
ดูแลสุขภาพ : หมอนรองกระดูกเสื่อม
03 มี.ค. 2558
ดูแลสุขภาพ : หมอนรองกระดูกเสื่อม
ภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อม ภัยใกล้ตัวที่ขยับช่วงอายุจากผู้สูงอายุลดลงมาเรื่อยๆ กลุ่มผู้ประสบภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อมในช่วงวัยทำงานนั้นเป็นกลุ่มที่พบมากเป็นอันดับสอง รองจากกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งภาวะนี้เกิดจากความเสี่ยงจากการใช้งานหมอนรองกระดูกหนักเกินไป
การสึกหรอตามอายุ การยกของหนัก และพฤติกรรมที่ส่งผลร้ายต่อหมอนรองกระดูก ปัจจัยเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักของการทำให้เกิดภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อม มีผลให้เลือดไหลไปเลี้ยงบริเวณหมอนรองกระดูกน้อยลง และมีอาการปวดหลังตามมา
ผู้ป่วยบางรายนั้นมีอาการเฉียบพลัน เกิดจากการโป่งยื่นของหมอนรองกระดูกที่ไปกดทับเส้นประสาท (Acute Herniated Disc Syndrome) เป็นเหตุให้เกิดอาการชาและอ่อนแรงของขา กรณีนี้พบบ่อยในกลุ่มวัยทำงาน ซึ่งต้องมีการทำงาน เช่น นั่งหรือยืนนานๆ หรือจากการก้มยกของหนักผิดท่า
อาการปวดเอวตึ้บๆ ในระดับเข็มขัดและอาจร้าวลงมาถึงกล้ามเนื้อด้านข้าง สาเหตุจากการนั่ง ยืนหรือเดินเป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการปวด ในบางรายนั่งได้เพียง 10-15 นาทีก็จะมีอาการปวดขึ้นมา กรณีอาการกดทับเส้นประสาทจะปวดร้าวลงขา ชาและอ่อนแรงตามขาและเท้าในส่วนของเส้นประสาทที่ถูกกดทับ
การรักษาโรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมหรือโป่งยื่น เพียงแพทย์จ่ายยาให้และผู้ป่วยรับประทานยาร่วมกับการกายภาพบำบัดร่วมด้วย ทำให้สามารถรักษาโรคนี้หายได้โดยไม่ต้องทำการผ่าตัด แต่ในกรณีเส้นประสาทกดทับ มีอาการชาและอ่อนแรง อาจต้องพักงานชั่วคราวและรับประทานยาบำรุงเส้นประสาทร่วมด้วย หรือ ฉีดยารอบเส้นปประสาท (Selective nerve block) ด้วยสเตียรอยด์ เพื่อลดอาการอักเสบ ในบางรายมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น กลั้นปัสสาวะ อุจจาระไม่อยู่ (Cauda Equina Syndrome) ผู้ป่วยจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด ถ้ารักษาด้วยกายภาพบำบัดและยาไม่ดีขึ้น
เมื่อผ่าตัดแล้ว หากผู้ป่วยปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ 3 เดือนแรกหลังการผ่าตัด อาการจะดีขึ้นอย่างชัดเจน ที่สำคัญคือการป้องกันตั้งแต่ยังไม่เกิดโรค หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณลดความเสี่ยงโรคหมอนรองกระดูกเสื่อมได้
นพ.สุรชัย รัตนเสรีเกียรติ



