคนตาย และจะทำสำนวนคดีภายใน 30 วัน ให้อัยการจังหวัดพัทยา เพื่อส่งคำร้องต่อศาลต่อไป
ญาติยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
ด้านนายบัณฑูรย์ พี่ชายผู้ตาย กล่าวว่า ส่วนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่า น้องชายเมาสุรา และพยายามขับรถแหกด่าน ตัวเองไม่ขอพูดอะไรมาก เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เมื่อการผ่าพิสูจน์ศพผลออกมาว่า ถูกกระสุนปืน ก็จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ในการเดินทางมารับศพในครั้งนี้ มีตัวเองกับนางวีนัส โรจน์บุญส่งศรี ผู้เป็นแม่ และนางธัญชนก แจ่มสำเภาทอง ภรรยา มาด้วย และจะนำศพน้องชายไปบำเพ็ญกุศลที่วัดเนินบุญญาราม ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
ยิงระยะ 50 ม. แนวระนาบ
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงผลการชันสูตรพลิกศพ นายนเรศ ที่ยืนยันแล้วว่า เป็นการยิงในแนวระนาบโดยกระสุนเข้าที่ท้ายทอยทะลุหน้าผาก มีระยะยิงห่างกว่า 50 เมตร และไม่ใช่การเสียชีวิตจากรถจักรยานยนต์ล้มอย่างที่ถูกกล่าวอ้างในตอนแรก อย่างไรก็ตาม ได้รับรายงานว่า หลังจาก ด.ต.สุพรรณ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาฐานฆ่าคนตายโดยเจตนานั้น ล่าสุด ทางต้นสังกัดผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน จนกว่าการสอบสวนข้อเท็จจริงจะแล้วเสร็จ
สั่งทบทวนการใช้อาวุธ
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวด้วยว่า ผู้บังคับบัญชาในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการหารือกันเกี่ยวกับแนวทางการแก้ปัญหาการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชา โดยเฉพาะเรื่องการใช้อาวุธ โดยจะนำนโยบายที่เกี่ยวข้องกับยุทธวิธีเผชิญเหตุ สั่งการไปยังทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ให้มีการจัดฝึกอบรมทบทวน เพื่อสร้างความมั่นใจ และช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมีสติยับยั้งการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ รวมทั้งยังเป็นการป้องกันตัวเอง
มือยิงเข้ารับทราบข้อหา
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้รับรายงานจาก พล.ต.ต.นิติพงศ์ เนียมน้อย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ว่า ด.ต.สุพรรณ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว โดยตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนการพิจารณาเอาผิดทางวินัยนั้น ผู้บังคับบัญชาอยู่ในขั้นพิจารณา อีกทั้งรอผลการยืนยันในเรื่องของการชันสูตร เพื่อนำมาประกอบการพิจารณา
ส่วนกรณีวันที่ 16 มีนาคม ที่ผ่านมา ด.ต.สุพรรณ ได้ขับรถชนท้ายรถเก๋ง บริเวณแยกบางแสน จ.ชลบุรี คาดว่า อาจจะเกิดความเสียใจจากสิ่งที่กระทำลงไป ทางตำรวจได้ตั้งข้อหาขับรถโดยประมาทอีกหนึ่งข้อหา
ผบก.ชลบุรี ยันให้ความเป็นธรรม
เมื่อเวลา 13.30 น. พล.ต.ต.นิติพงศ์ พร้อมด้วย นายกิตติ์ฤทธิธรรม แสวงหาทรัพย์ อายุ 34 เพื่อนผู้ตาย และ น.ส.ปวีณา ศรียังคะบุตร อายุ 31 ปี พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของนายนเรศ
พล.ต.ต.นิติพงศ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำเป็นขั้นเป็นตอน และได้มีการประสานข้อมูลกับกลุ่มบิ๊กไบค์มาโดยตลอด ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อทำคดีนี้โดยตรง โดยไม่ให้ สภ.หนองขาม เข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อความโปร่งใส และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย เบื้องต้นได้ตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาแก่ ด.ต.สุพรรณ และให้ออกจากราชการไว้ก่อน
เบื้องต้น ด.ต.สุพรรณ ยังให้การปฏิเสธ โดยยืนยันว่า ขณะผู้ตายขี่รถฝ่าด่าน เจ้าหน้าที่ได้พยายามยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อขู่ แต่ไม่ทราบว่าปืนลั่นตอนไหน จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต
พล.ต.ต.นิติพงศ์ กล่าวว่า สำหรับอาวุธปืน ขนาด 9 มม. ที่ ด.ต.สุพรรณ ใช้ก่อเหตุนั้น ขณะนี้อยู่ที่ สภ.หนองขาม เจ้าหน้าที่จะต้องส่งไปตรวจสอบที่กองพิสูจน์หลักฐานเพื่อใช้ประกอบสำนวนคดีต่อไป
21 มี.ค.รวมตัวอย่างสันติ
นายกิตติ์ฤทธิธรรม เพื่อนผู้ตาย ยอมรับว่า ที่ผ่านมามองภาพการทำงานของตำรวจในด้านลบ จึงมีการรวมกลุ่มเพื่อกระตุ้นการทำงานของเจ้าหน้าที่ แต่ขณะนี้เมื่อได้ทราบข้อมูลต่างๆ จึงมีความสบายใจพอสมควร อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 21 มีนาคมนี้ กลุ่มเพื่อนบิ๊กไบค์ก็ยังจะมีการรวมตัวกันที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 สถานที่เกิดเหตุและที่บริเวณเกาะลอยศรีราชา เพื่อขอบคุณและขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจในสิ่งที่มีการตอบโต้กัน โดยการรวมกลุ่มจะมีกฎ 3 ข้อ คือ ห้ามเบิ้ลเครื่องเสียงดัง ต้องเคารพสถานที่ และชุมนุมอย่างสันติ



