
รับน้องใหม่นศ.ไทยในไคโรปี58'Friendship is Forever'
เปิดโลกการศึกษามุสลิมตอน: รับน้องใหม่นศ.ไทยในไคโรปี58'Friendship is Forever'
เหตุการณ์ในอียิปต์ ณ ช่วงเวลานี้ มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศ สังคม และคน หรือทุกคนเปลี่ยนไปเพราะเกมการเมือง ซึ่งเป็นตัวแปร ตัวขับเคลื่อนให้ทุกคนในสังคมนั้นๆ เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันอินเทอร์เน็ต คือ ตัวกลางสร้างกลุ่ม สร้างข่าวสาร ทำให้ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ชัดเจน เห็นความเป็นอียิปต์มากขึ้น โหดร้ายมากขึ้น แต่จริงๆ แล้ว สมัยก่อนก็คงไม่ต่างกัน เพียงแต่ไม่มีสื่อให้อ่านมืออย่างปัจจุบันเท่านั้นเอง
แต่ไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ว่าเหตุการณ์จะร้อนระอุไปด้วยการเมืองแค่ไหน แต่สังคมนักศึกษาไทยในประเทศอียิปต์ ยืนยันได้ว่า “เรารักกัน” ทั้งชมรมต่างๆ สมาคม สถานเอกอัครราชทูต พวกเราเกาะกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่แตกแถว เพื่อเป็นการยืนยันของความรัก เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร ร่วมกับสมาคมนักศึกษาไทยในกรุงไคโรในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ร่วมกันจัดงานรับน้องใหม่ขึ้น ที่สโมสรอิจตีมาอีย์ อัซซากอฟีย์ ฮัยยูซาดิษ เขต Nasr City เพื่อให้รุ่นพี่รุ่นน้องในชมรมต่างๆได้มาพบปะสังสรรค์ รวมถึงได้พบกับตัวเป็นๆ ของพระเอกขวัญใจคนไทยในอียิปต์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร นายพีรศักย จันทวรินทร์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อมปล่อยนกร่วมกับคณะกรรมการแบบกันเองอีกด้วย
60 ปีแล้วรู้ยัง ที่สมาคมกำเนิดขึ้น ปีนี้งานรับน้องใหม่จึงถือเป็นปีที่ 60 แล้วเช่นกันโดยประมาณ และเป็นปีที่มีการปรับปรุงมาจากปีก่อนๆ ให้ดีขึ้น เพื่อการเข้าถึงความต้องการของน้องๆ นักศึกษาไทย 2,000 ชีวิตที่อยู่ในประเทศอียิปต์ทั้งหญิงและชาย โดยสมาคมจัดประฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ แบ่งออกเป็นหญิงชายคนละวัน และหลังจากนั้นก็มารวมตัวกันในงานวันรับน้องใหม่ ซึ่งมีการออกร้านจากชมรมต่างๆ และรุ่นพี่แต่ละชมรมก็ให้น้องใหม่ของชมรมตัวเองมาร่วมรับน้อง ปีนี้มีนักศึกษาน้องใหม่มาร่วมงานประมาณ 150 คน ทั้งหญิงและชาย มีการรับน้องแบบโหด มันฮา พอหอมปากหอมคอ “เพื่อครั้งหนึ่งจะได้ไม่ลืมกัน”
"อานัส อาบูดี" จบการศึกษาศาสนาจากโรงเรียนส่งเสริมศาสน์ (โต๊ะบานา) ปัตตานี ปัจจุบันเรียนคณะนิติศาสตร์ ปี 1 และได้เข้ารับหน้าที่นายทะเบียนสมาคม ปี 58 ซึ่งเป็นประธานจัดงานรับน้อง บอกว่า รู้สึกดีใจ ที่ได้รับการต้อนรับของชมรมต่างๆ ด้วยดี ทำให้งานวันนี้มีความสุข มีรอยยิ้ม มีมิตรภาพที่ดีๆ ต้องขอบคุณเอกอัครราชทูต ที่สนับสนุนกิจกรรมดีๆ ให้เกิดขึ้นในสังคมนักศึกษา ทำให้พวกเราได้รู้จักกันทั้งพี่เก่าและน้องใหม่ ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมที่คุ้มค่าของความเป็นคนไทยที่สุด
น้องใหม่คนแรกที่โดนจัดหนัก "บาซิท หมัดอาดัม" เป็นคน จ.สงขลา ก่อนมาอียิปต์ได้มีโอกาสไปเรียนที่ประเทศมาเลเซียและจบการศึกษาที่ Sekolah Menengah Wslam Darul Ulum ประเทศมาเลเซีย และได้มาศึกษาต่อในอียิปต์ระดับมัธยมปลายที่สถาบันการศึกษาบุอุส อัลอัซฮัร บอกว่า รับน้องวันนี้รู้สึกดี รู้สึกตื้นเต้น ได้รู้จักเพื่อนใหม่ทั้งหมดได้มาเจอกันและรู้จักกัน เป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในต่างแดนที่อบอุ่น แม้อียิปต์จะไม่ใช่ประเทศเหมือนที่ฝัน แต่เมื่อได้มาอยู่กับพี่ๆ และสังคมที่รักกันแบบนี้ ทุกอย่างในอียิปต์ไม่สามารถทำให้ผมเปลี่ยนความหวังที่จะทำความฝันให้เป็นจริง เมื่อผมจบมัธยมปลายที่อียิปต์ผมจะกลับไปศึกษาต่อเพื่อเป็นนักบินให้ได้ นั่นคือความฝันสูงสุดของผม
น้อง "ภูริช มูซา" เป็นคน จ.ตาก เรียนจบจากโรงเรียนอิสลามศรีวนา ตอนนี้ปรับพื้นฐานภาษาอาหรับ บอกว่า ดีใจที่ได้กลายมาเป็นหนึ่งชีวิตในงานรับน้องของสถานเอกอัครราชทูตและสมาคม ที่ร่วมกันจัด ทำให้หลายๆ โรงเรียนในประเทศไทยได้มาพบเจอกัน เล่มเกม อยากให้มีการจัดงานแบบนี้ทุกๆ ปี เพื่อความมั่นใจในความรักของพวกเราคนไทยในต่างแดน
ในขณะที่น้องนักศึกษาผู้หญิงในปีนี้ น้อง "มาดีนะฮ์ เจริญวัย" จากโรงเรียนอิสลามบูรณศาสน์ (คลองสิบ) ผู้ซึ่งพกพาความมั่นใจแบบมุสลิมะห์ยุคใหม่มาด้วยความน่ารัก “งานรับน้องใหม่สนุกมาก แม้จะเป็นแค่เพียงพื้นที่เล็กๆ สำหรับผู้หญิง แต่รู้สึกยิ่งใหญ่และมีความสุข ได้เจอพวกรุ่นพี่ๆ กันเอง เป็นงานสร้างมิตรภาพที่ดี และน่าจดจำ โดยเฉพาะภรรยาของท่านทูตพูดกินใจและเป็นกันเองกับพวกเราทุกคน งานนี้หลงรักสังคมคนไทยในอียิปต์ โดยเฉพาะในสังคมนักศึกษาที่นี้ และสิ่งนี้คือสิ่งที่ทำให้เดินบนถนนสายนี้ในประเทศแห่งนี้อย่างมั่นคง มั่นใจ เพราะเรามีความรักให้แก่กันทุกกลุ่มในประเทศีอียิปต์" น้องมาดีนะฮ์ พูดด้วยรอยยิ้มมีความสุข
60 ปี ไม่ใช่น้อย ที่ต่างยืนหยัดเพื่อสิ่งนี้ “ความรัก ความเข้าใจ” ให้เกิดขึ้นกับสังคมที่แตกต่างหลักการศรัทธาและความเชื่อถือ นักศึกษาศาสนาที่ไม่ได้หวังอะไรมากมาย ขอแค่โอกาสและที่ให้ยืน เพื่อพัฒนาสังคม ไปสู่รูปแบบของความสันติ สงบสุขเพื่อความเจริญที่คู่ไปกับคุณธรรม ศีลธรรมของประเทศและสังคมโลกต่อไป



