
ภัยร้าย...มะเร็งเต้านม
26 ก.พ. 2558
ดูแลสุขภาพ : ภัยร้าย...มะเร็งเต้านม
มะเร็งเต้านม เป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อย เป็นอันดับ 2 ในหญิงไทย รองจากมะเร็งปากมดลูก และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญ อัตราการเป็นมะเร็งเต้านม พบมากขึ้นเรื่อยๆ ประมาณว่า 1 ใน 10 ของผู้หญิงมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งเต้านมในช่วงหนึ่งของชีวิต ดังนั้นจึงมีการตื่นตัวในการตรวจหาและรักษาปัญหาก้อนที่เต้านมเพื่อให้ได้การวินิจฉัยมะเร็งของเต้านมในระยะแรก และรักษาก่อนที่จะมีการแพร่กระจายของโรคออกไป เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีขึ้น ได้มีการพัฒนาวิธีการตรวจห้องปฏิบัติการรวมทั้งมีเครื่องมือต่างๆ ในการตรวจพิเศษ ประกอบกับมีความเข้าใจในด้านพยาธิสภาพเพิ่มขึ้น ทำให้แนวทางในการดูแลรักษาปัญหาของเต้านมในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร
ไม่มีใครสามารถบอกถึงสาเหตุที่แน่นอนว่าอะไรทำให้เซลล์ของเนื้อเยื่อเต้านมแบ่งตัวเพี้ยนไปจนเกิดเปลี่ยนเป็นโรคมะเร็ง แม้แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่า ทำไมสตรีรายหนึ่งจึงเป็นมะเร็งเต้านม ในขณะที่สตรีอีกรายที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตคล้ายๆ กัน จึงไม่เป็นโรคร้ายนี้ แต่ที่บอกได้แน่ๆ คือ โรคมะเร็งชนิดนี้ไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่มีใครติดโรคมะเร็งเต้านมจากใคร ส่วนการกระแทก การชอกช้ำและการสัมผัสที่เต้านมบ่อยๆ นั้น ไม่ใช่สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งเต้านมอย่างแน่นอน
ปัจจัยเสี่ยง
ข้อมูลทางการแพทย์เพียงสนับสนุนให้เราทราบว่าอะไรเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้สตรีรายหนึ่งมีโอกาสเพิ่มขึ้นที่จะเป็นโรคมะเร็งเต้านมเท่านั้น
การตรวจค้นหามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้นทำได้ดังนี้
1.การตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างถูกวิธีเดือนละครั้ง หลังหมดประจำเดือนประมาณ 1 สัปดาห์
2.การตรวจเต้านมโดยแพทย์ผู้ชำนาญปีละครั้งหลังอายุ 40 ปี
3.การตรวจเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) ปีละครั้งหลังอายุ 40 ปี
การตรวจเอกซเรย์เต้านม เป็นวิธีการตรวจหามะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้นที่มีประสิทธิภาพและเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปในวงการแพทย์ วิธีการตรวจทำได้โดยการถ่ายเอกซเรย์ผ่านเต้านมด้วยรังสีพลังงานต่ำเพื่อให้ปรากฏภาพลงบนแผ่นฟิล์ม การตรวจต้องกดเต้านมให้แบนลงอย่างช้าๆ เพื่อให้มองเห็นความผิดปกติได้ดียิ่งขึ้น และลดปริมาณรังสีที่จะได้รับและอาจมีการตรวจอัลตราซาวนด์เต้านมร่วมด้วย เพื่อนำผลการตรวจทั้งสองอย่างมาพิจารณาประกอบกัน ทำให้การวินิจฉัยมีความถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น
การตรวจแมมโมแกรมควรทำเมื่อไร ในกรณีคนทั่วไปที่ไม่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมควรเริ่มต้นตรวจเมื่ออายุ 35 ปี โดยตรวจทุก 2 ปี หลังจากอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจเป็นประจำทุกปีหรือตามคำแนะนำของแพทย์
ระยะของโรค
เมื่อได้รับการตรวจ และ/หรือ ร่วมกับการผ่าตัดแล้ว แพทย์จะระบุระยะของโรคจากขนาดของก้อนเนื้อ การกระจายของโรคไปที่อวัยวะอื่นและต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงโดยเฉพาะบริเวณรักแร้ การทราบระยะของโรคมีความสำคัญในการวางแผนการรักษาและการพยากรณ์โรคความสำคัญในการวางแผนการรักษาและการพยากรณ์โรค
หลักการให้การรักษาโรคมะเร็งเต้านมแบ่งเป็น
การรักษาเฉพาะที่ (Local therapy) ได้แก่ การผ่าตัดและรังสีรักษา โดยใช้การตัดเนื้อร้ายออกหรือทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะบริเวณรอยโรคที่ตรวจพบ เช่น ที่เต้านม หรือใช้เมื่อมีการกระจายของโรคไปปรากฏขึ้นเฉพาะที่อวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง
การรักษาแบบทั้งร่างกาย (Systemic therapy) ได้แก่ ยาเคมีบำบัด, ฮอร์โมนบำบัดและสารประกอบชีวภาพ เมื่อกินหรือฉีดสารเหล่านี้จะซึมผ่านเข้าในกระแสเลือดไปยังทุกส่วนของร่างกาย ช่วยทำลายและยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง การรักษาแบบทั้งร่างกายนี้มักใช้ผสมผสานเสริมกับการรักษาเฉพาะที่เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำของโรคและในกรณีที่มีการกระจายของโรคออกจากบริเวณเต้านม
การตรวจติดตามโรค
การตรวจติดตามมีความสำคัญไม่แพ้การรักษา แม้ตรวจไม่พบร่องรอยของโรคหลังครบการรักษา โรคมะเร็งเต้านมก็ยังมีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้อีก จึงจำเป็นที่แพทย์จะต้องนัดตรวจติดตามสตรีรายนั้นเป็นระยะๆ จนกว่าจะมั่นใจว่าโรคจะไม่กลับเป็นซ้ำอีก ส่วนใหญ่อีกอย่างน้อย 5 ปี หลังการรักษา การตรวจติดตามประกอบด้วยการตรวจร่างกายเน้นบริเวณทรวงอก คอ และต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียง บางครั้งแพทย์จะแนะนำให้ติดตามเพิ่มเติมด้วยแมมโมแกรมทั้งข้างที่รักษาแล้ว และเพื่อประเมินเต้านมอีกข้างหนึ่งด้วย
พญ.ดารินทร์ ม่วงไทย



