
คลื่นคนวรรณกรรม : เพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวด
08 มี.ค. 2558
คลื่นคนวรรณกรรม : เพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวด : โดย...ก้อนหินริมทาง
สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (Pubat) จัดงานแถลงข่าว สัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 43 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 13 เชิญชวนทุกท่านเข้าร่วมฟังเสวนาหัวข้อ “เพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวด... เด็กเอ๋ย เด็กดี?” พร้อมเปิดตัว “สัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 43 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติครั้งที่ 13” นำโดย จรัญ หอมเทียนทอง นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ สุชาติ สวัสดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ และที่ปรึกษานิทรรศการ “เพราะเป็นเด็กจึงเจ็บปวด” และ ปราบดา หยุ่น อุปนายกสมาคม และประธานจัดนิทรรศการ ในวันพุธที่ 11 มีนาคม 2558 เวลา 13.00 น. ณ ห้อง Meeting Room 3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
บินลัดฟ้ามาเอาใจแฟนๆ อีกแล้ว สำหรับเจ้าแม่นวนิยายรัก นามว่า "ณารา" ที่งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 43 โดยการมาของเธอคราวนี้ มีผลงานใหม่ให้ได้ติดตามกันถึง 2 เรื่อง นั่นคือ เรื่อง Time พลิกเวลาล่ารัก ส่วนอีกเรื่องเป็นการร่วมมือกับนักเขียนคู่ซี้ "ซ่อนกลิ่น" กับเรื่อง ต่างขั้ว หัวใจเดียว ซึ่งนวนิยายเล่มนี้มีความพิเศษตรงที่นักเขียนทั้งสองคนจะเล่าเรื่องกันในคนละมุม โดย ณารา จะเล่าเรื่องราวฝั่งนางเอก ส่วน ซ่อนกลิ่น จะเล่าเรื่องฝั่งพระเอก นอกจากนี้ทางพิมพ์คำสำนักพิมพ์ยังจัดกิจกรรม “ณารา and Friends” ในวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2558 เวลา 13.00 -14.00 น. ณ เวทีกิจกรรม ใครเป็นแฟนคลับณาราห้ามพลาดเด็ดขาด ส่วนใครที่อยากช็อปหนังสือดีในเครือสถาพรบุ๊คส์พบกันได้ที่บูธ P30 โซน C1
ปล่อยของออกมาอีกแล้ว....นักเขียนสาวสวย “วรรณศิริ ศรีวราธนบูลย์” หรือ “วีร์วิศ” บรรณาธิการบริหาร HI-CLASS MEDIA GROUP จัดงานนิทรรศการศิลปะ “ชนชั้นกลวง” ที่เจ้าตัวนิยามว่า เป็น “งานศิลป์พันธุ์สลิ่ม” ขึ้น ณ ดีพีสตูดิโอ จะแสดงถึงวันที่ 15 มีนาคม 2558 นี้ เท่านั้น รายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายผลงานนิทรรศการชุดนี้ จะนำไปสมทบทุนในโครงการพัฒนาเว็บไซต์ Artbangkok.com เพื่อนำศิลปินไทยก้าวสู่ความเป็นศิลปินอาเซียนด้วย
ประกาศผลออกมาเรียบร้อยแล้ว สำหรับโครงการประกวดหนังสือดีเด่น ประจำปี 2558 หรือที่เรียกกันว่า รางวัลสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยสำนักวิชาการ โดยหนังสือที่ได้รับรางวัลสำคัญประเภทต่างๆ มีดังนี้
1.หนังสือสารคดี รางวัลดีเด่น “แผน” เพื่อแผ่นดิน โดย วิทยา เวชชาชีวะ รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล ได้แก่ ข้างสำรับมอญ โดย องค์ บรรจุน, เรื่องเล่าจากยอดภูเขาน้ำแข็ง โดย ดาวเดียวดาย และ เวียดนาม แผ่นดินหลังสงคราม ในความงามและความหมาย โดย ประชาคม ลุนาชัย 2.หนังสือนวนิยาย รางวัลดีเด่น ไม่มีหนังสือเรื่องใดสมควรได้รับรางวัล รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล ได้แก่ กาหลมหรทึก โดย ปราปต์, คง/กระ/พัน/ชาตรี โดย ประชาคม ลุนาชัย และ หยาดน้ำค้างพันปี โดย ชมัยภร แสงกระจ่าง 3.หนังสือกวีนิพนธ์ รางวัลดีเด่น ชัยชนะของผู้แพ้ โดย วิษณุ พุ่มสว่าง รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล ได้แก่ จดหมายรักจากหิ่งห้อย โดย ไพวรินทร์ ขาวงาม, เมฆมิถุนายน โดย สวรรค์ แสงบัลลังค์, และสายลมบุพกาล โดย ลอง จ้องรวี 4.หนังสือรวมเรื่องสั้น รางวัลดีเด่น พระกับเสือและเรื่องอื่นๆ โดย อุเทน วงศ์จันดา รางวัลชมเชย มี 3 รางวัล ได้แก่ ชายแปลกหน้าในถ้อยคำนึง โดย จรรยา อำนาจพันธุ์พงศ์, นัยในนัยน์ โดย เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ และ เรื่อง • ผม • เล่า โดย จำลอง ฝั่งชลจิตร
สำหรับผู้ได้รับรางวัลจะได้รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 43 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 13 วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2558 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ
แจกรางวัลกันอย่างครึกครื้น ในงาน "สมานมิตรบรรเทอง" ไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ผ่านมา สำหรับรางวัล "มติชน อวอร์ด ครั้งที่ 3" โดยผลงานที่คว้ารางวัลในแต่ละประเภทมีดังนี้
1.ประเภทเรื่องสั้นทั่วไป รางวัลชนะเลิศ "มายาคติ" ของ ธารา ศรีอนุรักษ์ รางวัลรองชนะเลิศ 2 รางวัล คือ "ถนนโค้งและลื่น" ของ ปรเมศวร์ กาแก้ว และ "ชายผู้ตามหาหนังสือ" ของ ชนินทร อุลิศ ที่เหลือรับรางวัลชมเชย 3 รางวัล คือ "เด็กน้อยใต้ระบบอาหารหลุม" ของ น.ส.สุธิตินันท์ ศรีราษฏร์, "ตัวฉันเอง" ของ สิงห์ ลักพลวงศ์ และ "รถไฟเชื่องช้าสู่อรุณรุ่ง" ของ วิกรานต์ ปอแก้ว
2.ประเภทเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ รางวัลชนะเลิศ เดี่ยว ของ Zoitee (โซ๊ยตี๋) หรือ ประเสริฐ อัศวประเทืองกุล รางวัลรองชนะเลิศ ได้แก่ "จักรวาลแห่งความเหงา" ของ พัชรพล ประดับสุข และ Genlife Shop ของ นรมณ กมลนาวิน
3.ประเภทกวีนิพนธ์ รางวัลชนะเลิศ "ความฝันของเด็กชายฮาซัน" ของ สันติพล ยวงใย รางวัลชมเชย 3 รางวัล ได้แก่ "ที่สุดมนุษย์ คือ" ของถนอม ไชยวงษ์แก้ว, "ในความมืดดำ" ของ ชัยวัฒน์ มัตถิตะเตา และ "สิ่งตกค้าง" ของ อนันต์ เกษตรสินสมบัติ



