ไลฟ์สไตล์

คมเลนส์ส่องพระวันเสาร์ที่14มีนาคมพ.ศ.2558

คมเลนส์ส่องพระวันเสาร์ที่14มีนาคมพ.ศ.2558

14 มี.ค. 2558

คมเลนส์ส่องพระวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2558 : แล่ม จันท์พิศาโล

              ••• คมเลนส์ส่องพระ มาถึงกลางเดือนมีนาคม ๒๕๕๘ แล้ว อากาศก็ร้อนตามฤดูกาล อย่าไปคิดอะไรมาก คิดไปก็ไม่หายร้อน พาลจะเครียดเปล่าๆ มาติดตามความเคลื่อนไหวในวงการพระเครื่องกันดีกว่า

              •• ว่างเว้นไม่ได้ขึ้นไปเยี่ยมคารวะท่านเจ้าของแชมป์ “แฟนพันธุ์แท้” พระเครื่อง คนแรก ป๋อง สุพรรณ ยังขยันหาพระเข้าร้านเป็นว่าเล่น ฝากภาพมาคราวนี้ถึง ๕ องค์ ล้วนเป็นพระหลักยอดนิยมทั้งนั้น พร้อมกับความคิดดั้งเดิมที่ตั้งใจให้ท่านผู้อ่าน คมเลนส์ส่องพระ ได้ชมภาพเป็นวิทยาทาน เพียงแห่งเดียวที่นี่เท่านั้น องค์แรกวันนี้ คือ พระสมเด็จเกศไชโย วัดไชโยวรวิหาร อ.ไชโย จ.อ่างทอง เป็นพระเครื่องที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ได้ตั้งใจสร้างขึ้น เพื่อบรรจุในองค์ พระหลวงพ่อโต (พระมหาพุทธพิมพ์) ที่ท่านได้สร้างขึ้นในสมัย รัชกาลที่ ๔ ประมาณปี ๒๔๐๐-๒๔๐๕ ซึ่งขณะนั้นท่านยังดำรงสมณศักดิ์ที่ พระเทพกวี…ตามประวัติของ วัดไชโยวรวิหาร ที่ลงไว้ในเว็บ (http://www.watchaiyo.com/) บันทึกส่วนหนึ่งว่า...สมเด็จโต ได้สร้างพระพุทธรูปนี้ขึ้น ๒ คราวด้วยกัน คราวแรกสร้างเป็นพระพุทธรูปนั่งขนาดใหญ่โตมาก ใช้วิธีก่ออิฐสอดิน แต่ได้พังทลายลง ครั้งที่ ๒ ก็เช่นกัน โดยได้ลดขนาดให้เล็กลงกว่าครั้งแรก ครั้งนี้ก่อได้สำเร็จ ไม่สู้ประณีตเกลี้ยงเกลานัก เป็นพระพุทธรูปนั่งขัดสมาธิ ปูนขาว ไม่ได้ปิดทอง นั่งอยู่กลางแจ้ง มองเห็นได้จากที่ไกล

              …ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ เจ้าพระยารัตนบดินทร (บุญรอด กัลยาณมิตร) เป็นแม่กองปฏิสังขรณ์วัดไชโยทั้งพระอาราม เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๐ มีการกระทุ้งรากพระวิหาร จนพระพุทธรูปองค์ใหญ่ทนแรงกระเทือนไม่ไหว ได้พังลงมาอีก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับสร้างพระพุทธรูปใหม่ เป็นของหลวง ทดแทนพระพุทธรูปที่ สมเด็จโต...ได้สร้างไว้ ขนาดหน้าตักกว้าง ๘ วา ๖ นิ้ว สูงสุดถึงยอดพระรัศมี ๑๑ วา ๑ ศอก ๗ นิ้ว…พระราชทานพระนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า พระมหาพุทธพิมพ์…ฯลฯ...สำหรับ พระพิมพ์สมเด็จ ที่ สมเด็จโต ได้สร้างและบรรจุไว้นั้น สันนิษฐานว่า ได้มาจากการที่พระพุทธรูปองค์ใหญ่ได้เกิดพังลงมานั่นเอง...มีหลายพิมพ์ ที่นิยมกันในวงการพระเครื่อง คือ พิมพ์ฐาน ๖ ชั้น และ ๗ ชั้น ซึ่งเป็นพิมพ์นิยม เอกลักษณ์สำคัญของ พระสมเด็จเกศไชโย คือ มีขอบซ้อนกัน ๒ ชั้น ที่เรียกว่า ขอบกระจก ขอบทุกด้านลบคม อกเป็นร่อง หูยาวกางออก (หูบายศรี) พระเกศยาวจรดซุ้ม ปลายเส้นฐานทั้ง ๒ ด้านแหลม ฯลฯ องค์ในภาพนี้ คือ พิมพ์ใหญ่ ฐาน ๗ ชั้น พิมพ์นิยม

              •• องค์ต่อไป พระผงของขวัญ หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ รุ่น ๓ พระรุ่นนี้ หลวงพ่อสด ได้สร้างขึ้นจำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์ ท่านได้ทำพิธีอธิษฐานจิต เมื่อปี ๒๔๙๙ จนตลอดอายุขัยของท่าน (มรณภาพ ปี ๒๕๐๒) พระผงของขวัญ รุ่นนี้ หลวงพ่อสด ไม่ได้แจกในสมัยท่าน เนื่องจาก พระรุ่น ๒ ยังมีเหลืออยู่ ต่อมาทางวัดได้นำ พระรุ่น ๓ ออกให้เช่าบูชาในปี ๒๕๐๕ จนถึงปี ๒๕๑๔ พระรุ่น ๓ จึงหมดลง พระผงของขวัญ รุ่น ๓ มี ๒ พิมพ์หลัก คือ พิมพ์ตื้น ใช้แม่พิมพ์เดิม และ พิมพ์ลึก ใช้พิมพ์เดิมแต่งขึ้นใหม่ มีอย่างละ ๑๐ แม่พิมพ์ องค์ในภาพนี้เป็น พระผงของขวัญ รุ่น ๓ พิมพ์ที่ ๒ พิมพ์ลึก หรือ พิมพ์นูน ลักษณะสำคัญ คือ เส้นขีดข้างองค์พระ (เส้นม่าน) คู่ล่างซ้ายจะเป็นเส้นคู่ติดกัน, ปากหนา คล้ายซ้อนกัน ปลายงอนขึ้นเล็กน้อย, มือขวาขององค์พระชิดสังฆาฏิ, ฐานเป็นบัว ๒ ชั้น เส้นกลางฐานมีลักษณะกลมใหญ่ ฯลฯ องค์ในภาพนี้เป็นพระของ นพ.ภาณุเมศ ศรีสว่าง อาจารย์แพทย์ผู้ชำนาญโรคหัวใจ โรงพยาบาลสวนดอก เชียงใหม่ ผู้มีความศรัทธาเลื่อมใสใน หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ อย่างสูง

              •• พระหลวงพ่อทวด ปั๊ม หลังหนังสือ พิมพ์เล็ก ว จุด ปี ๒๕๐๕ องค์นี้วงการเรียกว่า พิมพ์หูกาง จัดเป็นพิมพ์นิยมอีกพิมพ์หนึ่งที่เช่าหาในราคาสูง องค์นี้มีสภาพสวยเดิมๆ ผิวรมดำเก่าตามอายุ คมชัดทุกซอกมุม เจ้าของพระ อัครวินท์ กาญจน์ธนภักดี เป็นพระบ้านผู้อ่านส่งภาพมา •• ในยุทธจักรของ พระปิดตาสายใต้ ต้องยกให้ พระปิดตา พ่อท่านมุ่ย วัดป่าระกำเหนือ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช รวมอยู่ด้วยท่านหนึ่ง ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการเขียนผงลบผง ที่เรียกว่า “ผงปถมัง” สำหรับสร้าง พระปิดตาเนื้อผงพุทธคุณ ด้วยกรรมวิธีที่พิถีพิถันทุกขั้นตอน เป็นกรรมวิธีแบบโบราณ โดยการจัดหา น้ำนมควาย มาเคี่ยวในกระทะบนก้อนเส้า (หิน ๓ ก้อน) แทนเตา ใช้ไม้ฟืนที่เป็นไม้มงคล กระทะ ไม้พาย ก้อนเส้า ไม้ฟืน ทุกอย่างต้องลงอักขระเลขยันต์หมด ในขณะที่เคี่ยวน้ำนมควายนั้น ท่านจะบริกรรมคาถาตลอดเวลา เมื่อได้ผงพุทธคุณตามสูตรครบถ้วนทุกอย่างแล้ว ท่านจะนำมวลสารนั้นมาสร้างเป็นพระเครื่อง มีทั้ง พระปิดตา เนื้อผงปถมัง และ พระประทานพร (แจกผู้หญิง) ผู้ที่ได้รับพระเครื่องของท่านต่างรู้ดีว่า ของท่านนั้นดีแค่ไหน ล้วนแต่มีประสบการณ์มากมายหลายด้าน จนเลื่องลือกันว่า เป็นสุดยอดของ พระปิดตาเมืองใต้ ที่โด่งดังอย่างกว้างไกล องค์ในภาพนี้เป็น พระปิดตาพิมพ์ใหญ่ ของ ไพฑูรย์ สุดฝ้าย หรือที่รู้จักกันในนาม คอท่อม ทัพพระราม ดาวรุ่งพระสายใต้ที่มาแรงสุดๆ ในชั่วโมงนี้

              •• ในบรรดาพระเครื่องของ หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม ที่นิยมกันอย่างกว้างขวาง รุ่นหนึ่ง คือ พระรูปเหมือน เนื้อดิน ปี ๒๕๐๕ รุ่น “สร้างกุฏิ” พิมพ์ทรงสามเหลี่ยม มีซุ้มแบบพระพุทธชินราช ที่ท่านได้จัดสร้างมาก่อน ด้านหลังใช้ยันต์ประจำตัวท่าน เป็นตัวจมลงในเนื้อพระ ด้านล่างมีตัวหนังสืออ่านว่า “หลวงพอเงิน” (ไม่มีไม้เอก) เป็นเจตนาของท่านที่ต้องการให้ลูกศิษย์และผู้ที่เคารพศรัทธาท่าน ได้มีเงินทองมากพอเพียงแก่การใช้จ่าย คือ “ไม่จน” นั่นเอง องค์นี้เป็นพระของ จิมมี่ ลานโพธิ์ นักเขียนเซียนพระคนรุ่นใหม่ไฟแรง ขณะนี้ได้เปิดตู้พระขึ้นอีกแห่งที่ ศูนย์พระเครื่องท่ามหาราช ติดแม่น้ำเจ้าพระยา (ใกล้กับสนามพระท่าพระจันทร์) สถานที่โอ่โถง ติดแอร์ทั้งชั้น มีที่จอดกว่า ๒๐๐ คัน โทร.๐๘-๑๖๑๓-๔๗๒๑ ศูนย์พระแห่งใหม่นี้ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๘ ที่ผ่านมา ประสานงานโดย ศุภชัย เรืองสรรงามสิริ (ตี๋เหล้า ท่าพระจันทร์) เน้นคุณภาพของร้านพระตู้พระทุกเจ้าเป็นสำคัญ โดยเฉพาะในเรื่องของ พระแท้ ต้องมาก่อน

              •• หลวงปู่จื่อ พันธมุตโต อายุ ๗๓ ปี เจ้าอาวาสวัดเขาตาเงาะอุดมพร บ้านหัวหนอง ต.หนองบัวระเหว อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ เป็นพระคณาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน ศิษย์ หลวงพ่อผาง วัดป่าอุดมคงคาคีรีเขต อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น หลวงปู่จื่อ เป็นพระป่าที่มีปฏิปทาน่าเคารพศรัทธาเลื่อมใส มีลูกศิษย์ทั่วประเทศ และเป็นพระอริยสงฆ์ที่ ป๋อง สุพรรณ เซียนพระชื่อดัง ให้ความเคารพนับถือมาก ถึงกับรวบรวมปัจจัยกับเพื่อนๆ ซื้อที่ดินถวาย วัดเขาตาเงาะอุดมพร มูลค่ากว่า ๒.๕ ล้านบาท และในปีนี้ ป๋อง สุพรรณ ได้ขออนุญาตจัดสร้าง เหรียญหลวงปู่จื่อ รุ่น “เศรษฐีอมต” ๓ พิมพ์ เป็นเหรียญรูปเหมือน ๒ พิมพ์ และเหรียญพระนาคปรก ๑ พิมพ์ ออกแบบและผลิตโดย รศ.ดร.สุวัฒน์ แสนขัติยรัตน์ ศิลปินพุทธศิลป์ เปิดจองไปแล้ว โดยมีผู้สนใจสั่งจองอย่างล้นหลาม สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.๐-๒๙๕๒-๕๙๙๗ •• ขอขอบพระคุณ ทุกท่านที่ได้ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาโดยตลอด พบกันใหม่ในวันพรุ่งนี้...นะมัสเต •••