ไลฟ์สไตล์

เพลง นิทานและสื่อใหม่สำหรับเด็กและเยาวชน

เพลง นิทานและสื่อใหม่สำหรับเด็กและเยาวชน

08 มี.ค. 2558

ศิลป์แห่งแผ่นดิน : เพลง นิทาน และสื่อใหม่สำหรับเด็กและเยาวชน : โดย...ศักดิ์สิริ มีสมสืบ

 
           เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ผมได้รับชวนเชิญให้เข้าร่วมระดมสมอง"แนวทางการออกแบบสื่อเพลง นิทาน และสื่อใหม่สำหรับเด็กและเยาวชน" จัดโดยสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน  โดยผมถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเพลงเด็ก วิทยากรประจำกลุ่มผมคือ ดร.แพง ชินพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กปฐมวัยและดนตรีพัฒนาสมองเด็ก มี "ป้าพรรณ" พรพรรณ ชัยนาม เป็นผู้ดำเนินการ
 
           ผู้ร่วมพูดคุยสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดอีกสิบห้าคน มีทั้งนักแต่งเพลง คนทำดนตรี นักวิชาการ ครูบาอาจารย์และคุณพ่อคุณแม่ผู้ปกครอง
 
           ประธานเปิดงานคือ รศ.จุมพล รอดคำดี ประธานกรรมาธิการการปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาปฏิรูปแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งสมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน ท่านได้กล่าวเปิดงานด้วยเนื้อหาที่เราล้วนทราบกันดี ว่าสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งทางด้านเทคโนโลยี สื่อกลายเป็นแหล่งเรียนรู้แหล่งใหม่ที่สามารถกระตุ้นการรับรู้และดึงดูดความสนใจจากเด็กและเยาวชนได้อย่างมากจนเกิดปัญหาต่างๆ ตามมา
 
           ในวงสนทนาเราคุยกันถึงปัญหาเพลงเด็กมีจำนวนไม่มากพอ ไม่มีพื้นที่ในสื่อต่างๆ ทั้งสื่อวิทยุและโทรทัศน์ และที่สำคัญผู้ใหญ่ไม่ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นของเพลงเด็ก แม้แต่พ่อแม่ผู้ปกครอง รวมทั้งครูบาอาจารย์ กระทั่งโรงเรียนเวลาจัดกิจกรรมก็ยังเลือกใช้เพลงที่ไม่เหมาะสมกับวัย เนื้อหาที่ไม่สร้างสรรค์ไม่ส่งเสริมความคิดจินตนาการ ไม่ส่งเสริมอะไรเลยมีแต่ส่งไปลงหลุมดำอย่างว่า ในวงสนทนาถึงกับเอ่ยชื่อเพลงออกมาเลยเช่นเพลง "คันหู" เป็นต้น  ที่ครูจับเด็กอนุบาลตัวน้อยๆ มาแต่งชุดนุ่งน้อยห่มน้อย ออกมาเต้นกระเด้งๆ ทำท่าคันหู  อันที่จริงยังมีเพลง"เอาหนูมั้ยคะ" อีกที่น่าสนใจ "เอาหนูมั้ยคะ ใส่ถุงมั้ยคะ" ไหนจะเพลงประเภทชิงรักหักสวาท แย่งผัวแย่งเมีย เพลงตัดพ้อต่อว่า เพลงขอเบอร์โทรกัน เพลงกิ๊กอยู่ใต้เตียง และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเพลงทั้งหลายเขาอยู่ในที่ของเขาหากแต่ว่าคุณครูไปหยิบเอามาให้เด็กร้องเล่นเต้นรำน่ะแหละ
 
           ผมเองชาชินเสียแล้ว แต่ผมไม่กลัวหรอก ผมก็ชวนลูกๆ ฟังเพลงไปทุกประเภทแหละ เด็กๆ ของผมก็ติดจอเหมือนกัน ผมก็ออกจะติดเฟซบุ๊กอยู่ แต่ยังใช้ไม่คล่อง ก็ได้ลูกๆ นี่แหละคอยสอนให้ โดยคนรุ่นเก่าอย่างผมคอยชักชวนให้เขาใช้มันอย่างให้ได้ประโยชน์ ถ่ายรูป ทำหนังสั้น ทำมิวสิกวิดีโอทำเพลง ดูหนัง ฟังดนตรี ดูตำราอาหาร มันแสนรู้จะตาย แบบว่าใครอยากรู้อะไรก็ให้มาถาม "กู" กูรู้ทุกเรื่อง ตอบได้ทุกเรื่อง ดังนั้นแทนที่เราจะเกลียดจะกลัวมันมิสู้หันหน้าเข้าหามันไปเสียเลย ก้มหน้าเป็นก้มกัน พอเงยหน้ามาก็ได้เรื่องแหละถ้าใช้มันให้เป็นประโยชน์
 
           เพลงก็คือเพลง เพลงดีก็คือเพลงดี เด็กๆ ก็ฟังเพลงผู้ใหญ่ได้ เพลงสำหรับเด็กของเรามีน้อยเกินไป แต่เพลงผู้ใหญ่ที่ดีๆ ก็มีน้อยเช่นกัน  เพลงที่แย่ๆก็มี แต่คงไม่ถึงกับต้องตั้งข้อกล่าวหาหนักๆ ไม่ว่าจะคันหูหรือคันอย่างอื่นก็ตามหากยังไม่ถึงกับถลกกระโปรงเกาโชว์ยิกๆ ในที่สาธารณะ
 
           ใครมีเท่าไร ทำได้แค่ไหน ก็ทำออกมาเถอะ ดีก็ชมกัน ไม่ดีก็ติติงกัน ใครจะสอดใส่ศีลธรรมจริยธรรมลงไปท่าไหนก็สุดแท้แต่ หรือจะสร้างลักษณะนิสัยอันพึงประสงค์ สร้างระเบียบวินัยหรือจะป้อนคุณธรรมสำเร็จรูป
 
           อย่างเคยฟังเพลงที่สอนสั่งเด็กให้ทิ้งขยะลงถัง ประมาณว่าถุงขนม เปลือกลูกอมขยะทั้งนั้น ทิ้งขยะลงถังโลกจะสวยงาม ซึ่งสำหรับนักวิชาการด้านขยะเขาย่อมส่ายหน้าว่านี่มันสอนให้เด็กปัดความรับผิดชอบไปให้คนอื่น ที่ถูกคือไม่ว่าเด็กผู้ใหญ่ควรเรียนรู้ที่จะมองปัญหาขยะให้ครบวงจร ตระหนักรู้ที่จะไม่สร้าง ลด หลีกเลี่ยง คัดแยก นำกลับไปใช้ใหม่ ไม่ใช่สอนให้ทิ้งขยะให้ลงถัง
 
           ครับ เด็กๆ ควรต้องฟังเพลงเด็ก เหมือนกับที่เด็กๆ ต้องใส่รองเท้าเด็ก เด็กต้องนุ่งกางเกงเด็กนั่นแหละ ช่วยกันสร้างสรรค์เพลงเด็กให้เด็กๆ นะครับ ยามที่ว่างจากขายหนู (เอาหนูมั้ยคะ) และว่างจากเกาหูหายคันแล้ว
 
           เพลงดีก็คือเพลงดี เพลงเด็กไม่มีเด็กๆ ก็ฟังเพลงผู้ใหญ่ได้ เพลงก็คือเพลง และศีลธรรมมิใช่ไม้แคะหูหรือน้ำยาหยอดหู แต่ดูเหมือนจะเป็นน้ำยาบ้วนปากซะมากกว่า