
ปิดเทอมสร้างสรรค์สนุกกับแอพแชะ-อัพ-แชร์
20 มี.ค. 2558
ปิดเทอมสร้างสรรค์ สนุกกับแอพ แชะ-อัพ-แชร์ : เรื่อง ฉวีวรรณ มะโนปา /ภาพ ภาวิณี เทพคำราม
"แหล่งเรียนรู้ คือ สถานที่ที่ทำให้เด็กๆ ได้เล่น ได้ คิด ได้อ่านหนังสือ ได้ทำกิจกรรมที่เหมาะสม ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ทุกอย่างเป็นแหล่งเรียนรู้ได้หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ อาจจะเป็นกิจกรรม ดังนั้น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้จับมือกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม จัด "โครงการปิดเทอมสร้างสรรค์" เปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้ช่วงเวลาปิดเทอมเป็นประตูสู่การเรียนรู้เด็กๆ โดยรวบรวม “แหล่งเรียนรู้” กว่า 2,000 แห่ง เผยแพร่ผ่านแอพพลิเคชั่น Do See ในการช่วยค้นหาและใช้ในการเล่าเรื่องถึงสถานที่นั้นๆ" ทพ.กฤษดา เรืองอารีย์รัชต์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวในงานแถลงข่าว โครงการ “ปิดเทอมสร้างสรรค์” ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เขตคลองสาน กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้
โครงการนี้เกิดขึ้นเนื่องจากในช่วงปิดภาคเรียนมักพบปัญหา ทั้งอุบัติเหตุเด็กจมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ย 4 คนต่อวัน พฤติกรรมเด็กติดจอมากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน เสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ เช่น โรคอ้วนหรือปัญหาเด็กหาย ถูกล่อลวงจากอินเทอร์เน็ตเฉลี่ย 5 รายต่อวัน จึงจัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ให้เด็กหันมาใช้เวลาว่างในช่วงปิดภาคเรียนให้เกิดประโยชน์ กว่า 100 โครงการ อาทิ กิจกรรมอาสา ค่ายกีฬาเยาวชน กิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ เปิดในเยาวชนและครอบครัวที่สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมในพื้นที่ต่างๆ ฟรี และสามารถ แชะ อัพ แชร์ ถ่ายภาพและอัพเดทแนะนำพื้นที่แหล่งเรียนรู้ที่น่าสนใจให้คนอื่นได้รับประสบการณ์ดีๆ ไปพร้อมกัน เสมือนเป็นคอมมูนิตี้ย่อมๆ ที่เด็กสามารถแสดงความคิดเห็น กดไลค์ แบ่งปันและติดตามโปรไฟล์ของบุคคลอื่นได้ด้วย
แบงค์ หรือ ทศพร กลั่นฉอ้อน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบำรุงวิชา กล่าวว่า เทอมนี้จะชวนเพื่อนๆ มาร่วมกิจกรรมที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติ เพราะเชื่อว่าจะได้รับความรู้นอกเหนือตำราเรียนมาก โดยเฉพาะซุ้มศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้หรือท้องฟ้าจำลอง ได้นำกิจกรรมเกี่ยวกับการทายขนสัตว์และพับกระดาษเป็นรูปกวาง ใต้ฐานลองจะมีเกร็ดความรู้แฝงไว้ซึ่งทุกครั้งที่
“ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์” รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญของหน่วงงานภาครัฐ เอกชนและภาคประชาสังคม มาร่วมกันเปิดพื้นที่เรียนรู้ ให้เป็นปิดเทอมที่สร้างสรรค์ อีกทั้งยังเป็นประตูการเรียนรู้ที่ยั่งยืนของเด็กไทยและสามารถขยายพื้นที่ให้ครอบคลุม รวมถึงพัฒนายุทธศาสตร์ในการทำงานร่วมกันระดับชาติต่อไป
“สหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ” รองอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ได้จัดกิจกรรมเชิญชวนเยาวชนสืบสานด้านศิลปะและประติมากรรม ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ การไปศึกษาตามแหล่งเรียนรู้เพื่อทราบถึงวัฒนธรรมทางประวัติศาสตร์ เกิดการเรียนเรียนรู้นอกเหนือตำรา จึงเป็นสิ่งที่เยาวชนควรทำในวันนี้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสามารถติดต่อผ่านเฟซบุ๊ก ปิดเทอมสร้างสรรค์
"น้องมิ้ว" ด.ญ.ณัฎฐชา แก้วปู่วัด อายุ 11 ปี เล่าว่า เช้าๆ จะมาวิ่งออกกำลังกายและตีแบด บางครั้งกลางวันก็มาทำการบ้านกับเพื่อนๆ หรือถ้าวันไหนมีกิจกรรม เช่น ประดิษฐ์สิ่งของก็จะชวนเพื่อนๆ เข้าร่วมกิจกรรม อ่านหนังสือในห้องสมุดด้านหลังสวน การอ่านหนังสือช่วยพัฒนาทักษะการเรียนได้
เช่นเดียวกับสองหนุ่มน้อยอย่าง "น้องกาย" ด.ช.รวิชวงศ์ ภู่จันทร์ อายุ 10 ปี และ “น้องโฮป" ด.ช.จุตรพัฒน์ อ่วมสร้อย อายุ 12 ปี บอกว่า เรียนนาฏศิลป์โขนที่สถาบันคึกฤทธิ์ ทำให้ร่างกายที่แข็งแรง เพราะถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัว แถมยังฝึกการอดทนด้วย ชุดหนักแต่สนุก เพราะได้เพื่อนใหม่ได้มิตรภาพ ใช้เวลาหลังเลิกเรียนมาทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ดีกว่าไปเล่นเกม และได้ช่วยรักษาวัฒนธรรมของไทยเอาไ ว้และช่วยกันสืบสานให้เด็กไทยรุ่นต่อๆ ไปอีกด้วย



