ไลฟ์สไตล์

สับปะรดกวนมะพร้าวอ่อน สูตรเฉพาะ 'บ้านห้วยหินเพลิง'

สับปะรดกวนมะพร้าวอ่อน สูตรเฉพาะ 'บ้านห้วยหินเพลิง'

20 มี.ค. 2558

ทำมาหากิน : สับปะรดกวนมะพร้าวอ่อน สูตรเฉพาะ 'บ้านห้วยหินเพลิง' : โดย...กัมปนาท ขันตระกูล

 
                            ในยุคที่ผลผลิตทางการเกษตรมีราคาตกต่ำ ทำให้เกษตรกรหลายพื้นที่ต่างหาแนวทางในการที่จะแปรรูปเพื่อมูลเพิ่มค่าให้มากขึ้น อย่างบ้านห้วยหินเพลิง หมู่ 10  ต.เขากระปุก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ก็เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่ประสบปัญหาสับปะรดราคาดิ่งลง ในที่สุดบรรดาแม่บ้านมีการรวมกลุ่มนำสับปะรดตกเกรด มาแปรรูปด้วยการกวนผสมกับมะพร้าวอ่อนในนาม" กลุ่มสับปะรดกวนมะพร้าวอ่อน" เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 100 บาท และสามารถขายได้วันละ 60 กิโลกรัม ทำให้สมาชิกมีรายได้เสริมไปมาจุนเจือในครอบครัวได้ระดับหนึ่ง
 
                            โสภิตา เพ็งอุดม ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านห้วยหินเพลิง วัย 48 ปี ในฐานะประธานกลุ่มสับปะรดกวนมะพร้าวอ่อน บอกว่า ชาวบ้านห้วยหินเพลิงส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่สับปะรด ส่งขายให้บริษัทแปรรูปสับปะรดในพื้นที่จ.เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ แต่โรงงานเหล่านี้คัดเฉพาะผลผลิตเกรดสูง ทำให้มีสับปะรดที่ตกเกรดเหลือจำนวนมาก ขายไม่ได้ราคาทำให้เกษตรกรชาวไร่สับปะรดในหมู่บ้านห้วยหินเพลิงได้รับความเดือดร้อน ในที่สุดปี 2553 บรรดาแม่บ้านเกษตรกรเหล่านี้จำนวน 15 คน ได้รวมตัวตั้งกลุ่มสับปะรดกวนมะพร้าวอ่อนขึ้น เพื่อนำสับปะรดที่ตกเกรดและสับปะรดที่ขายไม่ออกมาแปรรูปเป็นสับปะรดกวนมะพร้าวอ่อนจนปัจจุบันมีแม่บ้านเข้ากลุ่มเพิ่มเป็น 20 คน
 
                            "ตอนแรกที่รวมตัว พวกเรามาช่วยกันคิดว่าการกวนสับปะรดจะทำอย่างไรให้มีความแตกต่างไปจากที่อื่น ในที่สุดต่างลงมติว่าทำเป็นสับปะรดกวนผสมมะพร้าวอ่อน เบื้องต้นพวกเรานำสับปะรดที่ตกเกรดมาต้มในน้ำจนเดือด จึงนำมาคั้นน้ำออก แล้วนำไปกวนในกระทะใบบัว ใส่มะพร้าวอ่อนที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ กวนกับน้ำกะทิ  และแบะแซปรุงรสด้วยน้ำตาลทรายและเกลือ โดยมีส่วนผสม สับปะรด 300 กิโลกรัม ใส่กะทิ 3 กิโลกรัม น้ำตาลทราย 12-20 กิโลกรัม แล้วแต่ความเปรี้ยวของสับปะรด เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ แบะแซ 7-8 กิโลกรัม มะพร้าวอ่อน 3-4 ผล ใช้เวลากวน 5 ชั่วโมง จากนั้นนำออกจากกระทะมาผึ่งให้เย็น แล้วนำไปใส่บรรจุภัณฑ์ ซึ่งขนาดตั้งแต่ 100 -1,000 กรัม ขายในราคากิโลกรัมละ 80 บาท หากขายปลีก 100 บาท" โสภิตา กล่าว 
 
                            จากวันนั้นถึงวันนี้กลุ่มสับปะรดกวนมะพร้าวอ่อน มียอดขายเฉลี่ยวันละ 60 กิโลกรัม โดยมีตลาดหลักในพื้นที่ จ.เพชรบุรี และจังหวัดใกล้เคียง เมื่อเฉลี่ยกันแล้วสมาชิกจะมีรายได้เสริมจากการเข้าร่วมกลุ่มสับปะรดกวนมะพร้าวอ่อนเดือนละ 2,000-5,000 บาท ทำให้สมาชิกนำเงินเหล่านี้มาจุนเจือครอบครัว ส่งผลให้คุณภาพชีวิตคนในครอบครัวดีขึ้นมาบ้าง แม้ไม่มากนัก แต่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนได้ระดับหนึ่ง
 
                            ด้านนาฏยา รูปสง่า แม่บ้านวัย 39 ปี สมาชิกกลุ่มสับปะรดกวนมะพร้าวอ่อน หมู่ 10 บ้านห้วยหินเพลิง  บอกว่าได้ร่วมกลุ่มมาตั้งแต่ต้นเพราะตอนนั้นเกิดปัญหาสับปะรดล้นตลาด ทำให้ราคาตกต่ำ จึงปรึกษาเพื่อนๆ ในหมู่บ้านและได้รวมตัวกันตั้งกลุ่ม ซึ่งหลังจากตั้งกลุ่มแล้วก็ประสบความสำเร็จ มีรายได้เสริม ทุกวันนี้มีรายได้จากการเข้าร่วมกลุ่มสับปะรดกวนมะพร้าวอ่อนเฉลี่ยเดือนละ 5,000 บาท ถือว่าได้มากกว่าคนอื่น เพราะทำหน้าที่การตลาดและวิ่งขายสับปะรดกวนด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับอารีย์ ลูมิง เกษตรกรวัย 57 ปี สมาชิกกลุ่มสับปะรดกวนมะพร้าวอ่อนอีกรายหนึ่งบอกว่ามีรายได้หลังเข้ากลุ่มเดือนละ 3,000 บาท
 
                            วนัสนันท์ หนูนิช พัฒนากรตำบลเขากระปุก เล่าว่า ที่ผ่านสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอท่ายางได้เข้ามาช่วยหาตลาดให้ รวมทั้งส่งเสริมให้ความรู้ด้านวิชาการในการยกระดับการผลิตสับปะรดกวนมะพร้าวอ่อน และแนะนำในเรื่องการขอเครื่องหมาย อย. และยกระดับเป็นสินค้าโอท็อป 5 ดาว เพื่อสร้างความเชื่อถือให้ผู้บริโภคจนผลิตภัณฑ์สับปะรดกวนมะพร้าวอ่อนเป็นที่นิยมมาถึงวันนี้
 
 
 
 
 
------------------------
 
(ทำมาหากิน : สับปะรดกวนมะพร้าวอ่อน สูตรเฉพาะ 'บ้านห้วยหินเพลิง' : โดย...กัมปนาท ขันตระกูล)