
สกย.อุบลฯพัฒนาสหกรณ์ยาง ขยายรง. 'รมควัน' เพิ่มรายได้
26 ก.พ. 2558
สกย.อุบลฯพัฒนาสหกรณ์ยาง ขยายรง. 'รมควัน' เพิ่มรายได้ : โดย...ฉัตรสุดา สุวรรณจตุพร
อุบลราชธานีนับเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีการปลูกยางอย่างแพร่หลาย มีพื้นที่ปลูกยางมากกว่า 5 แสนไร่ ส่งผลให้สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดอุบลราชธนี เร่งหาทางออกด้านการแปรรูป โดยการตั้งโรงงานยางรมควันเพิ่ม พร้อมมุ่งพัฒนาเสถียรภาพสหกรณ์กองทุนสวนยางเพื่อให้ทันกับสถานการณ์ด้านราคายางในปัจจุบัน
"ตอนนี้ทาง อสย. (องค์การสวนยาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) รับซื้อยางแผ่นชั้น 3 และยางรมควันชั้น 3 ในราคาที่รัฐกำหนด และรับยางก้นถ้วยมารวบรวมและส่งขายต่อ จากนั้นจะเปิดประมูล โดยมีพ่อค้าหรือบริษัทต่างๆ เข้ามาร่วมประมูล คนที่ให้ราคาสูงที่สุดก็จะได้ไป”
สมคิด สำเภานนท์ กรรมการสหกรณ์กองทุนสวนยางอำเภอน้ำยืน และผู้ตรวจยางตลาดกลางบุรีรัมย์สาขาอุบลราชธานี เปิดเผยว่า สำหรับสหกรณ์กองทุนสวนยางอำเภอน้ำยืนเพิ่งเริ่มก่อตั้งสหกรณ์เป็นปีแรก หลังมีโอกาสไปศึกษาดูงานโรงรมควันยางพารา ที่ จ.ระยอง จึงกลับมาจัดตั้งสหกรณ์ขึ้นบ้าง และกู้เงินมาลงทุนจัดตั้งโรงงานรมควัน โดยรับน้ำยางดิบจากสมาชิกมาแปรรูปเป็นยางแผ่นดิบ และยางรมควันขาย
"ตอนนี้ทาง อสย. (องค์การสวนยาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) รับซื้อยางแผ่นชั้น 3 และยางรมควันชั้น 3 ในราคาที่รัฐกำหนด และรับยางก้นถ้วยมารวบรวมและส่งขายต่อ จากนั้นก็จะเปิดประมูล โดยมีพ่อค้าหรือบริษัทต่างๆ เข้ามาร่วมประมูล คนที่ให้ราคาสูงที่สุดก็จะได้ไป”
ขณะที่ สมฤกษ์ กุลวนาโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวระหว่างนำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมสหกรณ์กองทุนสวนยางน้ำยืน จำกัด อ.น้ำยืน ว่า นับเป็นสหกรณ์แห่งที่สองของ จ.อุบลราชธานี ที่มีโรงงานรมควันเป็นของตัวเอง จุดเริ่มต้นของการจัดตั้งสหกรณ์ เนื่องจากมองเห็นว่า ใน อ.น้ำยืน มีเกษตรกรปลูกยางเป็นจำนวนมาก แล้ว เมื่อได้ยางเกษตรกรต้องนำไปขายด้วยตนเอง ทำให้ไม่มีอำนาจในการต่อรองราคา และขายยางได้ในราคาที่ไม่เป็นธรรม
"ทางสำนักงานอำเภอน้ำยืนจึงจัดตั้งสหกรณ์กองทุนสวนยางน้ำยืนขึ้น เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมยางจากสมาชิกและผลิตยางแผ่นรมควันขายออกสู่ตลาด นอกจากนี้การจัดตั้งจะทำให้เกษตรกรมีแหล่งขายยางได้ในราคาที่เป็นธรรม และสามารถต่อรองราคาสินค้ากับส่วนกลาง เพื่อให้เกษตรกรณ์ได้รับผลประโยชน์มากที่สุด"
สมฤกษ์ ยอมรับว่า จากการทำงานที่ผ่านมาต้องนำยางจากอุบลฯ ไปขายที่ตลาดกลางบุรีรัมย์ ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และยังกำหนดราคาที่แน่นอนไม่ได้ หาก จ.อุบลฯ มีโรงงานรมควัน น่าจะเป็นจุดรับยางได้ เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของภาคอีสานและสามารถเชื่อมโยงกับตลาดเครือข่ายของ อ.บุญฑริกแล้วสามารถส่งไปที่ จ.ระยอง ได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านตลาดกลางบุรีรัมย์อีกต่อไป
"ผมเชื่อว่า โครงการนี้จะช่วยลดปัญหาการขนส่ง การรอเวลาลงยาง ยางกดทับและยางเหนียวได้เป็นอย่างดี และตอนนี้โรงงานรมควันที่อุบลฯ เปิดอยู่ 2 โรง คือ ที่ อ.น้ำยืน กับ อ.นาจะหลวย ในอนาคตอาจจะทำโรงรมควันอัดก้อน ทำทั้งยางก้อนถ้วยและยางแผ่นอัดก้อนส่งตลาดที่จีนต่อไป" สมฤกษ์ กล่าวทิ้งท้าย
------------------------
(สกย.อุบลฯพัฒนาสหกรณ์ยาง ขยายรง. 'รมควัน' เพิ่มรายได้ : โดย...ฉัตรสุดา สุวรรณจตุพร)



