
สุขภาพดีเรื่องเล็กๆที่ฝึกได้
20 มี.ค. 2558
สังคม : สุขภาพดี เรื่องเล็กๆ ที่ฝึกได้
“ซาร่า” พิมพ์วดี อากิลา ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ และนพ.กฤษดา ศิรามพุช กูรูด้านเวชศาสตร์อายุรวัฒน์ ร่วมอธิบายแนวคิดการดูแลตัวเองด้วยคำเล็กๆ พร้อมแนะเทคนิคการการมีสุขภาพดี ว่า การสร้างสุขภาพที่ดีนั้นเกิดขึ้นได้จากศักยภาพและความตั้งใจ ทุกมื้ออาหารที่รับประทานสามารถเปลี่ยนชีวิตได้ โดยการปรับพฤติกรรมและเริ่มต้นทีละเล็กละน้อย เริ่มจากมื้อเช้าที่ทุกคนมักมีข้ออ้างว่าไม่มีเวลา แต่จริงๆ แล้วสามารถรับประทานเป็นมื้อเล็กๆ ได้ ด้วยขนมปังขาวทาแยมผลไม้หรือเนย และจะดียิ่งขึ้นหากเป็นแบบโฮลวีทกับไข่ต้ม 1 ฟอง แต่ถ้าคิดว่าไม่อยู่ท้องก็เลือกเป็นหมูปิ้งข้าวเหนียวที่ลดปริมาณแคลอรีสูงด้วยการเติมผักอย่างแตงกวา หรือจะเป็นการรับประทานซีเรียล (ธัญพืช) ใส่นมพร้อมผลไม้จำพวกเบอร์รี่-แอปเปิ้ล เติมอัลมอนลงไปก็อยู่ได้ถึงเที่ยงแล้ว และไม่ลืมเครื่องดื่มน้ำเต้าหู้ใส่ถั่วแดงแทนสาคูเม็ดใหญ่หรือวุ้นที่มีแต่แป้งก็จะได้ไฟเบอร์เพิ่มเติม
ส่วนมื้อเย็นไม่ควรงด เพราะหลังเลิกงานร่างกายจะสร้างสารเคมีที่ทำให้เกิดความเครียดซึ่งจะไปเก็บไว้ในในรูปของไขมัน ดังนั้นคนเครียดและเหนื่อยแล้วไม่ทานมื้อเย็นก็ทำให้มีไขมันสะสมมากกว่าคนทานมื้อเย็น แนะนำให้ทานข้าวไม่เกิน 2 ทัพพี พร้อมโปรตีนที่ย่อยง่ายจำพวกปลา อกไก่ หรือไข่ขาว และมีผักเป็นเครื่องเคียง พูดง่ายๆ ว่าคำเล็กๆ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ที่สำคัญอย่าทานน้ำตาลมากเกินไป เพราะน้ำตาลจะไปเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมอยู่ในตับ ให้สังเกตง่ายๆ เวลาเลือกซื้อเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ดูที่ข้างกล่อง เลือกที่น้ำตาลน้อยๆ หรือไม่มีได้ยิ่งดี สำหรับการดื่มน้ำสะอาด ความต้องการน้ำของคนเราขึ้นอยู่กับสรีระและน้ำหนักตัว คำนวณง่ายๆ น้ำหนักตัว 1 กก. ต้องการน้ำ 1 ออนซ์ (30 ซีซี) น้ำหนักเท่าไรคูณด้วย 30 เช่น หนัก 50x30 =1,500 ซีซี หรือ 1 ลิตรครึ่งต่อวัน แต่บางคนที่ไม่ชอบดื่มนำเปล่าก็อาจจะฝานเนื้อผลไม้จำพวกเบอร์รี่ มะนาว หรือส้มลงไปก็จะดื่มได้ง่ายขึ้น จิบทีละนิดตลอดทั้งวันให้ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้
ขณะที่การขยับเพื่อสุขภาพดี คุณหมอกฤษดา เสริมว่า สามารถเพิ่มการเคลื่อนไหวระหว่างวันได้ โดยเฉพาะสาวออฟฟิศที่ชอบทานมื้อเที่ยงบนโต๊ะทำงานลองเปลี่ยนไปทานตามร้านก็ทำให้ได้เดินไปกลับแค่นี้ก็เป็นการขยับแล้ว หรือนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ ก็สามารถออกกำลังกายได้ โดยยืนแกว่งแขนไปข้างหน้าข้างหลังสบายๆ 4 จังหวะ หรือจะทำท่าโยคะง่ายๆ ด้วยการเหยียดแขนชูขึ้นให้ตึงแล้วเหยียดขาให้สุดหรือทำท่าบิดขี้เกียจก็ได้ ทำทุกๆ ครึ่งชั่วโมง แล้วหลับตาสัก 10 นาที แค่นี้ก็รู้สึกสดชื่นระหว่างวัน เสร็จแล้วต้องใส่ใจสุขภาพใจด้วยการสัมผัสคนที่เรารู้สึกดี จะสัมผัสเบาๆ หรือสวมกอดก็ทำให้มีการหลั่งสารแห่งความสุข ทั้งหมดเป็นเทคนิคง่ายๆ ของการกิน ดื่ม ขยับ และปรับอารมณ์ให้กายใจเป็นสุขแบบองค์รวม



