ไลฟ์สไตล์

ตามรอยพระราชา 'โครงการพลังปัญญา'

ตามรอยพระราชา 'โครงการพลังปัญญา'

12 มี.ค. 2558

ตามรอยพระราชา 'โครงการพลังปัญญา' ประยุกต์ศก.พอเพียงในชีวิตประจำวัน : โดย...ฉัตรสุดา สุวรรณจตุพร

 
                         “โครงการพลังปัญญา” นำโดยมูลนิธิมั่นพัฒนา กองทัพบก เอสซีจี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติและหอการค้าไทย ร่วมจัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชนในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เกิดพลังปัญญา มีความคิดเป็นเหตุเป็นผล ส่งเสริมความคิดนอกกรอบ พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน แก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวเอง และสามารถนำไปถ่ายทอดให้แก่ชุมชนเครือข่าย 
 
                         จากการคัดเลือกผู้ที่สนใจเข้ามาอบรม ครั้งนี้เป็นการอบรมครั้งที่ 5 ในหัวข้อหลักสูตร การสร้างสมดุลชีวิต ในแนวคิด การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรตามแนวทางศาสตร์พระราชา ทั้งด้านพระราชกรณียกิจ และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ณ ค่ายกาวิละ ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยมุ่งเน้นให้เกษตรกรมีการคิดวิเคราะห์จากพระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อที่จะสามารถปรับเปลี่ยนวิธีคิด  สามารถพัฒนาขยายสิ่งต่างๆ กับความรู้ที่มีเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและนำไปสู่ความยั่งยื่น
 
                         อ.พีรพงษ์ กลิ่นละออ วิทยากรประจำโครงการเผยว่าหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักหนึ่งที่นำมาใช้ในวงกว้างทั้งทางด้านการเกษตร เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับประชาชนทุกระดับ ทั้งระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กร และระดับประเทศได้ ทุกคนจึงมีสิทธิ์ในการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นำไปสู่การมีชีวิตที่พอเพียงและยั่งยืน ให้อยู่ภายใต้กรอบ 3 ห่วง 2 เงื่อน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้สอนให้ทุกคนต้องมีเท่าๆ กัน พอเพียงในปริมาณที่เท่ากัน แต่สอนให้ทุกคนรู้จักพอเพียงโดยที่ไม่ลำบากตนเองและผู้อื่น 
 
                         “จุดมุ่งหมายของการอบรมครั้งสุดท้ายนี้เป็นการรวบรวมความรู้ทั้งหมดที่อบรมให้สามารถพัฒนาตนเอง ครอบครัว และอาชีพ นำมาปรับใช้ ก้าวไปสู่ความมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กรอบแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงโดยครั้งนี้จะเป็นการให้ผู้เข้าร่วมทำความเข้าใจและออกความคิดเห็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง ส่วนใหญ่ผู้มาเข้าร่วมเป็นเกษตรกร การที่จะมาปรับเปลี่ยนแนวคิดเป็นสิ่งที่ยากมาก จึงต้องค่อยๆ ปรับความคิดเพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้นโดยอยู่บนพื้นฐานความรู้ ไม่มีสิ่งใดเป็นไปไม่ได้”
 
                         วิทยากรคนเดิมย้ำด้วยว่าการอบรมมีการให้เล่นเกมและทำกิจกรรมเพื่อให้เห็นแนวคิดของเกษตรกรว่ามีแนวคิดอย่างไรเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรกรเองมีความเข้าใจในเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน และถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้นจะมีแนวทางในการแก้ไขได้อย่างไร เพราะหลักการในการทำเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้มีแบบเดียว ต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยและสถานการณ์ในเวลานั้นอีกด้วย
 
                         ขณะที่ภัทธา ตนะทิพย์ ผู้นำสตรี หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบของ จ.แพร่ ต.แม่พุง อ.วังชิ้น หนึ่งในผู้เข้ารวมอบรมกับโครงการพลังปัญญา ยอมรับว่าหลังจากเข้ารับการอรบรมครบทั้ง 5 ครั้งแล้ว ทำให้มีแนวคิดใหม่ๆ ในการทำการเกษตรมากขึ้น พบว่าการทำเศรษฐกิจพอเพียงไม่จำเป็นต้องทำน้อยๆ แต่ทำเท่าที่กำลังของเราจะทำได้ ไม่เดือดร้อน สามารถขยายงานได้ แต่ไม่จำเป็นต้องไปกู้หนี้ยืมสิ้นมาก จนทำแล้วไม่พอจะจ่ายหนี้ได้ ครอบครัวไม่เดือดร้อน 
 
                         "หลังจากมาอบรมครั้งนี้เข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับการตลาด การจัดการ เศรษฐกิจพอเพียง และการพัฒนาผลิตภัทณ์จากที่ตนเองมีอยู่ เพื่อนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มเสริมรายได้ หลังจากการเข้ารับการอบรมได้นำความรู้ไปเผยแพร่แก่เกษตรกรในหมู่บ้านประมาณ 50 คน ให้เกษตรกรได้มีความรู้มากขึ้น มองเห็นแนวทางในการทำการเกษตร และสามารถนำเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ให้เกิดความยั่งยืน”
 
                         นับเป็นอีกก้าวของโครงการพลังงานปัญญาในการถ่ายทอดองค์ความรู้เศรษฐกิจพอเพียงสู่เกษตรกรเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป
 
 
 
 
 
--------------------------
 
(ตามรอยพระราชา 'โครงการพลังปัญญา' ประยุกต์ศก.พอเพียงในชีวิตประจำวัน : โดย...ฉัตรสุดา สุวรรณจตุพร)