
สุดยอดข้าวเกรียบปลาสด ของฝากสร้างชื่อ 'สายบุรี'
27 ก.พ. 2558
ทำมาหากิน : สุดยอดข้าวเกรียบปลาสด ของฝากสร้างชื่อ 'สายบุรี' : โดย...สุพิชฌาย์ รัตนะ
ผลิตภัณฑ์ “ข้าวเกรียบปลาสด” หรือที่รู้จักกันดีในชื่อภาษาถิ่น "กือโป๊ะ" นับเป็นอีกหนึ่งของดีจากจังหวัดชายแดนใต้ที่ติดทำเนียบของอร่อย โดยเฉพาะจากบ้านปาตาบาระ ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี จากการขับเคลื่อนของ รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.ปัตตานี) ที่พัฒนาจนเป็นผลิตภัณฑ์เด่นแล้ว สินค้าจากชุมชนนี้ยังได้ชื่อสร้างงาน สร้างอาชีพกลายเป็นต้นแบบให้แก่ชุมชนอื่นๆ
รศ.ดร.ซุกรี เล่าให้ฟังว่า ย้อนกลับไปในปี 2549 มีชาวบ้านในหมู่บ้านปาตาบาระ ได้ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี และแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะมุสลิมไทย (สสส.) เพื่อแก้ปัญหาการว่างงานให้ชาวบ้านในพื้นที่และด้วยสภาพพื้นที่หมู่บ้านอยู่ชายฝั่งทำให้ง่ายในการนำวัตถุดิบจากทะเลมาแปรรูปเป็นข้าวเกรียบปลา แต่ปัญหาคือชาวบ้านไม่เคยผลิตเชิงพาณิชย์มาก่อน จึงได้ร่วมนำชาวบ้านไปศึกษาดูงานการผลิตข้าวเกรียบปลาที่บ้านดาโต๊ะ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เพื่อเป็นแนวทางประกอบอาชีพ
ในที่สุดชาวบ้านได้นำองค์ความรู้มาพัฒนาสูตรข้าวเกรียบปลาสดเป็นของตัวเองได้สำเร็จ จนชื่อเสียงกระฉ่อน ด้วยรสชาติที่อร่อย เข้มข้น สะอาด มีสัดส่วนเนื้อปลาต่อแป้งมากกว่าข้าวเกรียบสดที่จำหน่ายทั่วไป ส่งผลให้ "ข้าวเกรียบสดบ้านปาตาบาระ" ติดตลาดอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งผลิตข้าวเกรียบสดรายใหญ่ที่มีลูกค้าเข้ามาอุดหนุนและนำไปจำหน่ายต่อทั่วประเทศ
รศ.ดร.ซุกรี กล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า ผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบปลาสดนี้ได้ดึงลูกหลานในพื้นที่ออกจากปัญหาว่างงาน บางคนกลับจากมาเลเซียมาร่วมผลิต นอกจากนี้ยังสร้างงานต่อเนื่องให้แก่ชาวบ้าน เช่น คนขับรถส่งสินค้า ผู้จัดหาวัตถุดิบปลา ผู้ขายหัวปลา คนจัดส่งไม้ฟืน คนปอกกระเทียม ทำให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่ทั้งในชุมชนและนอกชุมชนในฐานะผู้ค้าส่งและค้าปลีกจำนวนมาก
"ปัจจุบันได้ขยายธุรกิจครอบคลุมการผลิตน้ำจิ้มข้าวเกรียบปลาสดและอาหารทะเล ภายใต้ยี่ห้อ “RAYA” หลังได้ทดลองจำหน่ายยังตลาดในพื้นที่ จ.ปัตตานีและนราธิวาสเพื่อนำร่อง จนมีการพัฒนารูปแบบการขาย โดยใช้ระบบขายส่งทำให้สามารถขยายตลาดไปยัง จ.ยะลา สงขลา สตูล กระบี่ ภูเก็ต และกรุงเทพฯ ได้สำเร็จ" รศ.ดร.ซุกรีกล่าว
ขณะที่ นูมายะห์ มามะ สตรีมุสลิม ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปาตาบาระ บอกว่า ระยะแรกมีการผลิตวันละ 30-50 กก. มีคนร่วมกันก่อตั้งเพียง 4 ชีวิต รายได้วันละประมาณ 100 บาทต่อคน จากนั้นปี 2551 เพิ่มกำลังผลิตเป็น 400 กิโลกรัมต่อวัน มีสมาชิกเพิ่มเป็น 10 คน รายได้วันละ 140 บาทต่อคน จนเมื่อเวลาผ่านไปอีกขวบปีก็ผลิตได้วันละ 800 กิโลกรัมต่อวัน มีสมาชิก 20 คน รายได้วันละ 220 บาทต่อคน และมีสวัสดิการอื่นๆ เช่น ค่าอาหาร โบนัสประจำปี มีระบบกู้ยืมและออมเงิน เป็นต้น
"จากที่คณะวิทยาศาสตร์ ม.อ.ปัตตานี เข้ามาส่งเสริมและเป็นพี่เลี้ยงให้ชุมชนต่อเนื่อง จากที่ชาวบ้านใช้เพิงหลังเล็กๆ หลังคามุงจากเป็นที่ผลิตก็สามารถสร้างโรงงานผลิตขนาดใหญ่ ที่มียอดการผลิตเฉลี่ยวันละ 2,500 กก. ยอดขายประมาณ 1.95 ล้านบาท/ต่อดือน หรือ 23 ล้านบาทต่อปี ในปัจจุบันช่วยสร้างงานให้ชาวบ้านที่ทำงานในโรงงานมากกว่า 40 คน รายได้เฉลี่ยเดือนละ 7,000 บาทต่อคน"
--------------------------
(ทำมาหากิน : สุดยอดข้าวเกรียบปลาสด ของฝากสร้างชื่อ 'สายบุรี' : โดย...สุพิชฌาย์ รัตนะ)



