ไลฟ์สไตล์

เตือนภัยช่วงปิดเทอม...โรคไข้สมองอักเสบ

เตือนภัยช่วงปิดเทอม...โรคไข้สมองอักเสบ

17 มี.ค. 2558

ดูแลสุขภาพ : เตือนภัยช่วงปิดเทอม...โรคไข้สมองอักเสบ

 
                        โรคไข้สมองอักเสบเจอี เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Japanese encephalitis  (JE) เรียกว่า Japanese เนื่องจากพบการระบาดครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ในปัจจุบันพบโรคนี้ในประเทศแถบเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตอนบนของทวีปออสเตรเลีย ส่วนประเทศไทยพบได้ทุกภาค และพบมากที่สุดในภาคเหนือและภาคตะวันออกฉียงเหนือ ส่วนมากเป็นผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณชานเมืองในบริเวณที่มีการเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะสุกร ตามท้องไร่ท้องนา ตามแหล่งชนบทเป็นพื้นที่เหมาะแก่การแพร่พันธุ์เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝน ประมาณเดือนมิถุนายนถึงกันยายน โรคไข้สมองอักเสบเจอีนี้ เป็นได้ทุกเพศทุกวัยแต่จะพบมากที่สุดในเด็กอายุ 5-9 ปี 
 
                        โดยมียุงรำคาญเป็นพาหะนำโรค และสุกรเป็นรังของโรคที่สำคัญ เมื่อยุงไปกัดสุกรที่มีเชื้อไวรัสในกระแสเลือด ไวรัสจะเพิ่มจำนวนขยายตัวในต่อมน้ำลายยุง และถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดขณะยุงกัดคน เมื่อยุงไปกัดคนที่ไม่มีภูมิต้านทานโรค คนก็จะได้รับเชื้อไวรัสและเกิดการระบาดอย่างรวดเร็ว การระบาดของโรคมักเกิดกับสุกรก่อนที่จะมาสู่คน เชื้อเจอียังอาศัยอยู่ในสัตว์ปีก สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ป่า สัตว์เลี้ยงอื่นได้ เช่น แพะ แกะ ลา หนู นก ค้างคาว ไก่ เป็ด โดยไม่ทำให้สัตว์มีอาการผิดปกติ จึงเป็นแหล่งกระจายเชื้อซึ่งระบาดในท้องถิ่น โรคนี้มีระยะฟักตัว 1-2 สัปดาห์หลังถูกยุงกัด ผู้ติดเชื้อไวรัสส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ จะมีเพียง 1 ใน 300 คนเท่านั้นที่จะแสดงอาการออกมาและหากมีอาการทางสมองแล้วมีโอกาสเสียชีวิตประมาน 10-20% หรือถ้าหากไม่ถึงขั้นเสียชีวิตแต่หลังหายจากโรคแล้ว 60 % จะมีอาการทางสมองและระบบประสาทเหลืออยู่ เช่น อัมพาต ความจำเสื่อม โรคลมชัก นับว่าโรคนี้มีความสำคัญและรุนแรงที่สุดในบรรดาโรคไข้สมองอักเสบที่เกิดจากไวรัสที่มียุงเป็นพาหะ เนื่องจากโรคนี้ไม่มียารักษาจำเพาะแต่ป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน
 
                        อาการของโรค ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและคอแข็ง ต่อมาจะมีอาการปวดศีรษะมากขึ้น มีอาการคลื่นไส้อาเจียนมาก เบื่ออาหาร พูดลำบาก ตราพร่า กลัวแสง พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง กระวนกระวาย อาจมีกล้ามเนื้อกระตุกเป็นบางส่วน มือเท้าเกร็งหรือชัก บางรายอาจเป็นอัมพาตที่กล้ามเนื้อลูกตาหรือกล้ามเนื้อแขนขา ผู้ป่วยมักมีอาการซึมมากในระยะ 24-48 ชั่วโมง ในรายที่มีอาการรุนแรงจะไม่รู้สึกตัวและทำให้เสียชีวิตได้ ระยะของโรคประมาณ 4-7 สัปดาห์ วินิจฉัยจากอาการทางคลินิกร่วมกับการเจาะน้ำไขสันหลังตรวจหาเชื้อ
 
                        พญ.กรุณา อธิกิจ อายุรแพทย์ โรงพยาบาลปิยะเวท กล่าวว่า เป็นที่น่าเสียดายเพราะการรักษาไม่มียารักษาโดยตรง แพทย์จะให้การรักษาแบบประคับประคองตามอาการ เช่น ให้ยาลดไข้ ให้น้ำเกลือ เจาะคอในรายที่หมดสติหรือมีเสมหะมาก ให้อาหารทางสายยาง ให้ยากันชักหรือยาสเตอรอยด์ ทั้งนี้ ผลของการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคด้วย การป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจอี คือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับโรค โดยควรกำจัดยุงและแหล่งเพาะพันธ์ยุง ระวังอย่าให้โดนยุงกัด ซึ่งจะออกหากินในเวลาพลบค่ำถึงกลางคืน โดยทายากันยุง นอนกางมุ้ง หรือติดมุ้งลวดในบ้าน ไม่ควรเลี้ยงสุกรในบริเวณใกล้บ้านที่อยู่อาศัย และที่สำคัญที่สุดคือการฉีดวัคซีน
 
                        อย่างไรก็ตามการป้องกันไว้ก่อนเป็นสิ่งที่ดี เพราะโรคนี้รักษายาก การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แนะนำให้เด็กไทยทุกคนป้องกันไข้สมองอักเสบเจอี เนื่องจากประเทศไทยเป็นพื้นที่ระบาดของไข้สมองเจอี โดยฉีดใต้ผิวหนังในเด็กอายุมากกว่า 1 ปี รวมทั้งแนะนำให้ฉีดวัคซีนสำหรับผู้ต้องเดินทางเข้าไปในพื้นที่ระบาดของโรคตั้งแต่ 30 วันขึ้นไป โดยเป็นผู้ที่ไม่น่าจะมีภูมิต้านทาน เช่น ผู้ที่อยู่แต่ในเมือง ไม่เคยอาศัยอยู่ในชนบท ชาวต่างประเทศที่เดินทางมาไทย พื้นที่ระบาดได้แก่ ชนบทที่มีทุ่งนาทุกแห่ง โดยเฉพาะหน้าฝน โดยแพทย์จะฉีดวัคซีนไข้สมองอักเสบเจอีให้ 1-2 เข็ม ก่อนเดินทางหนึ่งเดือน