ไลฟ์สไตล์

เรียนวิชาการเชื่อมต่ออาชีพสำเร็จการศึกษา-ไม่ตกงาน

เรียนวิชาการเชื่อมต่ออาชีพสำเร็จการศึกษา-ไม่ตกงาน

11 มี.ค. 2558

เรียนวิชาการเชื่อมต่ออาชีพ สำเร็จการศึกษา-ไม่ตกงาน

 
              “เด็กไทยจะเก่งได้ต้องมีคาแรกเตอร์เป็นของตนเองตั้งแต่ช่วงเรียน แล้วค่อยๆ ปรับปรุงพัฒนาทักษะต่างๆ เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างอาชีพ จึงจะเรียกได้ว่าเด็กมีความสำเร็จทางการศึกษา และไม่ตกงาน” ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวในเวทีเสวนาวิชาการ ในหัวข้อ “Work-basedLearning” ในงาน “10 ปี วิชาการ ปัญญาภิวัฒน์” ที่สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ร่วมมือกับภาคเอกชน คือ บริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างทวิภาคีในการบริหารจัดการอาชีวศึกษา โดยมีการจัดแสดงผลงานทักษะวิชาการของนักเรียนและกิจกรรมเสริมอีกมากมาย
 
              ดร.กฤษณพงศ์ ระบุด้วยว่า การเรียนในสายอาชีพ เป็นการเรียนที่เหมือนกับการเริ่มวางรากฐานในการพัฒนาเด็กเพื่อสู่การเป็นคนทำงานที่มีประสบการณ์ ดังนั้น ในหลักสูตรต่างๆ จำเป็นต้องให้ความสำคัญมากเพราะสายอาชีพ เรื่องทักษะกับการลงมือปฏิบัติจริงเป็นเรื่องหลักที่วิทยาลัยสายอาชีพต้องมี และจะเป็นพื้นฐานหรือรากฐานเพื่อให้เด็กก้าวสู่ความมั่นคงทางการงานในอนาคต
 
              ขณะที่ นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ ระบุว่า หลังจากปี 2547 บริษัทได้เริ่มต้นลงทุนด้านการศึกษาด้วยระบบทวิภาคีหรือการเรียนทฤษฎีควบคู่ไปกับการฝึกปฏิบัติงานภายใต้ชื่อ “วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์” ตามการส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคม โดยเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)ในสาขาวิชาธุรกิจค้าปลีก, สาขาวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง ได้ส่งเสริมนโยบายเพิ่มเติมแล้วสนับสนุนให้เด็กทำงานหารายได้ในวิทยาลัย เช่น กรณีการเรียนในสาขาธุรกิจค้าปลีกเรียน บริษัทได้ร่วมร่างหลักสูตร 3 เดือน สลับกับภาคปฏิบัติ 3 เดือน ให้เยาวชนศึกษาต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี ส่วนนี้ทำให้ลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองได้
 
              "ณภัทร เรืองโรจน์" นักศึกษา ปวช.ปี 3 สาขาวิชาไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เจ้าของโครงการเครื่องตรวจสอบพอร์ตเอาท์พุทเพาเวอร์ซัพพลายเรื่องโพส หรือการตรวจสอบระบบจ่ายไฟเครื่องคอมพิวเตอร์  เล่าว่า เขา และทีมงานได้ใช้เวลาในการศึกษาเทคโนโลยีดังกล่าวเพื่อนำมาใช้ในการตรวจสอบว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ใดมีระบบจ่ายไฟเสียหรือไม่ เพื่อนำมาติดตั้งในห้องเรียนและปรับใช้ทั่วไปในระบบห้องปฏิบัติการต่างๆ ที่มีการติดตั้งคอมพิวเตอร์ โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวใช้ตรวจสอบระบบไฟแล้วเสร็จได้ภายใน 3-6 นาที ซึ่งปัจจุบันได้ผลิตขายชิ้นละ 6,600 บาท และสร้างรายได้หลายบาทต่อชิ้นงาน ซึ่งมีบางบริษัทได้รับซื้อไปใช้บ้างแล้วสามารถประยุกต์ใช้ได้กับระบบคอมพิวเตอร์ร้านค้าทั่วไปและคอมพิวเตอร์สำนักงาน
 
              “ทุกวันนี้ใครๆ ก็ใช้คอมพิวเตอร์ หากเรามีเทคโนโลยีที่เสริมสร้างศักยภาพ ก็ช่วยให้เราสะดวกในการใช้งานคอมพิวเตอร์มากขึ้น นวัตกรรมสายอาชีพ ต้องปรับตัวเองให้เป็นคนคิดสร้างสรรค์ผลงานเรื่อยๆ จึงจะไปรอดในวิชาชีพ" ณภัทร กล่าว
 
              ที่ผ่านมา วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ได้ประสานความร่วมมือกับวิทยาลัยเทคโนโลยีอาชีวศึกษาเอกชน เปิดสอนหลักสูตร ปวช.สาขาธุรกิจค้าปลีก เพื่อขยายโอกาสผ่านการศึกษาสู่ชุมชนอย่างทั่วถึงเพื่อให้ผู้เรียนได้มีความรู้ในด้านการค้าปลีกอย่างครอบคลุมและครบวงจรมีความพร้อมและความสามารถเป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว อาทิ บัญชี การขายธุรกิจค้าปลีก คอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ ศิลปการขายการจัดแสดงสินค้า การบริหารงานคุณภาพและเพิ่มผลผลิต ขณะนี้ได้เปิดรับนักศึกษาใหม่จนถึงเดือนเมษายน 2558 ในสาขาธุรกิจค้าปลีกจำนวน 900 คน และสาขาช่างไฟฟ้ากำลัง รวม 950 คน สนใจศึกษาข้อมูลได้ที่ http://www.panyapiwat.ac.th