ไลฟ์สไตล์

รู้ทันมะเร็ง : คิดบวกสู้มะเร็ง

รู้ทันมะเร็ง : คิดบวกสู้มะเร็ง

27 ก.พ. 2558

รู้ทันมะเร็ง : คิดบวกสู้มะเร็ง : นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ

 
           สัปดาห์ที่แล้วมีรายการทีวีทอล์กโชว์รายการหนึ่งเอาเรื่องชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลามมาพูดคุยกัน ประเด็นที่น่าสนใจและน่าชื่นชมของผู้ป่วยรายนี้คือ ถึงแม้จะเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และมีการกระจายไปที่ตับทั้งสองกลีบหลายก้อน ตั้งแต่ตอนที่ทราบว่าตนเองเป็นมะเร็ง ก็พบว่ามะเร็งลุกลามไปมากแล้ว แต่ทัศนคติเชิงบวกในการปฏิบัติตัวและความร่วมมือในการรักษาตามที่แพทย์แนะนำ ทำให้ผู้ป่วยรายนี้มีโอกาสหายขาดจากโรคร้ายนี้อย่างไม่น่าเชื่อ
 
           โดยทั่วไปใครก็ตามเมื่อทราบว่าตนเองเป็นโรคร้าย อาการในช่วงแรกที่ทุกคนเป็นเหมือนกันก็คือ ตกใจ กลัว เสียใจ เศร้าใจ เครียด หลายคนอาจไม่เชื่อหรือปฏิเสธความจริง พยายามไปตรวจที่โรงพยาบาลอื่นๆ เพื่อยืนยันว่าตนเองเป็นโรคมะเร็งจริงหรือไม่ เมื่อผลการตรวจยืนยันตรงกันก็จะเข้าสู่ระยะทำใจ ยอมรับสภาวะที่ตนเองเผชิญอยู่ ส่วนใหญ่จะทำตามคำแนะนำการรักษาของแพทย์ บางรายปฏิเสธการรักษาแผนปัจจุบันหันไปพึ่งการแพทย์ทางเลือกรูปแบบต่างๆ ร้ายที่สุดคือส่วนน้อยที่ปฏิเสธการรักษาทุกรูปแบบ เหตุผลส่วนหนึ่งคือการขาดความรู้ความเข้าใจและความหวาดกลัวผลที่จะตามมาหลังการรักษา แต่ประเด็นสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือ ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีความรู้สึกท้อแท้หมดหวัง ขาดกำลังใจในการเดินหน้าสู้ชีวิตต่อ ซึ่งต่างจากกลุ่มที่ยินยอม ยอมรับการรักษา เรื่องกำลังใจนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ที่ต้องปลุกเร้าให้เกิดมีขึ้นในคนที่ผ่านวิกฤตครั้งสำคัญในชีวิต หลังจากผ่านระยะทำใจไปแล้ว หลายคนสามารถสร้างแรงบันดาลใจในการลุกขึ้นสู้ชีวิตได้ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม คนรอบข้างญาติสนิทมิตรสหายรวมถึงทีมแพทย์พยาบาลผู้รักษาก็มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะยืนหยัดเคียงข้างให้กำลังใจผู้ป่วยในสถานการณ์เช่นนี้
 
           สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้ามก็คือ ตัวผู้ป่วยเองต้องไม่คิดเชิงลบ หวาดกลัว เครียดในเรื่องต่างๆ รอบตัว จากข้อมูลทางการแพทย์ในปัจจุบันพบว่า ในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเรียบร้อยแล้วนั้น ความเครียดมีผลต่อการกำเริบ การแพร่กระจายและการกลับมาเป็นมะเร็งซ้ำค่อนข้างชัดเจน รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าพยายามหาเรื่องหางานเข้าให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งต้องมาเครียดกับเรื่องไม่เป็นเรื่องนะครับ ลำพังเรื่องเป็นมะเร็งของตัวเองก็เครียดมากพออยู่แล้ว คิดแต่เรื่องดีๆ เรื่องสบายอกสบายใจ ที่สำคัญที่สุดและขาดไม่ได้เลยก็คือการมองโลกในแง่ดีในแง่บวกอยู่เสมอ
 
           ดูอย่างผู้ป่วยในรายการ น่าชื่นชมที่เธอคิดบวกตลอดเวลา เธอบอกว่าหน้าที่คนไข้มะเร็งไม่ต้องทำอะไรมาก แค่หายใจไปเรื่อยๆ อย่าหยุดหายใจเป็นพอ มะเร็งก็ทำอะไรเราไม่ได้แล้ว ให้ฝึกหายใจให้เป็นระบบ เป็นการฝึกสมาธิไปด้วย รวมไปถึงที่เธอว่าเรื่องรักษาโรคทางกายปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแพทย์ แต่เรื่องรักษาใจเป็นหน้าที่ของตัวผู้ป่วยเอง ใครก็ช่วยอะไรไม่ได้ ดูอย่างเธอได้ยาเคมีบำบัดตั้ง 18 รอบยังผ่านได้อย่างสบายๆ  เพราะฉะนั้น คิดบวกสู้มะเร็งได้แน่นอนครับ...เชื่อผมสิ