
เปิบเมนูปลาปักเป้า...เสี่ยงตายสูง
04 มี.ค. 2558
ลุงแจ่มเตือนภัย : เปิบเมนูปลาปักเป้า...เสี่ยงตายสูง
ประมงเตือน...เลิกเปิบเมนูจากปลาปักเป้า พิษร้ายเสี่ยงตายสูง!!! จากกรณีที่มีชาวบ้านกินปลาปักเป้าแล้วเสียชีวิตนั้น ดร.จุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง ให้รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปลาชนิดนี้ว่า จากการสำรวจพบว่า ปลาปักเป้าที่พบในน่านน้ำไทยมีทั้งหมด 42 ชนิด แบ่งเป็นปลาปักเป้าน้ำจืด 9 ชนิด และอีก 33 ชนิดเป็นปลาปักเป้าน้ำเค็มและน้ำกร่อย
ปลาปักเป้าที่มีไข่อ่อนจะผลิตพิษโดยพิษจะสะสมอยู่ในอวัยวะภายใน พิษของปลาจะเพิ่มมากขึ้นในฤดูวางไข่ อาการของพิษจะกำเริบขึ้นหลังได้รับพิษจากปลา อาการพิษที่เกิดขึ้นแบ่งเป็น 4 ขั้น คือ ขั้นแรก ชาที่ริมฝีปาก ลิ้น ปลายนิ้วมือ คลื่นไส้ วิงเวียน อาเจียน กระสับกระส่าย ขั้นที่สอง ชามากขึ้น อาเจียนมาก อ่อนเพลีย แขนขาไม่มีแรง ยืนและเดินไม่ได้ ขั้นที่สาม เคลื่อนไหวแขนขาไม่ได้ พูดลำบากจนถึงพูดไม่ได้ เนื่องจากสายกล่องเสียงเป็นอัมพาต ผู้ป่วยยังรู้สึกตัว ขั้นที่สี่ กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตทั่วไป หายใจลำบาก เขียวคล้ำ หมดสติ รูม่านตาโตเต็มที่ไม่มีปฏิกิริยาต่อแสง ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องผู้ป่วยจะเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็ว ผู้ที่ทนพิษไม่ได้ อาการอาจแรงขึ้นจากขั้นแรกถึงขั้นที่สี่และอาจเสียชีวิตได้ในเวลาเพียง 10-15 นาทีเท่านั้น
แต่หากผู้ป่วยสามารถทนพิษได้อาจอยู่ได้นานถึง 24 ชั่วโมง ก็จะมีโอกาสรอดชีวิตสูงหากถึงมือแพทย์ ดังนั้นผู้บริโภคควรหลีกเลี่ยงการบริโภคปลาปักเป้า เพราะถึงแม้จะนำปลามาต้มแล้วแต่พิษของปลาที่ละลายในน้ำก็จะทนความร้อนได้สูงถึง 170 องศาเซลเซียส แม้หุงต้มแล้วก็ยังคงความเป็นพิษอยู่ อีกทั้งควรระมัดระวังในการเลือกซื้อเนื้อปลาแล่ เนื่องจากไม่มียาแก้พิษ ปลาปักเป้าชนิดที่มีพิษนั้น แม้บริโภคเพียงเล็กน้อยก็สามารถเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นควรปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะผู้ขาย เพื่อที่เราจะไม่เห็นข่าวพี่น้องของเราต้องเสียชีวิตลงเพราะปลาปักเป้าอีกต่อไป
กรมประมงเคยวิจัยพิษปลาปักเป้าน้ำจืด โดยรวบรวมปลาปักเป้าน้ำจืดจากแหล่งน้ำต่างๆ ทั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำมาศึกษาพบปลาปักเป้ามีพิษ ได้แก่ ปลาปักเป้าดำ (Tetraodon nigroviridis) พบว่าพิษของปลาปักเป้าน้ำจืดแพร่กระจายอยู่ในทุกส่วนของร่างกาย ทั้งในเนื้อเยื่อ หนังและอวัยวะภายใน เช่น ตับ และไข่ของมันด้วย ส่วนความรุนแรงของพิษแตกต่างกันไปตามฤดูกาลและสถานที่จับ
จากการวิจัยพบว่า พิษของปลาปักเป้าน้ำจืดเป็นพิษที่เรียกว่า พีเอสพี (Paralytic Shellfish Poison - PSP) หรือพิษอัมพาต ซึ่งแตกต่างจากพิษปลาปักเป้าทะเลที่ชื่อ “เททโทรโดท็อกซิน” (Tetrodotoxin - TTX) ซึ่งพิษทั้ง 2 ชนิดนี้มีโครงสร้างทางเคมีแตกต่างกัน แต่แสดงอาการเหมือนกัน ปัจจุบันการรักษาพิษจากปลาปักเป้านั้นยังไม่มีตัวยาใดที่สามารถแก้พิษได้
จึงอยากฝากเตือนถึงประชาชนไม่ให้นำปลาปักเป้าทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นน้ำจืดหรือน้ำเค็มมาบริโภคโดยเด็ดขาด และหากสงสัยว่าได้รับพิษจากปลาปักเป้าให้รีบขจัดพิษในเบื้องต้นด้วยการหาซื้อผงถ่านจากร้านขายยาทั่วไปมารับประทานเพื่อดูดพิษในร่างกาย และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วน และข้อสำคัญคือ ไม่ควรรับประทานปลาปักเป้าเป็นอาหาร เพราะยังมีสัตว์น้ำหลายชนิดให้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์และไม่มีอันตราย นอกจากนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 264) พ.ศ.2545 เรื่อง การกำหนดอาหารที่ห้ามผลิตนำเข้า และจำหน่ายปลาปักเป้าทุกชนิด และอาหารที่มีเนื้อปลาปักเป้าเป็นส่วนผสมอาหาร ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2545 ผู้ที่ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน-2 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท
สำนักงานเลขานุการกรม
กรมประมง



