ไลฟ์สไตล์

สอบ'หมอณรงค์'ไม่ร่วมมือ'รมว.สธ.'

สอบ'หมอณรงค์'ไม่ร่วมมือ'รมว.สธ.'

16 มี.ค. 2558

'ยงยุทธ' สั่งสอบ 'หมอณรงค์' ไม่ร่วมมือ 'รมว.สธ.' บุคลากรแต่งดำ รพ.ขึ้นป้ายสานต่องานปลัดสธ. ทหารร้องขอให้ปลด 'สุวพันธุ์' ให้ช่วยงานยุทธศาสตร์สุขภาพแห่งชาติ

 
                        16 มี.ค. 58  ที่อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ศ.ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ว่า ได้ลงนามในคำสั่งตั้งคณะกรรมการมาหลายวันแล้ว โดยมี น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน และคณะกรรมการสอบสวนอีก 3 - 4 คน จากนอกวงการสาธารณสุข สำหรับประเด็นในการสอบสวน เป็นการสอบสวนในเรื่องการทำงานที่ไม่ลงรอยกัน เรื่องไม่ให้การร่วมมือทำตามนโยบายของรัฐมนตรี รวมถึงเรื่องไม่ชอบมาพากลต่างๆ ที่ นพ.ณรงค์ ได้กล่าวหาด้วย เพื่อให้มีความแน่ชัด เมื่อทราบผลแล้ว จะดำเนินการตัดสินใจอย่างไรต่อไป ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของคณะกรรมกรรมสอบสวน
 
                        ต่อข้อถามว่า เรื่องไม่ชอบมาพากลนั้น หมายถึง คณะกรรมการจะสอบสวนไปถึงเรื่องของการบริหารโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง ด้วยหรือไม่ ศ.ดร.ยงยุทธ กล่าวว่า มิได้ แต่เป็นการสอบในสิ่งที่ นพ.ณรงค์ พูด ส่วนคณะกรรมการฯ จะสอบหรือไม่อย่างไร อยู่ที่การพิจารณา
 
                        "ยืนยันว่า การตั้งคณะกรรมการสอบสวนครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งข้าราชการประจำ แต่เป็นเรื่องที่ต้องสอบสวน เพราะปลัดเป็นข้าราชการอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นต้องให้ความร่วมมือในการทำงาน ส่วนระยะเวลาในการสอบสวน ได้กำชับว่าให้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด แต่จะเร่งรัดคณะกรรมการมากก็ไม่ได้"
 
                        ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการนัดแต่งดำของบุคลากรสาธารณสุข ตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ ได้มีการพร้อมใจขึ้นป้ายเพื่อให้กำลังใจ นพ.ณรงค์ อาทิ โรงพยาบาลปทุมธานี จ.ปทุมธานี โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี โรงพยาบาลสุรินทร์ จ.สุรินทร์ โรงพยาบาลแพร่ จ.แพร่ โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ โรงพยาบาลแม่สอด จ.ตาก ซึ่งได้มีการโพสต์ภาพในเฟซบุ๊ก 'เครือข่ายบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข' ทั้งนี้ สำหรับเนื้อหาป้ายเพื่อให้กำลังใจปลัดสธ.นั้น เช่น เราจะสานต่องานและเป็นกำลังใจให้ท่าน นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ , ถ้าประเทศไทยไม่มีธรรมาภิบาล ข้าราชการและประชาชนจะอยู่อย่างไร เป็นต้น
 
                        พญ.ประชุมพร บูรณ์เจริญ ที่ปรึกษาสมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป (สพศท.) กล่าวว่า ขณะนี้ตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ เริ่มมีการแต่งชุดดำ และขึ้นป้ายกันแล้ว และในส่วนของโรงพยาบาลสุรินทร์ ที่ตัวเองทำงานอยู่นั้น จะขึ้นป้ายในช่วงบ่าย โดยการแต่งชุดดำนั้น เพื่อไว้อาลัยที่กระทรวงสาธารณสุขไม่มีธรรมาภิบาล และไว้อาลัย รมว.สาธารณสุข และ รมช.สาธารณสุข ที่ทั้ง 2 ได้ตายไปจากหัวใจชาวสาธารณสุขแล้ว ที่ทำแบบนี้กับชาวสาธารณสุข อย่างไรก็ตาม สำหรับการร่างหนังสือเพื่อยื่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นั้น ยังติดอยู่ที่เนื้อหา แต่ภายในสัปดาห์นี้ จะสามารถยื่นหนังสือได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ทางประชาคมสาธารณสุข ก็ยังขอรอดูท่าทีการไปทำงานวันแรกของปลัดสธ. ที่สำนักนายกรัฐมนตรีก่อนว่าเป็นอย่างไร ไปปฏิบัติหน้าที่แล้วมีงานให้ทำหรือไม่ เนื่องจากพวกเราทุกคนเคารพในตัวของนายกฯ และอยากให้นายกฯ สนใจในปัญหาของพวกเราบ้าง
 
                        นพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ จักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ในวันที่ 16 มี.ค.นี้ ที่ โรงพยาบาลเริ่มมีการแต่งชุดดำมาทำงานกันแล้ว และจะแต่งดำจนถึงวันที่ 31 มี.ค. โดยการแต่งดำจะเป็นการแต่งตามความสมัครใจ และนอกจากการแต่งชุดดำแล้ว ที่โรงพยาบาลยังมีการขึ้นป้ายใน 2 เรื่อง คือ ธรรมาภิบาล และเรื่องสนับสนุนการทำงานของ ปลัดสธ. ซึ่งเป็นในแนวทางที่เหมือนกันทั้งประเทศ แต่เมื่อครบกำหนดแต่งดำแล้ว จะดำเนินการเรื่องใดต่อไปนั้น ชาวสาธารณสุขต้องมาหารือกันก่อน เพื่อทำพร้อมๆ กันทั้งประเทศ เนื่องจากพวกเราต้องการแสดงให้เห็นว่าพวกเรามีเอกภาพ ไม่ใช่เป็นความต้องการของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความต้องการของชาวสาธารณสุขทั้งหมด
 
                        ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยัง นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะรักษาการปลัดสธ. เพื่อสอบถามถึงการเตรียมพร้อมกรณีการขึ้นป้ายและแต่งดำ แต่ไม่สามารถติดต่อได้
 
                        ด้าน นพ.วิชัย โชควิวัฒน กรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) สัดส่วนผู้แทนองค์กรเอกชนด้านผู้สูงอายุ เปิดเผยถึงกรณี ป.ป.ท.ตรวจสอบ สปสช.ตามข้อร้องเรียนต่างๆ อาทิ การเอื้อประโยชน์พวกพ้อง การจ่ายเบี้ยประชุมจำนวนมาก และการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ 30 บาทรักษาทุกโรค ไม่มีประสิทธิภาพ ว่า เกิดคำถามว่า ป.ป.ท. มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบ สปสช. หรือไม่ เพราะ สปสช. ถูกตรวจสอบโดยตรงจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) อยู่แล้ว จึงอยากฝากถามว่า ป.ป.ท.มีหน้าที่ตรงนี้ เพื่อให้ชัดเจน เพราะอย่างไรเสีย โดยกรรมการ สปสช. ยินดีให้ตรวจสอบหมด เพราะมีระเบียบรองรับ และทำงานมีขั้นตอน ตรวจสอบได้ เห็นได้จากที่ผ่านมา สตง.ได้มีการตรวจสอบทุกปี และได้เคยทักท้วง สปสช. กรณีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ที่ทำหน้าที่เป็น สปสช.สาขา ว่าอาจมีการดำเนินการที่ผิดระเบียบหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ สปสช.มีการชี้แจงแล้วว่า เป็นที่ความเข้าใจในเรื่องคำนิยามเงื่อนไขการใช้งบประมาณที่อาจแตกต่างกัน ซึ่ง สตง.ก็รับทราบ
 
                        ต่อกรณีมีข้อร้องเรียนว่า บอร์ด สปสช.มีการดำรงตำแหน่งซ้ำซ้อน เป็นทั้งกรรมการในบอร์ดหลัก และยังเป็นอนุกรรมการย่อยอีก นพ.วิชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่ดำเนินการได้ และทุกบอร์ดของทุกที่ ก็จะมีคณะอนุกรรมการ เพื่อทำงานเฉพาะ และในอนุกรรมการก็จะมีกรรมการในบอร์ดหลักมาดำรงตำแหน่ง ซึ่งตรงนี้ไปสอบถามกระทรวงไหนก็มีทั้งนั้น ส่วนที่ว่าบอร์ดมักเลือกกรรมการหน้าเดิมๆ นั้น ต้องบอกว่า การเลือกกรรมการล้วนเป็นดุลยพินิจของบอร์ดแต่ละท่าน เพราะกรรมการก็จะมีทั้งกรรมการโดยตำแหน่ง และกรรมการโดยการเลือกอีก
 
                        ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จะมีการหารือกันในบอร์ด สปสช.หรือไม่ว่า หากผลการตรวจสอบจาก ป.ป.ท.แล้วเสร็จ จะมีการร้องเรียนข้อหาที่ดูไม่มีน้ำหนักหรือไม่ นพ.วิชัย กล่าวว่า ไม่ทราบ เป็นเรื่องของบอร์ดในการพิจารณา
 
                        "ผมว่าเรื่องการตรวจสอบก็ให้เป็นไปตามระบบ ทั้งในส่วน ป.ป.ท. สอบ สปสช. หรือแม้แต่คณะกรรมการที่รองนายกรัฐมนตรี ตั้งมาตรวจสอบ นพ.ณรงค์ ซึ่งผมมองว่า การย้ายปลัดสธ.ไปทำงานที่สำนักนายกฯ ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และควรทำมานานแล้ว เพราะเราต้องยอมรับว่า ปัญหาที่ผ่านมา ก็มาจาก นพ.ณรงค์ ที่ไม่ยอมเดินหน้าตามนโยบายรัฐมนตรี และยังมีการดำเนินการที่ทำให้การทำงานต่างๆ ล่าช้า ยกตัวอย่างชัดเจนสุด คือ การออกหนังสือส่งมอบหน้าที่การขึ้นทะเบียนสิทธิ์ 30 บาทคืนให้ สปสช. ทั้งๆ ที่โรงพยาบาลทั้งหมดทำมาตลอด สิ่งเหล่านี้หากปล่อยไว้ย่อมส่งผลกระทบต่อประชาชนแน่นอน สุดท้ายก็ต้องมาหารือและตกลงกันจนให้ดำเนินการตามเดิม ถามว่าเสียเวลาหรือไม่ แทนที่จะเอาเวลาไปเดินหน้างานอื่นๆ"
 
                        ต่อข้อถามว่า จะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกองทุนบัตรทองด้วยหรือไม่ ศ.ดร.ยงยุทธ กล่าวว่า มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงข้อมูลหลักประกันสุขภาพ ที่มี ศ.อัมมาร สยามวาลา เป็นประธานอยู่แล้ว ซึ่ง นพ.ณรงค์ ก็ไม่ให้ความร่วมมือในการดำเนินการดังกล่าว
 
                        เมื่อถามว่า คณะกรรมการดังกล่าวเป็นการสอบสวนเรื่องโรงพยาบาลขาดทุน แต่ไม่ได้สอบเรื่องการบริหารจัดการของกองทุนบัตรทอง ศ.ดร.ยงยุทธ กล่าวว่า เท่าที่ทราบนั้น สปสช. มีคณะกรรมการตรวจสอบการบริหารงานอยู่แล้ว เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งที่ผ่านมา ก็ไม่เห็นมีประเด็นอะไรเป็นเรื่องใหญ่ ที่ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนอีก ซึ่งสิ่งที่พบ พบเพียงการใช้เงินผิดวัตถุประสงค์เล็กน้อย เป็นเงินจำนวนไม่มาก
 
 
 
'แม่สอด' แต่งดำ-ขึ้นป้ายให้กำลังใจ 'หมอณรงค์'
 
 
                        ที่โรงพยาบาลแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ได้มีแพทย์ และพยาบาล บุคลากร แต่งกายด้วยชุดสีดำ รวม 50 คน นำโดยนายแพทย์สมยศ กรินทราทันต์ รองผู้อำนวยการด้านพัฒนาระบบ และบริการสุขภาพ โรงพยาบาลแม่สอด พากันไปรวมตัวกันที่ห้องโถง ตึกผู้ป่วยนอก โดยถือป้ายที่มีข้อความว่า 'เราจะสานต่องาน และให้กำลังใจนายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข ที่ถูกย้ายไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี' โดยการเคลื่อนไหวดังกล่าว ใช้เวลาราว 20 นาที จากนั้นจึงไปทำงานตามปกติ
 
                        นายแพทย์สมยศ กล่าวว่า การโยกย้ายนายแพทย์ณรงค์ ไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะนายแพทย์ณรงค์ เป็นผู้ที่มุ่งมั่นทำงาน และได้ทำงานด้วยกระบวนการธรรมาธิบาล ตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่ผ่านมา และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น
 
                        "รัฐมนตรีคนใหม่ มาจากสายของนักวิชาการ อาจจะยังไม่เข้าใจปัญหากระทรวงสาธารณสุขมีอะไรบ้าง และระบบการพัฒนาควรเป็นอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องการกระจายเงินเข้าไปสู่การรักษาประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ที่ไม่ทัดเทียมกัน มีการโยกย้ายเงินจากกองทุนต่างๆ จำนวนมากไปใช้ในที่ไม่ถูกทาง เงินไม่ถึงหน่วยบริการ ทำให้โรงพยาบาลไม่มีเงินเพียงพอที่จะรักษาประชาชน จึงเกิดการขัดแย้ง เพราะนายแพทย์ณรงค์ พยายามปฏิรูปเรื่องนี้ขึ้นมา"
 
                        นายแพทย์สมยศ กล่าวว่า มีผู้ติดต่อทางรัฐมนตรี เพื่อให้หาทางกดดันนายแพทย์ณรงค์ ให้พ้นทาง เพื่อให้ระบบงานเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกย้ายไป ก็ขอให้กำลังใจ และยังหวังว่า นายแพทย์ณรงค์ จะกลับมาอีก
 
 
 
ทหารขอร้องปลดป้ายหนุน 'หมอณรงค์'
 
 
                        นพ.ทรงวุฒิ หุตามัย นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า ในวันนี้ได้ขึ้นป้าย เขียนว่า 'จะสานต่องาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์' และ 'ถ้าประเทศไทย ไม่มีธรรมาภิบาล แล้วข้าราชการและประชาชนจะอยู่อย่างไร' เพื่อเป็นการสะท้อนความรู้สึกที่มีต่อการย้าย นพ.ณรงค์ และสะท้อนว่า สิ่งที่รัฐมนตรีและคณะทำนั้น ไม่ถูกต้อง โดย รพ.อ่างทอง ก็ได้ขึ้นป้ายแบบเดียวกัน ซึ่งได้นำป้ายขึ้นเวลา 09.00 น. ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ทหาร 10 นาย ได้เดินทางมาที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และขอร้องให้นำป้ายลง จึงได้เชิญนายทหารที่เดินทางมาพูดคุยกันในห้องประชุม และเพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย จึงได้นำป้ายลง และมอบให้เจ้าหน้าที่ทหารไป อย่างไรก็ตาม มีความเข้าใจการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหาร แต่ก็ยืนยันว่า สิ่งที่ทำนั้นเป็นเพียงการสะท้อนความรู้สึกของข้าราชการ ไม่ได้มีการต่อต้านรัฐบาลแต่อย่างใด
 
 
 
มอบ 'หมอณรงค์' ช่วยงานยุทธศาสตร์สุขภาพแห่งชาติ
 
 
                        เมื่อเวลา 15.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเดินทางเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ของ นพ.ณรงค์ ตามคำสั่งให้มาช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ว่า ทราบว่าได้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่แล้ว โดยใช้สถานที่ของอาคารสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เป็นสถานที่ทำงาน เช่นเดียวกับที่บุคคลที่ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้มอบหมายให้มาช่วยงานวิชาการด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านสุขภาพแห่งชาติ