ไลฟ์สไตล์

'เบิกดิน เบิกฟ้า'ด้วยการปลูกปอเทืองพัฒนาดินเสื่อมในปีดินสากล

'เบิกดิน เบิกฟ้า'ด้วยการปลูกปอเทืองพัฒนาดินเสื่อมในปีดินสากล

02 มี.ค. 2558

'เบิกดิน เบิกฟ้า'ด้วยการปลูกปอเทือง แนวทางพัฒนาดินเสื่อมในปีดินสากล : ดลมนัส กาเจรายงาน

            ตามที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการผลักดันให้วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันดินโลก หรือ World Soil Day และให้ปี 2558 เป็นปีดินสากล เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม หลังจากประจักษ์ในพระอัจฉริยภาพในด้านการอนุรักษ์ แก้ไข และฟื้นฟูทรัพยากรดิน อันเป็นพื้นฐานหลักของการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต เป็นองค์ประกอบสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นแหล่งผลิตอาหารเพื่อเลี้ยงประชากรโลกอย่างชัดเจน ทำให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีการจัดกิจกรรมในปีสากลอย่างต่อเนื่อง 

            ล่าสุด กรมพัฒนาที่ดินได้จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาและบำรุงดิน ภายใต้โครงการ…“เบิกดิน เบิกฟ้า” ปีดินสากล เพื่อการพัฒนาที่ดิน สู่วิถีพอเพียง ในพื้นที่ ต.ขัวเรียง อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น โดยมีสถานีพัฒนาที่ดินขอนแก่น สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 5 ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ขัวเรียง เป็นแม่งาน เพื่อเป็นตัวอย่าง และสาธิตให้เห็นถึงความสำคัญของปุ๋ยสดในการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกปอเทืองหลังทำนาปี ภายในงานมีการสาธิตวิธีการไถกลบพืชปุ๋ยสด (ปอเทือง) ซึ่งเป็นพืชที่ช่วยให้เพิ่มธาตุอาหารในดินด้วย หลังจาก 3 หน่วยงานดังกล่าวมีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกปอเทืองหลังจากทำนาปีมาหลายปีแล้ว

            สำหรับการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกปอเทืองเพื่อทำเป็นปุ๋ยสดบำรุงดินในพื้นที่ภาคอีสานนั้น นายภิญโญ สุวรรณชนะ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 5 บอกว่า กรมพัฒนาที่ดินได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกมาเกือบ 10 ปีแล้ว มีเกษตรกรปลูกปอเทืองเพื่อทำปุ๋ยสดกว่า 2 หมื่นไร่ โดยเฉพาะในพื้นที่ 12 ตำบลของ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ที่ปลูกมากที่สุดราว 7,000 ไร่ มีเกษตรกรร่วมโครงการกว่า 300 ราย เบื้องต้นกรมพัฒนาที่ดินจะสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ไปก่อน เมื่อเกษตรกรปลูกแล้วให้ส่งคืน เพื่อนำไปส่งเสริมในพื้นที่อื่น กรณีที่เกษตรกรซื้อเมล็ดพันธุ์มาปลูกเอง เมื่อได้เมล็ดพันธุ์สามารถขายต่อได้ กรมพัฒนาที่ดินยินดีรับซื้อในราคา กก.ละ 16-20 บาท 

            "พื้นที่ 1 ไร่ เกษตรกรใช้เมล็ดพันธุ์ 5 กก. ถ้าซื้อเมล็ดลงทุนเพียง 100 บาท เท่านั้น เมื่อปลูกแล้วจะได้เมล็ดพันธุ์คืนมา 150-200 กก. ถ้าขายก็ได้กำไรแล้ว อย่างน้อยไร่ละ 400 บาท แต่วัตถุประสงค์ก็คือ การไถ่กลบเพื่อบำรุงดิน ส่วนที่ขายเมล็ดเป็นผลพลอยได้เท่านั้น" นายภิญโญ กล่าว

            ด้าน นายธนิตย์ เอนกวิทย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวบนเวทีสัมมนา “เบิกดิน เบิกฟ้า” ปีดินสากล เพื่อการพัฒนาที่ดิน สู่วิถีพอเพียง" ว่า ปัญหาดินเสื่อมโทรมจากการเกษตรกรรม เป็นปัญหาที่สำคัญของพื้นที่แทบทุกจังหวัด รวมทั้ง ต.ขัวเรียง อ.ชุมแพ ด้วย เนื่องจากมีการจัดการที่ไม่ถูกต้อง เช่น การเผาตอซังข้าว ที่ก่อให้เกิดมลพิษมากมาย นอกจากทำให้ดินเสื่อมโทรม ทำลายความอุดมสมบูรณ์ของดินแล้ว ยังทำให้สุขภาพเสื่อมโทรม ปัญหาความเสื่อมโทรมจากการขาดการปรับปรุงบำรุงดิน การเติมธาตุอาหารให้แก่ดิน ทั้งที่มีปุ๋ยอินทรีย์และมีวิธีการจัดการที่ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากที่เกษตรกรสามารถปฏิบัติได้เอง เช่นการปลูกพืชปุ๋ยสด อาทิ พืชตระกูลถั่ว อย่างในพื้นที่ ต.ขัวเรียง ปลูกปอเทืองแล้วไถ่กลบ เป็นต้น

            "การเกษตรในอนาคต ที่ต้องดำเนินการให้ได้คือ ต้องลดต้นทุนการผลิต ต้องลดปริมาณสารเคมี และต้องให้เพิ่มผลผลิต เกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติ ไม่เผาตอซัง โดยให้นำวัสดุเหลือใช้จากไร่นามาเป็นวัสดุปรับปรุงบำรุงดิน ผสมผสานกับการใช้ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดิน อย่างการปลูกปอเทืองทราบว่า พื้นที่ 1 ไร่ จะสามารถได้ปุ๋ยสด 5,000 กก. หรือได้ปุ๋ยแห้ง 100 กก. ในจำนวนนี้จะได้ปุ๋ยจริงๆ 20 กก. จะสามารถลดปุ๋ยและสารเคมีร้อยละ 50 โดยทางกรมพัฒนาที่ดินจะเป็นผู้สนับสนุนด้านเมล็ดพันธุ์" นายธนิตย์ กล่าว

            ส่วน นายทวีศักดิ์ กอสุข หมอดินตำบลชุมแพ เล่าว่า เดิมทีเกษตรกรทำนาแบบทั่วไป นิยมใช้ปุ๋ยและสารเคมีมาใช้ในการทำนา ซึ่งแต่ละปีพื้นที่ 1 ไร่ จะได้ผลผลิตไร่ละ 600 กก. หลังจากปลูกปอเทืองได้ 2 ปี เพิ่มผลผลิตเป็น 1,000 กก. ขณะที่ค่าปุ๋ยลดลง เพราะดินสมบูรณ์ขึ้น ต่อไปจะต้องรณรงค์ให้เกษตรกรหันมาปลูกให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

            สอดคล้องกับ นายณรงค์ศักดิ์ พรมมาวงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลขัวเรียง ที่ยืนยันว่า จากการติดตามรายได้ของเกษตรกรในพื้นที่ ต.ขัวเรียง หลังจากกรมพัฒนาที่ดินเข้าไปส่งเสริมให้ปลูกปอเทืองหลังทำนา พบว่าผลผลิตของเกษตรกรเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้มากขึ้นด้วย จะเห็นได้จากเงินสะพัดเพิ่มในพื้นที่ปีละกว่า 3 ล้านบาท

            การปลูกปอเทืองเพื่อทำปุ๋ยสดในการบำรุงดินนับเป็นอีกทางหนึ่งที่ไม่ควรจะมองข้าม เพราะเป็นวิธีที่ง่าย และได้ผลเป็นอย่างดีอีกด้วย

ผลพลอยได้ชูแหล่งท่องเที่ยว

            นายศิวโรจน์ มุ่งหมายผล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ตามที่กรมพัฒนาที่ดินส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกปอเทืองเพื่อทำเป็นปุ๋ยสดในการบำรุงดินนั้น นอกจากเกษตรกรจะได้ประโยชน์มาจากการขายเมล็ดพันธุ์และใช้ต้นบำรุงดินเป็นอย่างดีแล้ว ยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกให้เกษตรกรรู้สึกสำนึกในการรักษ์ผืนแผ่นดินและตอบแทนแผ่นดินด้วยการปรับปรุงบำรุงธาตุในดิน ให้เกษตรกรรู้จักหันมาพึ่งตนเองในการพัฒนาพื้นที่ดินของเอง ตามแนวทางอย่างพอเพียง รู้จักวิธีการทำปุ๋ยพืชสด และไถกลบพืชบำรุงดิน เป็นการปรับปรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ด้วย

            นอกจากจะได้ประโยชน์ในการบำรุงดินแล้ว สิ่งหนึ่งที่เป็นผลพลอยได้คือ การที่เกษตรกรร่วมโครงการปลูกปอเทืองถึง 7,000 ไร่ เกิดความสวยงามขึ้นมา เวลาใครผ่านไปก็นจะแลเห็นดอกปอเทืองสีเหลืองอร่ามเต็มพื้นที่ท้องนา เป็นภาพที่สวยงามมาก ใครผ่านไปต้องแวะถ่ายรูป ตรงนี้เป็นผลต่อการท่องเที่ยวในพื้นที่ด้วย ต่อเมื่อถึงฤดูปอเทืองออกดอกทางจังหวัดจะส่งเสริมการท่องเที่ยวไปชมทุ่งดอกปอเทือง อย่างที่ภาคกลางมีทุ่งทานตะวัน แต่ที่ชุมแพมีดอกปอเทือง