ไลฟ์สไตล์

วิจัย'มศว'ชี้9เดือนรู้แกท-แพท-โอเน็ตสูงมีผลเรียนต่อ

วิจัย'มศว'ชี้9เดือนรู้แกท-แพท-โอเน็ตสูงมีผลเรียนต่อ

02 มี.ค. 2558

'มศว'วิจัยคะแนนแกท-แพท โอเน็ตสูง มีผลต่อการเรียนในมหา’ลัย หรือไม่ 9 เดือนรู้ผล เตือนสติอย่าสรุปหรือเปลี่ยนแปลงวิธีการสอบโดยไม่แจ้งเด็กก่อนล่วงหน้า

            2มี.ค.2558 ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ อธิการบดี อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า จากที่ประชุมของคณะกรรมการบริหาร สทศ.ได้เสนอให้จัดทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) จาก 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ให้เหลือ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ซึ่งได้แก่ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคม โดยตัด 3 กลุ่มสาระวิชาคือศิลปะ พลศึกษา และสุขศึกษา ซึ่งตอนนี้สังคมต่างตั้งคำถามมากมายว่าการที่สทศ.จะประกาศหรือเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดต่างๆ นั้นต้องดำเนินการล่วงหน้า 3 ปีคือประกาศอะไรต้องนึกถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นั่นคือ นักเรียนหรือผู้สอบ ไม่ใช่คิดจะเปลี่ยนจะปรับอะไรก็เปลี่ยนตามอำเภอใจ แล้วบอกว่ามันคือวิธีการที่ดีแล้ว แก้ปัญหาเพื่อไม่ให้เด็กเครียดเพราะต้องสอบถึง 8 รายวิชา การไปพูดคุยกับเด็ก พ่อแม่ผู้ปกครองเพียงกลุ่มหรือสองกลุ่มแล้วมาสรุปปรับเปลี่ยนวิธีการสอบ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบในภาพกว้างที่จะเกิดขึ้น และไม่มีการเตรียมตัวมาก่อนล่วงหน้า

            "ผมคิดว่าวิธีการนี้ควรจะถูกปรับเปลี่ยนด้วย เหตุนี้เองผมจึงเสนอต่อ ทปอ.ว่า มศว ซึ่งมีสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา ที่มีความชำนาญด้านการออกข้อสอบและมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับด้านการออกข้อสอบ โดยผมได้เสมอให้ทางมศว วิเคราะห์ข้อสอบแกท (GAT)ความถนัดทั่วไป และ แพท (PAT) ความถนัดทางวิชาชีพและวิชาการ ซึ่งเราจะวิเคราะห์โครงสร้างของข้อสอบ แกทและแพท ว่ามีพลังในการแยกแยะคนเก่งเพื่อเข้าเรียนได้จริงไหม คนที่สอบข้อสอบแกท-แพทได้ในคะแนนที่สูง เมื่อเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยจะเรียนได้ดีหรือไม่ และคนที่ได้คะแนนแกท-แพทต่ำเมื่อเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยมีผลการเรียนเป็นอย่างไร" ผศ.นพ.เฉลิมชัย กล่าวและว่า

            เพื่อจะช่วยในการตัดสินใจว่า คนที่ได้คะแนนแกท-แพทสูง แต่เมื่อเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัย มีผลการเรียนไม่ต่างไปจากคนที่ได้คะแนนแกท-แพทต่ำ ผลการวิจัยจะช่วยบอกว่า มันต้องมีตัวชี้วัดอื่นๆ ที่บอกให้รู้ว่าผลคะแนน แกท-แพทไม่ได้สำคัญที่สุด แต่มีตัวชี้วัดอื่นๆ เข้ามาสนับสนุนด้วย และทำให้เห็นโครงสร้างของข้อสอบ แกท และแพท ที่เราใช้วัดความรู้ความสามารถของเด็กว่ามันเหมาะสมจริงหรือไม่

            “นอกจากนี้ทางมศว จะทำงานวิจัยเพิ่มเพื่อดูว่าผลคะแนนของนักเรียนที่สอบ ONET เพื่อดูว่าคนที่มีคะแนนONETสูง เมื่อมาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยจะมีคะแนนสูงหรือไม่ หรือคนที่ได้คะแนน ONET ไม่สูงหรืออยู่ในเกณฑ์ต่ำ เมื่อมาเรียนในมหาวิทยาลัยผลการเรียนในมหาวิทยาลัยเป็นอย่างไร เพื่อจะได้ใช้ในการพิจารณาว่าวิชาที่ใช้สอบในข้อสอบONET ควรเป็นอย่างไร 5 กลุ่มสาระเพียงพอไหม หรือเพิ่มเป็น 8 กลุ่มสาระวิชาเช่นเดิม การพูดหรือจะเปลี่ยนแปลงอะไรนั้นต้องพูดจากข้อมูลและต้องมีผลวิจัย รองรับ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่มีผลต่อผู้คนจำนวนมากต้องทำอย่างรอบคอบ สังคมไทยมีผู้คนหวังดีต่อการศึกษาของประเทศชาติมากมาย มีผู้คนออกมาแสดงความคิดเห็น ผมก็ยอมรับได้ถึงความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ความเห็นที่แตกต่างต้องพูดหรือนำเสนอบนข้อมูลที่มีการวิเคราะห์ และเป็นข้อมูลที่ได้จากการวิจัยเป็นข้อมูลชุดเดียวกันก่อน จึงจะแสดงความคิดเห็นและนำมาหาทางออกในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยว่าจะใช้หลักเกณฑ์ไหน จำปรับเปลี่ยนอย่างไร งานวิจัยของมศว ใช้เวลาทั้งสิ้น 9 เดือน คาดว่าสิ้นปี 2558 ผลการวิจัยทั้งหมดจะถูกนำเสนอต่อสังคม และนำเสนอต่อที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.)ต่อไป เมื่อมีข้อมูลในทิศทางเดียวกัน ถือเป็นการช่วยในการตัดสินว่า เราจะออกแบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแบบไหน เป็นการช่วยเหลือนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทุกคน และเป็นการช่วยเหลือประเทศชาติได้อีกทางหนึ่งด้วย” ผศ.นพ.เฉลิมชัย กล่าวอีกว่า